Doctor men
เขียนโดย
ทีมเภสัชกร HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
ภูมิแพ้

รวมยาแก้แพ้อากาศ ความแตกต่าง พร้อมข้อดี ข้อเสีย

รวมชื่อยาแก้แพ้อากาศ ความแตกต่างของยา ขนาดการใช้ ผลข้างเคียง และตัวอย่างยี่ห้อที่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,551,205 คน

รวมยาแก้แพ้อากาศ ความแตกต่าง พร้อมข้อดี ข้อเสีย

ยาแก้แพ้เม็ดสีขาว สีเหลือง สีฟ้า แต่ละตัวคือยาอะไร แตกต่างกันตรงไหน?

ยาบางชนิดแม้ว่าจะเป็นรูปแบบเดียวกัน ขนาดเม็ดเหมือนกัน รูปร่างเดียวกัน แต่ตัวยาสำคัญอาจเป็นยาคนละตัว ขณะที่ยาชนิดเดียวกัน แต่ผลิตต่างบริษัทกัน อาจทำสียา รูปร่างของยาแตกต่างกัน จึงไม่ควรที่จะจดจำแค่สียาเพียงอย่างเดียว ยิ่งถ้าหากเป็นยาคนละกลุ่มกัน รักษาโรคไม่เหมือนกัน อาจก่อให้เกิดปัญหาหลังการรับประทานยาไปแล้วได้ สียาจึงเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยจำ แต่ถ้าเป็นไปได้ควรจำชื่อยาจะดีที่สุด ถ้าไม่ทราบชื่อยา ก็สามารถสอบถามกับแพทย์ที่ทำการรักษาได้โดยตรง หรือสอบถามเภสัชกรว่าตัวยานั้นชื่อว่าตัวยาอะไร เพื่อประโยชน์ของตัวผู้ป่วยเอง

  1. ยาแก้แพ้เม็ดสีขาว ที่มีวางจำหน่ายนั้น เป็นไปได้ทั้ง
    1. เซทิริซีน (cetirizine) เช่น ยี่ห้อ Zyrtec, Cetrizin, Fatec, Cettec
    2. ลอราทาดีน (loratadine) เช่น ยี่ห้อ Lorsedin, Clarityn ซึ่งยาสองกลุ่มนี้จัดเป็นยาแก้แพ้รุ่นที่ 2 ทั้งคู่
    3. ไฮดรอกซีซีน (hydroxyzine) เช่น ยี่ห้อ Atarax ยากลุ่มนี้จะจัดเป็นยาแก้แพ้ในรุ่นที่ 1
  2. ยาแก้แพ้เม็ดสีเหลือง ที่เป็นที่รู้จักคือ คลอร์เฟนิรามีน (chlorpheniramine) ซึ่งจัดเป็นยาแก้แพ้ในรุ่นที่ 1
  3. ยาแก้แพ้เม็ดสีฟ้า ที่เป็นที่รู้จักคือ เดสลอราทาดีน (desloratadine) ยี่ห้อ แอเรียส (Aerius) ซึ่งจัดเป็นยาแก้แพ้ในรุ่นที่ 2

ยาทั้งสองกลุ่มจัดอยู่ในกลุ่มยาแก้แพ้ มีกลไกในการออกฤทธิ์คือต้านการทำงานของฮิสทามีน ซึ่งเป็นสารสื่อกลางก่อให้เกิดการแพ้ โดยคุณสมบัติในการต้านฮิสตามีนของยาในทั้งสองรุ่นนั้น จากการศึกษาพบว่าไม่แตกต่างกัน สามารถใช้ได้ทั้งสองรุ่นเพื่อบรรเทาอาการแพ้ แต่ข้อแตกต่างคือ ผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา ยาในรุ่นแรกจะพบอาการง่วงได้มากกว่า (จึงทำให้มีคนเรียกยากลุ่มนี้ว่า ยาแก้แพ้แบบง่วง)

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad

ยาแก้แพ้อากาศ แบบง่วงกับแบบไม่ง่วงต่างกันอย่างไร?

ความแตกต่างของยาแก้แพ้รุ่นที่ 1 และ 2 นั้น มีข้อแตกต่างในระดับโมเลกุลที่ส่งผลให้ยาทั้งสองกลุ่มมีผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์ที่แตกต่างกัน

อาการง่วง ถือเป็นอาการข้างเคียงที่สำคัญของยาแก้แพ้ในรุ่นที่ 1 อาการนี้เกิดขึ้นจากการที่ยาสามารถผ่านแนวกั้นเยื่อสมอง (blood brain barrier) ซึ่งทำหน้าที่กรองโมเลกุลบางชนิดให้สามารถผ่านเข้าไปในสมองได้ เพื่อป้องกันการเกิดอันตรายต่อสมองจากการรับสารแปลกปลอม หลักเกณฑ์หนึ่งของสารที่มีแนวโน้มสามารถผ่านเยื่อกั้นนี้เพื่อเข้าสู่สมองได้คือโมเลกุลนั้นต้องสามารถละลายในไขมันได้ดีและมีขนาดเล็ก

ซึ่งโครงสร้างทางเคมีของยาแก้แพ้ในรุ่นที่ 1 นั้นมีขนาดเล็กและสามารถละลายในไขมันได้ดี (lipophilic) ตามเงื่อนไข จึงสามารถผ่านเยื่อกั้นนี้เข้าสู่สมองและออกฤทธิ์ซึ่งส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิดอาการง่วง นอกจากอาการง่วงแล้ว โมเลกุลยาของยาแก้แพ้ในรุ่นที่ 1 ยังทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เรียกว่า ฤทธิ์ anti-cholinergic (ฤทธิ์จากการยับยั้งการทำงานของอะเซทิลโคลีน) ได้แก่ ผิวหนังแห้ง ปากคอแห้ง ตาแห้ง ตาพร่า ม่านตาขยาย ท้องผูก ปัสสาวะขัดในเพศชาย หัวใจเต้นเร็ว

ด้วยผลข้างเคียงเหล่านี้จึงเกิดการพัฒนายาแก้แพ้ในรุ่นที่ 2 ขึ้น ซึ่งได้พัฒนาโครงสร้างของโมเลกุลยาให้มีขนาดใหญ่ขึ้น และละลายในไขมันได้น้อยลง เพื่อลดการผ่านของยาเข้าสู่สมอง เป็นผลให้ยาในกลุ่มรุ่นที่ 2 ตั้งแต่เฟกโซเฟนาดีน (fexofenadine) ที่ตัวยาไม่สามารถเข้าสู่สมองได้เลย (จากการศึกษาคือน้อยกว่า 0.1%) ไปจนถึงเซทิริซีน (cetirizine) ที่เข้าสู่สมองได้ประมาณ 26% ทำให้ฤทธิ์ที่เกิดจากการรบกวนประสาทส่วนกลาง คือ อาการง่วง ลดลงไปอย่างมากเมื่อเทียบกับรุ่นที่ 1 นอกจากสามารถขจัดอาการง่วงแล้ว ยาแก้แพ้ในกลุ่มที่สองยังไม่มีฤทธิ์ anticholinergic อีกด้วย

ข้อมูลของยาแก้แพ้แต่ละชนิด

ยาแก้แพ้แต่ละชนิด มีข้อบ่งใช้ ขนาดการใช้ และข้อควรระวังดังตารางต่อไปนี้

1. กลุ่มยาแก้แพ้รุ่นที่ 1

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad
ชื่อยา ตัวอย่างยี่ห้อที่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย ข้อบ่งใช้ ขนาดการใช้ยา ผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์/ข้อควรระวัง
ในการใช้ยา
ข้อแนะนำอื่นๆ
คลอร์เฟนิรามีน
(Clorpheniramine)
Chlorpheniramine GPO
A.N.H.
Asian Pharm
Charoen Bhaesaj
Inpac, Nakornpatana
T.O.
Medicpharma
Chorphen
ต้านอาการแพ้ เช่น การเกิดผื่นคัน ลมพิษ น้ำมูกไหล 50-100 มก.
วันละ 3-4 ครั้ง
- มีฤทธิ์ Anticholinergic สูง จึงทำให้เกิดอาการ ผิวหนังแห้ง ปากคอแห้ง ตาแห้ง ตาพร่า ม่านตาขยาย ท้องผูก ปัสสาวะขัดในเพศชาย

- ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาในผู้สูงอายุ และผู้ป่วยต่อมลูกหมากโต เนื่องจากยาส่งผลต่อการปัสสาวะ

- ยามีฤทธิ์ทำให้ง่วงนอน ควรหลีกเลี่ยงการขับขี้ยานพาหนะหรือใช้เครื่องจักรในระหว่างใช้ยานี้เนื่องจากทำให้สมรรถนะในการทำงานดังกล่าวลดลงและอาจเกิดอุบัติเหตุได้
นิยมใช้ลดน้ำมูกในผู้ป่วยโรคหวัด
ไดเมนไฮดรามีน (Dimenhydramine)/
ไดเมนไฮดริเนต (Dimenhydrinate)
Dramine
Denim
Dimeno
Divomit
Dimim
Motivan
Vomen
Dimenhydrinate Asian Union
T Man
Picco
Pharma Square
50-100 มก.
วันละ 3-4 ครั้ง
ยานี้มีฤทธิ์ในการบรรเทาอาการเมารถ เมาเรือ จึงนิยมใช้ยาในข้อบ่งใช้นี้มากกว่า
ไฮดรอกซีซีน (Hydroxyzine) Atarax
Histan
Hizin
Polizine
Taraxin
Allerax
Drazine
Hydroxyzine Inpac
Utopian
Hyzine
50-100 มก.
วันละ 3-4 ครั้ง
เนื่องจากยามีฤทธิ์ทำให้ง่วงสูง จึงพบว่ามีการใช้ยานี้เพื่อช่วยให้หลับ เช่น ในผู้ที่อยู่ในระหว่างการเดินทางบนเครื่องบิน หรือในผู้ป่วยที่มีภาวะวิตกกังวลและต้องการทำให้หลับ หรือในรายที่มีอาการแพ้และหวังผลให้ผู้ป่วยหลับ
ไซโพรเฮปทาดีน (Cyproheptadine) Cyprogin
Cyproheptadine Macrophar
Asian Pharm
Inpac
Medicine Products
Picco
T Man
Cyprodine
Cyprotec
Cyprocap
4 มิลลิกรัม
วันละ 3-4 ครั้ง
ยามีผลข้างเคียงหนึ่งคือ เพิ่มความอยากอาหาร จึงมีการใช้ยานี้เพื่อเพิ่มความอยากอาหารในเด็ก อย่างไรก็ตามข้อบ่งใช้นี้ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์


2. กลุ่มยาแก้แพ้รุ่นที่ 2

ชื่อยา ตัวอย่างยี่ห้อที่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย ข้อบ่งใช้ ขนาดการใช้ยา ผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์/ข้อควรระวัง
ในการใช้ยา
ข้อแนะนำอื่นๆ
เซทิริซีน (Cetirizine) Zyrtec
Alerest
Cetrizin
Zittec
Zensil
Zertine
Cyzine
Fatec
ต้านอาการแพ้ เช่น การเกิดผื่นคัน ลมพิษ น้ำมูกไหล 10 มก.
วันละครั้ง
หรือ 5 มก.
วันละ 2 ครั้ง
- ผลข้างเคียงที่ทำให้ง่วงน้อยลงอย่างมากเมื่อเทียบกับยาในรุ่นแรก

- ไม่มีฤทธิ์ anticholinergic แบบในรุ่นแรก
-
ลอราทาดีน (Loratadine) Alertyne
Allersil
Lorsedin
Clalergy
Claridine
Loradine
Lortadine
10 มก.
วันละครั้ง (Aerius ขนาด 5 มก. รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละครั้ง)
เดสลอราทาดีน (Desloratadine) นิยมใช้เป็นยาสำหรับบรรเทาอาการแพ้ด้วยเช่นเดียวกัน เช่น ยี่ห้อ Aerius
เฟกโซเฟนาดีน
(Fexofenadine)
Bosnum
Fenafex
Telfast
Tofexo
Vifas
Fexotine
ยาไม่สามารถผ่านเยื่อกั้นสมองได้ จึงนิยมใช้ยานี้ในนักบิน หรือผู้มีอาชีพที่การง่วงมีความเสี่ยงทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรง

ยาแก้แพ้อากาศมีหลายชนิด และหลายตัวยา ถึงแม้ว่าจะออกฤทธิ์เหมือนกัน แต่ผลข้างเคียงกลับไม่เหมือนกัน ดังนั้น จึงควรเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน หากไม่แน่ใจควรปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง


ที่มาของข้อมูล

An. Bras, Histamine, histamine receptors and antihistamines: new concepts, Dermatol Vol.85 No.2, March / April 2010.

F Estelle R Simon and Keith J Simons, H1 Antihistamines: Current Status and Future Directions. 15 September 2008.

Mark D. Coggins, Antihistamine Risk. Aging Well Vol. 6 No. 2 P. 6. March / April 2013


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป