กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
การตั้งครรภ์

หลั่งในจะท้องหรือไม่

ไม่ว่าจะเป็นการหลั่งนอก หรือหลั่งในก็ล้วนมีโอกาสเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ทั้งนั้น จึงควรใช้ถุงยางอนามัยก่อนมีเพศสัมพันธ์ทุกครั้ง
เผยแพร่ครั้งแรก 4 ต.ค. 2018 อัปเดตล่าสุด 19 มิ.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
หลั่งในจะท้องหรือไม่

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • เมื่อมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน เช่น ใส่ถุงยางอนามัย หรือรับประทานยาคุม ไม่ว่าจะหลั่งข้างนอก หรือหลั่งข้างใน ล้วนมีโอกาสเกิดการตั้งครรภ์ทั้งนั้น และยังเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อีกด้วย
  • สำหรับผู้หญิงที่ประจำเดือนมาปกติ การนับวันไข่ตกจะให้คำตอบชัดเจนกว่าผู้ที่ประจำเดือนมาผิดปกติ โดยหากมีเพศสัมพันธ์ และหลั่งข้างใน ช่วงวันที่ 9-18 นับจากวันแรกที่ประจำเดือนมา จะมีโอกาสตั้งครรภ์สูงมาก
  • สำหรับผู้หญิงที่ประจำเดือนมาผิดปกติ ไม่ควรใช้วิธีนับวันไข่ตก เพราะไม่สามารถให้คำตอบได้อย่างชัดเจนว่า เสี่ยงต่อการตั้งครรภ์หรือไม่
  • การมีเพศสัมพันธ์ในช่วงวัยรุ่น หรือกรณีที่ยังไม่พร้อมมีบุตร ควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง และหยุดพฤติกรรมเสี่ยงอย่างการหลั่งข้างนอก หรือหลั่งข้างใน
  • หากมีเพศสัมพันธ์โดยที่ไม่ได้ป้องกัน ฝ่ายหญิงจะต้องรีบรับประทานยาคุมฉุกเฉินทันที แต่ไม่ควรใช้วิธีนี้บ่อยนัก เพราะอาจส่งผลต่อสุขภาพของมดลูก และการตั้งครรภ์ในอนาคตได้
  • การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันเพียงครั้งเดียวก็สามารถทำให้ติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากคู่นอนได้ ฝ่ายชายจึงควรสวมถุงยางอนามัยก่อนมีเพศสัมพันธ์ทุกครั้ง ในขณะที่ฝ่ายหญิงก็ต้องตรวจสอบอีกฝ่ายด้วยว่า ใช้ถุงยางอนามัยหรือไม่ (ดูแพ็กเกจตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ที่นี่)

ปัญหาหนึ่งของการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรที่น่ากังวลใจก็คือ “การตั้งท้อง” เพราะไม่เข้าใจถึงวิธีการคุมกำเนิดที่ถูกต้อง 

บางรายมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้คุมกำเนิดด้วยวิธีใดๆ ไม่ว่าจะเป็นการใส่ถุงยางอนามัย หรือการรับประทานยาคุมฉุกเฉิน และมักจะมีคำถามเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าบ่อยๆ อย่างเช่น แตกใน หรือหลั่งในแล้วจะท้องไหม หรือมีเพศสัมพันธ์หลังมีประจำเดือนจะท้องหรือไม่

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 370 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

กรณีที่ผู้หญิงมีประจำเดือนมาปกติและตรงเวลา

การมีเพศสัมพันธ์แล้วหลั่งน้ำอสุจิข้างในช่องคลอดจะท้องหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างด้วยกัน 

แต่สำหรับผู้ที่มีประจำเดือนมาปกติ ตรงต่อเวลา คำตอบจะค่อนข้างชัดเจนกว่าผู้ที่มีประจำเดือนมาไม่แน่นอน เพราะการหลั่งในย่อมหมายความว่า อสุจิได้เข้าไปในช่องคลอดของฝ่ายหญิงแล้ว จึงมีโอกาสที่ไข่และอสุจิจะผสมกันแล้วเกิดการตั้งครรภ์ได้

ตัวอย่างเช่น หากประจำเดือนมาทุกๆ 28–30 วัน ให้นับจากวันแรกที่มีประจำเดือนมาอีก 9–18 วัน ในช่วงนี้เป็นช่วงที่กำลังมีไข่ตก ซึ่งถ้ามีเพศสัมพันธ์แล้วหลั่งในจะมีโอกาสที่จะตั้งครรภ์สูงมาก

หรือประมาณระยะปลอดภัยด้วยวิธี “หน้า 7 หลัง 7” โดยการนับ 7 วัน ก่อนวันมีประจำเดือน กับ 7 วัน หลังวันมีประจำเดือน 

ตัวอย่างเช่น ประจำเดือนมาวันที่ 10 ก็ให้นับมาข้างหน้า 7 คือวันที่ 4 – 10 นับถอยหลัง 7 คือ วันที่ 10 – 16 โดยถ้ามีเพศสัมพันธ์ในช่วงระยะวันที่ 4 – 16 ก็จะมีโอกาสตั้งครรภ์ได้น้อย

กรณีที่ผู้หญิงมีประจำเดือนมาผิดปกติและไม่แน่นอน

สำหรับกรณีนี้จะไม่มีทางทราบได้เลยว่า วันไข่ตก และช่วงระยะปลอดภัยคือวันใด ดังนั้นจึงมีโอกาสเสี่ยงที่จะตั้งครรภ์ได้ค่อนข้างสูง ถึงแม้ว่าจะหลั่งในเพียงครั้งเดียวก็ตาม

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 370 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

คำแนะนำสำหรับคำถาม “แตกในหรือหลั่งในจะท้องหรือไม่”

การมีประจำเดือนตรงเวลา หรือไม่ตรงเวลาแล้วมีเพศสัมพันธ์นั้น เป็นแค่การประมาณโอกาสความเสี่ยงว่า ตั้งครรภ์ได้มากน้อยเท่านั้น โดยไม่สามารถตอบได้อย่างชัดเจนว่าจะตั้งครรภ์หรือไม่ เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น รอบเดือนมาสั้น หรือรอบเดือนมายาว 

ถึงแม้ว่า จะมีเพศสัมพันธ์ในวันเดียวกัน แต่โอกาสในการตั้งครรภ์ยังคงมีความเสี่ยงไม่เท่ากัน

นอกจากนี้ถ้าสุขภาพของฝ่ายชายและฝ่ายหญิงแข็งแรงสมบูรณ์ ก็ย่อมมีโอกาสเพิ่มการตั้งครรภ์ได้สูงกว่าผู้ที่มีร่างกายไม่แข็งแรง ซึ่งหลังมีเพศสัมพันธ์จะต้องรอประจำเดือนที่มีลักษณะปกติมาในรอบถัดไปเสียก่อน 

หากมาไม่ปกติ มากะปริบกะปรอย หรือเลยเวลาไปมาก ก็ควรรับการตรวจตั้งครรภ์ที่ให้ผลถูกต้อง และแม่นยำ จากการตรวจปัสสาวะ เพราะอาจเป็นสัญญาณของการตั้งครรภ์ได้

ข้อควรปฏิบัติสำหรับการมีเพศสัมพันธ์แบบปลอดภัย

การมีเพศสัมพันธ์ที่อยู่ในช่วงวัยรุ่น หรือกรณีที่ยังไม่พร้อมจะมีบุตร จะต้องคุมกำเนิดด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • การใช้ถุงยางอนามัย เป็นวิธีที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด เพราะเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพและสามารถคุมกำเนิดได้อย่างแน่นอน อีกทั้งยังช่วยป้องกันการติดต่อหรือแพร่กระจายของโรคทางเพศสัมพันธ์ได้ เช่น โรคหนองในแท้ หนองในเทียม โรคซิฟิลิส และโรคเอดส์

  • หยุดพฤติกรรมเสี่ยง หากไม่ต้องการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ จะต้องหลีกเลี่ยงพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์แบบหลั่งใน จะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด

  • การรับประทานยาคุมฉุกเฉิน กรณีที่มีเพศสัมพันธ์ไปแล้ว เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม หลังมีเพศสัมพันธ์ควรรับประทานยาคุมฉุกเฉินภายใน 72 ชั่วโมง หรือถ้าจะให้ผลดี คือ ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังการมีเพศสัมพันธ์ จะสามารถคุมกำเนิดได้ 85–88%

    แต่ไม่ควรใช้วิธีนี้เป็นประจำ เนื่องจากมีผลต่อสุขภาพมดลูก และระบบการสืบพันธุ์ในระยะยาว

สิ่งที่ควรรู้คือ ในระหว่างที่มีเพศสัมพันธ์นั้น การสอดใส่อวัยวะเพศชายโดยไม่สวมถุงยางอนามัยอาจมีเชื้ออสุจิปนมากับน้ำเมือกแล้วบางส่วน อีกทั้งขณะใกล้ถึงจุดสุดยอด ฝ่ายชายจะมีโอกาสถอนอวัยวะเพศออกไม่ทันสูง 

ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยจึงควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ เพราะนอกจากจะป้องกันการตั้งครรภ์ได้แล้ว ยังช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้อีกด้วย

ดูแพ็กเกจตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจเหล่านี้ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @hdcoth และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


4 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Julie MarksArie Parnham and Ege Can Serefoglu, Retrograde ejaculation, painful ejaculation and hematospermia (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5002007)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม