การกินเพื่อสุขภาพ

7 อาหารที่ช่วยเพิ่มเลือดให้ร่างกาย

เผยแพร่ครั้งแรก 21 พ.ค. 2018 อัปเดตล่าสุด 27 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 4 นาที
7 อาหารที่ช่วยเพิ่มเลือดให้ร่างกาย

เนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ในร่างกายได้รับสารอาหารและออกซิเจนจากเลือด ทั้งนี้เลือดมีเซลล์เม็ดเลือดแดงที่มีฮีโมโกลบิน ซึ่งทำหน้าที่ดังกล่าว หากร่างกายมีเซลล์เม็ดเลือดแดงไม่เพียงพอ มันก็สามารถนำไปสู่การเกิดโรคโลหิตจาง ทำให้เรามีอาการอ่อนเพลีย เวียนศีรษะ หายใจลำบาก และปวดศีรษะ และหากเป็นโรคนี้ติดต่อกันเป็นเวลานาน หรืออยู่ในขั้นที่ร้ายแรง มันก็อาจทำให้อวัยวะสำคัญอย่างหัวใจหรือสมองได้รับอันตราย หากคุณไม่อยากเป็นโรคดังกล่าว และอยากมีเลือดที่มีสุขภาพดี สิ่งที่คุณสามารถทำได้มีดังนี้

1. ทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง

70% ของธาตุเหล็กในร่างกายพบได้ในฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นโปรตีนในเซลล์เม็ดเลือดแดง ดังนั้นการที่เราจะมีฮีโมโกลบินเพิ่มขึ้นได้นั้น ร่างกายจำเป็นต้องได้รับธาตุเหล็ก และการที่คุณจะทำเช่นนี้ได้ คุณจำเป็นต้องเพิ่มการทานอาหารที่มีธาตุเหล็ก ซึ่งนอกจากมันจะทำให้คุณมีเลือดที่มีสุขภาพดีและทำให้เลือดทำงานดีขึ้นแล้ว การเติมธาตุเหล็กให้ร่างกายยังสามารถป้องกันการเกิดโรคเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็ก อย่างไรก็ดี ปริมาณของธาตุเหล็กที่คุณจำเป็นต้องได้รับนั้นขึ้นอยู่กับเพศและอายุ ผู้ชายวัยผู้ใหญ่จำเป็นต้องได้รับธาตุเหล็ก 8 มิลลิกรัมต่อวัน ในขณะที่ผู้หญิงที่มีอายุอยู่ในช่วง 19-50 ปี ต้องการธาตุเหล็ก 18 มิลลิกรัม แต่จะเพิ่มเป็น 27 มิลลิกรัม เมื่ออยู่ในช่วงตั้งครรภ์ ทั้งนี้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กจากเนื้อสัตว์ได้ง่ายกว่าผัก สำหรับเนื้อสัตว์ที่มีธาตุเหล็ก คือ เนื้อแดง เนื้อไก่งวง เนื้อไก่ ปลา เนื้อหมู ฯลฯ ส่วนอาหารชนิดอื่นๆ ที่มีธาตุดังกล่าวสูง ตัวอย่างเช่น เต้าหู้ ผักโขม ถั่วลันเตา ถั่วฝัก ถั่วเหลือง ถั่วลูกไก่ น้ำลูกพรุน ฯลฯ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 370 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

2. ทานอาหารที่มีวิตามินซีสูง

วิตามินซีช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็ก และการได้รับสารอาหารชนิดนี้ให้เพียงพอถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้ร่างกายผลิตเลือด ทั้งนี้ผู้ชายวัยผู้ใหญ่ และผู้หญิงจำเป็นต้องได้รับวิตามินซีวันละ 90 มิลลิกรัม และ 75 มิลลิกรัมตามลำดับ อย่างไรก็ดี ผลไม้โดยเฉพาะผลไม้ตระกูลซิตรัสอย่างเกรปฟรุต ส้ม แทนเจอรี สตรอว์เบอร์รี และกีวี ถือเป็นแหล่งของวิตามินซีที่ดี สำหรับผักที่มีวิตามินซีสูง เช่น บรอกโคลี กะหล่ำดาว พริกไทย มันฝรั่ง ผักกาด มะเขือเทศ ผักโขม ฯลฯ

3. ทานอาหารที่เป็นแหล่งของโฟเลต

โฟเลต คือ วิตามินบีชนิดหนึ่งที่ช่วยผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาวและเซลล์เม็ดเลือดแดง หากร่างกายได้รับวิตามินชนิดนี้ไม่เพียงพอ มันก็สามารถทำให้เกิดโรคโลหิตจาง อย่างไรก็ตาม ผู้ใหญ่จำเป็นต้องได้รับโฟเลตวันละ 400 mcg ในขณะที่คนท้องจำเป็นต้องได้รับสารอาหารชนิดนี้มากถึงวันละ 600 mcg ซึ่งโฟเลตเป็นอาหารเสริมที่แนะนำสำหรับคนท้อง เพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการขาดสารอาหารดังกล่าว ทั้งนี้คุณสามารถพบโฟเลตได้มากในผักสีเขียวอย่างผักโขม ถั่วฝักแห้ง ถั่วตาดำ ตับวัว ไข่ ส้ม และกล้วย นอกจากนี้ขนมปังและข้าวก็เป็นอาหารที่มีกรดโฟลิคสูงเช่นกัน

4. อาหารเสริมที่มีวิตามิน บี12

ร่างกายของเราจำเป็นต้องได้รับวิตามิน บี12 ประมาณ 2.4 mcg ต่อวัน การขาดสารอาหารชนิดนี้สามารถไปขัดขวางความสามารถในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงของร่างกาย อย่างไรก็ตาม การขาดวิตามินชนิดนี้มักพบได้ในคนที่ร่างกายไม่สามารถดูดซึมวิตามิน บี12 จากอาหารได้อย่างเหมาะสม ซึ่งสามารถเกิดจากการที่ร่างกายมีกรดในกระเพาะอาหารไม่เพียงพอ หรือขาดโปรตีนที่เรียกว่า อินทรินซิกแฟกเตอร์ ซึ่งล้วนแต่จำเป็นต่อการดูดซึมวิตามิน บี12 ทั้งนี้หากกรดในกระเพาะอาหารมีน้อย การทานวิตามิน บี12 ในรูปแบบของอาหารเสริมก็สามารถช่วยคุณได้ แต่หากร่างกายไม่มีอินทรินซิกแฟกเตอร์ การฉีดยาคือวิธีที่ดีที่สุด ในกรณีที่คุณทานอาหารที่มีวิตามิน บี12 ไม่เพียงพอ ให้คุณเพิ่มการทานเนื้อวัว ปลา เนื้อสัตว์ปีก ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม และไข่

5. ทานอาหารที่มีธาตุทองแดงสูง

ทองแดงเป็นแร่ธาตุที่จำเป็น ซึ่งทำงานร่วมกับธาตุเหล็กเพื่อสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงและช่วยดูดซึมธาตุเหล็ก ทั้งนี้การทานอาหารที่มีทองแดงให้ได้ประมาณวันละ 900 mcg จะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ตามปกติ คุณสามารถพบธาตุชนิดนี้ได้ในธัญพืชเต็มเมล็ด ถั่วเปลือกแข็ง ถั่วฝัก ไต ตับ มันฝรั่ง หอยนางรม ฯลฯ

6. ทานตังกุย

ตังกุยเป็นสมุนไพรที่โด่งดังในวงการแพทย์แผนจีนโบราณ ซึ่งถูกใช้เป็นยาบำรุง ยา และเครื่องเทศมาเป็นเวลามากกว่า 1,000 ปี อย่างไรก็ดี ตังกุยมีคุณสมบัติช่วยสร้างและเสริมความแข็งแรงให้เลือด ทั้งนี้มีงานวิจัยพบว่า ผู้ป่วยที่เป็นโรคโลหิตจางที่เกิดจากไตวายมีอาการดีขึ้นเมื่อทานสมุนไพรชนิดดีเป็นประจำ แต่ทั้งนี้ผู้หญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการทานตังกุย และสอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรถึงปริมาณการทานที่เหมาะสม

7. ทานชาเนตเทิล

เนตเทิลโด่งดังในแง่ที่มันเป็นยาบำรุงที่ช่วยสร้างเลือด มีงานวิจัยที่ทำกับสัตว์ชิ้นหนึ่งพบว่า สารสกัดจากใบเนตเทิลช่วยเพิ่มระดับของฮีโมโกลบิน และช่วยให้ออกซิเจนลำเลียงไปยังเนื้อเยื่อของหนูดีขึ้น สมุนไพรชนิดนี้มีทั้งธาตุเหล็ก และวิตามินซีซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการสร้างเลือด อย่างไรก็ตาม คุณสามารถทานเนตเทิลได้ในรูปแบบของแคปซูล หรือคุณจะทานในรูปแบบของชาก็ได้ค่ะ แต่ทั้งนี้เนตเทิลอาจไม่เหมาะสำหรับการใช้ในช่วงตั้งครรภ์

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามีอาหารหลายชนิดที่สามารถช่วยสร้างเลือดได้ โดยเฉพาะอาหารที่เรากล่าวไป แต่ทั้งนี้คุณควรระวังเช่นกัน เพราะมีอาหารบางชนิดที่สามารถไปขัดขวางการดูดซึมของธาตุเหล็กได้ ทำให้ความสามารถในการผลิตเลือดของร่างกายแย่ลง ทั้งนี้มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า การดื่มกาแฟทำให้การดูดซึมธาตุเหล็กจากแฮมเบอเกอร์ลดลง 39% ในขณะที่ชาก็ไปลดการดูดซึมมากถึง 64% แต่มันน่าสนใจตรงที่การดื่มกาแฟก่อนทานแฮมเบอเกอร์ 1 ชั่วโมง กลับทำให้การดูดซึมไม่ลดลง ส่วนการดื่มกาแฟหลังทานอาหาร 1 ชั่วโมง สามารถไปขัดขวางการดูดซึมของธาตุเหล็กได้ นอกจากนี้แคลเซียมก็สามารถทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวเช่นกัน ดังนั้นคุณควรเว้นระยะการทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงกับกาแฟ ชา หรืออาหารที่มีแคลเซียมสูงอย่างนม สัก 3-4 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่าร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้เต็มที่แล้ว

ที่มา: https://www.curejoy.com/conten...


7 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
6 ways to improve circulation. Medical News Today. (https://www.medicalnewstoday.com/articles/320793)
Vitamins for Increased Blood Flow to Whole Body and Penis. Healthline. (https://www.healthline.com/health/increase-blood-flow-vitamins)
The 14 Best Foods to Increase Blood Flow and Circulation. Healthline. (https://www.healthline.com/nutrition/foods-that-increase-blood-flow)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม