กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
ความรู้สุขภาพ

อยู่บ้านทั้งวัน ทำไมยังเป็นสิว

ตอบคำถามที่หลายคนสงสัย อยู่บ้านทำไมยังเป็นสิว? โดย พญ. สุเนตรา นิตยวรรธนะ แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังจากภราภิญ คลินิก
เผยแพร่ครั้งแรก 20 พ.ค. 2020 อัปเดตล่าสุด 20 พ.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 7 นาที
อยู่บ้านทั้งวัน ทำไมยังเป็นสิว

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • ธรรมชาติของคน ใบหน้าจะหลั่งไขมันออกมาตลอดเวลา ซึ่งความมันก็เป็นปัจจัยในการเกิดสิวด้วย
  • อาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง มีแนวโน้มที่จะเกิดสิวมากกว่าอาหารประเภทอื่นๆ
  • ความเครียดจากการทำงาน มีส่วนทำให้เกิดสิวได้เช่นกัน
  • วิธีป้องกันสิวขณะอยู่ในบ้าน คือทาครีมกันแดด SPF 30 และ PA +++ ขึ้นไป ล้างหน้าวันละอย่างน้อย 2 ครั้ง โดยสระผมก่อนใช้โฟมล้างหน้า
  • หลังล้างหน้าเสร็จ หากมียาทาสิวที่ต้องใช้ ควรทาเป็นอันดับแรก จากนั้นตามด้วยครีมที่มีน้ำหนักเบาสุดจนกระทั่งถึงหนักสุด แต่ควรทาครีมในระหว่างที่หน้ายังมีความชุ่มชื้นจากการล้างหน้า
  • ดูแพ็กเกจรักษาสิว ลดรอยสิวได้ที่นี่

สิว เป็นหนึ่งในปัญหากวนใจทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เนื่องจากทำให้ขาดความมั่นใจ แต่งหน้าลำบาก ถ่ายรูปก็ไม่สวย หลายคนจึงพยายามหลีกเลี่ยงมลภาวะ ควันรถ และแสงแดด เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดสิว

แต่ในช่วง Work from home ที่ผ่านมา หลายคนไม่ได้ออกจากบ้านไปไหน ไม่เจอมลภาวะจากภายนอก แต่กลับมีสิวขึ้นบนใบหน้า จึงเกิดความสงสัยว่า ความจริงแล้วสิวเกิดจากอะไรกันแน่

ด้วยเหตุนี้ HD ได้ทำการสัมภาษณ์ พญ. สุเนตรา นิตยวรรธนะ แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังจากภราภิญ คลินิก ในหัวข้อ “อยู่บ้านทั้งวัน ทำไมยังเป็นสิว”

ทำไมสิวขึ้นได้แม้จะอยู่แต่ในบ้าน?

หลายคนมีวิถีชีวิตประจำวันเปลี่ยนไปในช่วง Work from home จึงไม่น่าจะเกิดสิวได้เพราะไม่ได้สัมผัสกับมลภาวะภายนอก แต่สุดท้ายก็ต้องประหลาดใจ เมื่อสิวค่อยๆ โผล่ขึ้นมาบนใบหน้า จึงเกิดความสงสัยว่าสิวเกิดจากอะไรกันแน่?

“สิวเป็นโรคของต่อมไขมันและรูขุมขน” พญ. สุเนตรา กล่าว “การเกิดสิวอันที่หนึ่งก็คือการสร้างผลิตน้ำมันที่เยอะ อันที่สองก็คือระบายไม่ทัน

“พอน้ำมันระบายไม่ทันรวมกับรอบรูขุมขนมีการผลิตเคราตินชั้นหนังกำพร้าเพิ่มมากขึ้น”

เคราติน (Keratin) คือ เส้นใยในผิวหนังบริเวณหนังกำพร้า เป็นเซลล์ที่สร้างขึ้นจากเซลล์เยื่อบุผิวหนัง ประกอบไปด้วยแผ่นบางใสที่ชั้นนอกสุดซึ่งเรียกว่า "หนังขี้ไคล"

อ่านเพิ่มเติม: เส้นใยเคราติน

“เมื่อเคราตินมากขึ้นจะทำให้เกิดสิวอุดตัน สิวอักเสบร่วมกับแบคทีเรียตัวนึงที่ชื่อว่า P. acne กลไกการเกิดสิวหลักๆ มันก็จะมีอยู่ขั้นตอนประมาณนี้”

พญ. สุเนตรา เสริมว่า “หน้าเราผลิตน้ำมันอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้จะไม่ออกไปไหนก็ตาม เชื่อได้ว่าคนทุกคนลองจับหน้าดูก็จะเห็นว่าหน้ามัน ถ้าไม่ล้างหน้า ก็เป็นปัจจัยหนึ่งในการเกิดสิว”

จึงอาจกล่าวได้ว่า แม้ใบหน้าจะไม่ได้สัมผัสสิ่งสกปรก มลภาวะ ก็อาจเกิดสิวได้จากความมันที่เคลือบอยู่บนผิว ดังนั้นการล้างหน้าจึงอาจเป็นทางออกที่เหมาะสม

“มาตรฐานที่ควรคือล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง” พญ. สุเนตรา บอกกับ HD “เช้าและเย็นถือว่าเพียงพอ แต่ว่าการล้างหน้า ไม่จำเป็นจะต้องใช้สครับ ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าปกติทั้ง 2 ครั้งเลย”

“เว้นแต่มีปัจจัยอื่น เช่น เหงื่อออกมาก ออกกำลังกายมา หรือว่าทำงานที่มีเหงื่อออกเยอะ สามารถล้างหน้าเพิ่มเติมได้”

วิธีที่ถูกต้องในการล้างหน้าและทาครีมเป็นอย่างไร?

พญ. สุเนตราแนะนำขั้นตอนการล้างหน้าและทาครีมบำรุง ที่ลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดสิวให้กับ HD เป็นขั้นตอน ดังนี้

  • ให้ใช้สำลีเช็ดเครื่องสำอางออกเป็นอันดับแรก
  • หากมีสิวบนใบหน้า ให้ใช้ยาทากลุ่มที่ต้องทิ้งไว้ 10 นาทีก่อน จากนั้นจึงล้างออก
  • ควรสระผมก่อนล้างหน้าด้วยโฟมหรือสบู่ เพื่อไม่ให้ครีมนวดติดค้างบริเวณหน้าผากหลังจากสระผม
  • ล้างหน้าด้วยสบู่หรือโฟม เริ่มจากหน้าผากลงมาข้างล่าง
  • หลังล้างหน้าเสร็จ หากมียาสิว ควรทายาสิวก่อน เนื่องจากหากทาครีมหรือมอยเจอร์ไรเซอร์บางชนิด อาจทำให้ยาสิวไม่สามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ เว้นแต่ ถ้าเป็นยาที่เกิดการระคายเคืองสูง อาจเอาไว้ทาสุดท้าย
  • ควรทาครีมตอนที่ใบหน้ายังมีความชื้น ผิวหมาดๆ ช่วยให้ครีมซึมได้ดีขึ้น โดยทาครีมที่เนื้อบางที่สุดก่อน เช่น เอสเซนส์ โลชั่น ครีม

พญ. สุเนตราแนะนำเพิ่มเติมว่า “สำหรับคนที่เป็นสิว แนะนำว่าอย่าล้างหน้าในแบบที่มันรุนแรงเกินไป ไม่ต้องขัดมาก ล้างธรรมดาก็พอ ส่วนที่มีการบอกว่าให้ล้างหน้าตามแนวขนถึงจะถูกนั้น ก็ยังไม่มีข้อมูลรับรอง”

“คนที่เป็นสิวควรบำรุงครีมให้น้อยขั้นตอนมากที่สุด ใช้หลักการคือทำยังไงก็ได้ให้ทายาสิวแล้วได้ผล แล้วก็หน้าไม่แห้งจนเกินไป”

ทำงานและออกกำลังกายอยู่ในบ้าน ทำให้เกิดสิวไหม?

จากที่ พญ. สุเนตรากล่าวว่า แม้จะอยู่เฉยๆ ใบหน้าก็จะมีความมันอยู่ตลอดเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นหากออกกำลังกายหรือทำงานมากเกินไปจนเครียดจะมีผลต่อการเกิดสิวไหม?

“ความเครียดเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดสิว” พญ. สุเนตรา กล่าว “อันนี้มีหลักฐานทางวิชาการชัดเจน เพราะฉะนั้นการออกกำลังกายจึงเป็นวิธีที่ดี เพราะทำให้คลายความเครียด มีฮอร์โมนดีๆ หลั่งออกมา แต่หลังออกกำลังกายเสร็จก็ต้องล้างหน้าด้วย เพื่อไม่ให้เกิดการอุดตัน”

แล้วสำหรับคนที่ชอบออกกำลังกาย อาจออกกำลังมากกว่าหนึ่งครั้งต่อวัน แบบนี้ควรทำอย่างไร จำเป็นต้องล้างหน้าบ่อยขึ้นตามจำนวนการออกกำลังกายเลยไหม?

“การล้างหน้าหรืออาบน้ำหลังออกกำลังกายเพื่อป้องกันสิวไม่มีตัวเลขตายตัว” พญ. สุเนตรา ตอบ “แต่ก็แนะนำว่าควรเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ ถ้าเราแต่งหน้า ก่อนไปยิมก็ควรล้างออก เพื่อให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานดีด้วย ไขมันก็ไม่มาอุดตัน”

“ส่วนน้ำที่ใช้ในการล้างหน้า ให้ใช้น้ำอุณหภูมิปกติ เพราะน้ำร้อนจะทำให้ผิวแห้ง ระคายเคืองง่าย ส่วนน้ำเย็นยังไม่มีใครศึกษา ส่วนสิวที่หลังก็จะมีการทายาร่วมด้วย เพราะว่าเกิดจากเหงื่อทั้งนั้นเลย”

ถ้าไม่ออกกำลังกาย กินอาหารแล้วนั่งทำงาน จะทำให้สิวขึ้นไหม?

หลายคนคงเคยได้ยินว่าอาหารที่กินนั้นมีส่วนสัมพันธ์กับการเกิดสิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่คนอยู่บ้าน ทำให้การเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันน้อยลง พญ. สุเนตรา ให้ข้อมูลกับ HD ว่า

อยากให้เข้าใจก่อนว่าอาหารกับสิวเนี่ย ไม่ได้มีความสัมพันธ์กันแบบชัดเจน แต่ที่มีการศึกษากัน คืออาหารที่ทำให้เกิดสิวจะเป็นอาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น ผลิตภัณฑ์นม (Dairy Product) น้ำตาล เค้ก ขนมหวาน ไอศกรีม ของมันของทอด พวกนี้จะทำให้กระตุ้นการเกิดสิวได้

ถ้าอาหารไขมันสูง น้ำตาลสูง อาจมีส่วนทำให้เกิดสิว คนที่ผอมหรือไม่ชอบกินของหวานหรือของมัน ก็ไม่น่าจะมีสิวได้ แต่หลายคนก็ยังมี เรื่องนี้ พญ. สุเนตรา มองว่าอย่างไร?

“นอกจากอาหารที่มีน้ำตาลสูงแล้ว” พญ. สุเนตรากล่าว “วิตามินบางตัว เช่น พริมโรสออยล์ วิตามินบี 6 บี 12 มีรายงานว่ากระตุ้นการเกิดสิวได้บ้าง แม้จะไม่บ่อยก็ตาม”

“ยาโรคประจำตัวก็มีส่วน” พญ. สุเนตรา เสริม “กลุ่มยากันชัก ยาโรคซึมเศร้า หรือกลุ่มยาไอโอดีนบางอย่างก็ทำให้เป็นสิว และที่สำคัญอีกตัวนึงก็คือ ยากลุ่มสเตียรอยด์ ไม่ว่าจะเป็นการทาหรือกินก็กระตุ้นสิวได้”

อ่านเพิ่มเติม: อาหารที่ทำให้เกิดสิว

แต่อย่างไรก็ตาม พญ. สุเนตรายังเน้นย้ำว่า ยาเหล่านี้แม้จะมีส่วนทำให้เกิดสิวในบางกรณี แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่กินยาเหล่านี้จะเป็นสิว

ยาโรคประจำตัวยังคงมีความจำเป็น ดังนั้นหากกินแล้วเป็นสิว ไม่ควรหยุดกินยาด้วยตัวเอง แต่ ควรกินยาโรคประจำตัว ควบคู่กับการรักษาสิวไปด้วย

กินอย่างไรถึงจะลดความเสี่ยงในการเกิดสิว?

เมื่ออาหารอาจมีส่วนทำให้เกิดสิว หลายคนจึงต้องเริ่มหันมาใส่ใจในอาหารการกินกันมากขึ้น ดังนั้นทางออกของเราควรเป็นแบบไหน?

“ก็ควรเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง แล้วมากินอาหารที่มีโอเมกา 3 จะช่วยทำให้สิวดีขึ้น เช่น ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล ผักโขม เต้าหู้ อีกอันก็ Zinc ที่นอกจากจะดีกับเรื่องผม ในผู้ชายก็จะดีเกี่ยวกับเรื่องต่อมลูกหมาก แล้วก็ลดสิวได้ด้วย” พญ. สุเนตรา บอกกับ HD

“แต่อย่างไรก็ตาม อาหารเหล่านี้ที่กล่าวไป ไม่ได้มีผลลดสิวโดยตรง เพียงแต่เชื่อว่ามีความสัมพันธ์ รวมถึงเรื่องวิตามินกับผิวก็เช่นกัน ไม่ได้เป็นวิธีการรักษามาตรฐาน”

อยู่บ้านไม่ได้โดนแดด ต้องทาครีมกันแดดไหม?

“สำคัญมาก” พญ. สุเนตรา ยืนยันกับ HD “ต้องทาด้วย บางคนคิดว่าอยู่ในร่มไม่ได้โดนแดด แต่เราลืมไปว่าบ้านเรามีหน้าต่าง มีกระจก มี UV เข้ามาตลอด เพราะฉะนั้นการทาครีมกันแดดยังจำเป็นอยู่ ควรเลือกใช้ครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไป แล้วก็ PA +++ ขึ้นไป ช่วงที่ต้องออกไปข้างนอก ควรจะต้องทาซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมง”

โดยปกติแล้ว แสงแดดที่ส่องลงมายังพื้นโลก จะมีรังสีที่มองไม่เห็นที่เรียกว่า UVA, UVB ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผิวหนังของแต่ละคนแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าใครผิวไวต่อแดดมากกว่า

  • UVA เป็นรังสีที่ทำให้ผิวหนังคล้ำ แดง สามารถพบได้ในชีวิตประจำวัน เพราะตัวรังสีทะลุเข้าถึงภายในชั้นผิว เป็นสาเหตุที่ให้เกิดรอยเหี่ยวย่น ผิวหย่อนยาน
  • UVB เป็นรังสีที่ทำให้ผิวไหม้ บวมแดง ผิวแสบแดงอักเสบ เป็นสาเหตุของฝ้ากระและความแห้งกร้าน หากสัมผัสต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ รังสี UVB มักพบมากในที่แจ้งส่งผลอย่างรุนแรงกับผิว

อ่านเพิ่มเติม: รังสี UV จากแดด

ดังนั้นแม้จะอยู่ในที่ร่ม รังสี UV ก็ยังสามารถสะท้อนหรือทะลุผ่านหน้าต่างเข้ามาในตัวบ้านได้ จึงควรทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวอย่างสม่ำเสมอ

แต่งหน้าก่อนประชุมวีดีโอคอล มีส่วนทำให้เกิดสิวไหม?

การแต่งหน้าเป็นหนึ่งในกิจวัตรของผู้หญิงที่ออกไปทำงานนอกบ้าน แม้จะเปลี่ยนวิถีชีวิตมาเป็นการทำงานแบบ Work from home หลายครั้งเมื่อมีประชุมแบบเปิดกล้อง ก็ยังคงต้องแต่งหน้าเพื่อเสริมภาพลักษณ์ให้ดูดีอยู่เสมอ

ดังนั้นจึงอาจเป็นไปได้ไหม ที่การแต่งหน้าจะเป็นตัวการสำคัญในการทำให้เกิดสิว

“การแต่งหน้าทำได้ สำหรับคนที่ผิวไม่ได้เกิดสิวง่าย ไม่มีปัญหาเลย แต่ในกลุ่มคนที่เกิดสิวง่าย (Acne prone skin) ก็อาจจะต้องเลือกผลิตภัณฑ์หน่อย” พญ. สุเนตรา กล่าว

“ถ้าเกิดมีสิวขึ้นมา หมอแนะนำว่าให้เลี่ยงกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำมัน คนที่เคยใช้เนื้อครีมต้องเข้าใจก่อนว่ามันมีเนื้อเจล เนื้อโลชั่นด้วย ถ้าเป็นเนื้อเจลจะซึมง่าย ไม่ค่อยจะเหนอะหนะ เนื้อโลชั่นก็ซึมค่อนข้างเร็ว แต่ถ้าเนื้อครีมอาจจะหนาไป”

“แล้วบางตัวเป็นเนื้อน้ำมันก็จะยิ่งเหนอะ ทั้งอากาศร้อนด้วยทั้งมาสก์ด้วยมันกระตุ้นการเกิดสิว สิวพวกนี้เราเรียกว่าสิว Acne cosmetica หรือสิวที่เกิดจากเครื่องสำอาง จะเริ่มด้วยสิวอุดตันนำมาก่อน เป็นก้อนขาวๆ อยู่ข้างใน ลูบดูแล้วมันจะเป็นตุ่มๆ”

อาจกล่าวได้ว่าสิวที่เกิดจากการแต่งหน้า มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยประกอบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ เนื้อครีม สภาพผิว รวมถึงการใส่มาส์กในช่วงนี้อีกด้วย

แต่งหน้าอย่างไรให้ห่างไกลสิวในช่วงนี้?

แม้จะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในบ้าน แต่ก็ต้องมีบ้างบางครั้งที่จะต้องออกไปพบปะพูดคุย หรือไปประชุมตามออฟฟิศสำนักงาน ซึ่งต้องใส่มาส์กตลอดเวลา ควรปฏิบัติตนอย่างไร

“อันดับแรกลองกลับไปดูผลิตภัณฑ์ของเราว่ามีส่วนผสมของออยล์หรือกลีเซอรีนไหม” พญ. สุเนตรา กล่าว “เพราะมันจะทำให้เกิดการอุดตัน เจอบ่อยใน CC BB คุชชั่น หรือลองพื้นแบบหน้าฉ่ำวาว พวกนี้ควรจะงดก่อน”

“ให้ใช้เป็นเนื้อโลชั่น เนื้อเซรั่ม เนื้อบางๆ จะเหมาะกว่า แต่ที่สำคัญมากคือแปรงแต่งหน้า จะมีน้ำมันติดอยู่บริเวณปลายขนแปรง ควรล้างทุกสัปดาห์ เนื่องจากมีการสะสมของแบคทีเรีย การใช้ซ้ำๆ ก็กระตุ้นสิวได้เหมือนกันส่วนแป้ง ถ้าเลือกได้ให้ใช้แป้งฝุ่น หรือแป้งที่ไม่ผสมรองพื้น”

HD ถามพญ. สุเนตรา ต่อว่า มีหลายคนหันมาใช้สเปรย์น้ำแร่ในช่วงนี้ เพราะอากาศร้อน แบบนี้จะกระตุ้นให้เกิดสิวไหม

“สเปรย์น้ำแร่ไม่ค่อยกระตุ้นสิว แต่ผลิตภัณฑ์บางอย่างเขาจะเขียนไว้ให้เหมาะกับแต่ละสภาพผิว เช่น”

  • Oily skin สำหรับผิวเป็นสิวง่าย
  • Non comedogenic ไม่ทำให้เกิดสิว
  • Non clog pore ไม่ทำให้อุดตัน
  • Acne solution ลดความมันบนใบหน้า

ควรเลือกคลีนซิ่งแบบไหนในการล้างเครื่องสำอาง?

คลีนซิ่ง เป็นอีกหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญคู่กับผู้หญิง ในการเช็ดล้างเครื่องสำอางออกจากใบหน้า

“การที่เราใช้ครีม หรือผลิตภัณฑ์แต่งหน้า มันจะมีส่วนผสมของน้ำมันอยู่แล้ว” พญ. สุเนตรา กล่าว “จึงอาจจะต้องใช้น้ำนมหรือคลีนซิ่งเช็ดล้างออก ก่อนที่เราจะล้างโฟมจริงๆ”

“หมอแนะนำว่าสำหรับกลุ่มที่เป็นสิวง่าย การใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นน้ำใสจะดีกว่าชนิดที่คว่ำแล้วเป็นน้ำมันสองชั้น แล้วเดี๋ยวนี้ก็มีหลายยี่ห้อที่ลดการเกิดสิวได้ด้วย”

วิธีทำความสะอาดแปรงแต่งหน้า

พญ. สุเนตราได้แนะนำวิธีการทำความสะอาดแปรงแต่งหน้า เพื่อลดการสะสมของไขมันบริเวณปลายแปรง รวมถึงคราบแบคทีเรีย ดังนี้

  • สำหรับการเช็ด ให้ใช้น้ำยาทำความสะอาดแปรงใส่กระดาษทิชชู่ ปัดแปรงไปมา
  • หากต้องการล้าง ให้ใช้แชมพูอ่อนๆ ทำความสะอาดได้ตามปกติ
  • คว่ำแปรงไว้ในที่ที่ลมโกรก รอจนกว่าจะแห้ง ไม่ควรหงายก่อนที่แปรงจะแห้งสนิท เพราะความชื้นอาจตกไปอยู่ด้านล่าง ทำให้เกิดเชื้อรา
  • ไม่ควรนำแปรงไปตากแดด เนื่องจากจะทำให้ขนแปรงหยาบ

“การใช้แปรงแต่งหน้าขนหยาบก็กระตุ้นสิวอีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่าสิวหิน การใช้แปรงขนนุ่ม ผ้าเช็ดหน้านิ่มๆ สำคัญ เพราะว่ามันไม่ได้เกิดสิวอักเสบ สิววัยรุ่นอย่างนี้หรอก แต่มันจะเกิดสิวหินคล้ายๆ เหมือนเม็ดแข็งๆ อยู่ที่หน้า

จากข้อมูลที่ พญ. สุเนตรา ให้มา จะเห็นได้ว่าสิว เกิดได้จากหลายปัจจัยที่อยู่ในบ้าน แม้จะไม่ได้ออกไปเผชิญกับมลภาวะ แต่ไขมัน เครื่องสำอาง สภาพอากาศ และชีวิตประจำวัน สามารถก่อให้เกิดสิวได้ทั้งสิ้น

ดังนั้น การดูแลรักษาความสะอาดบนใบหน้ายังคงเป็นสิ่งสำคัญ ควรล้างหน้าอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง รวมถึงระวังอย่าให้ใบหน้าแห้งจนเกินไป เพราะเมื่อเกิดความระคายเคืองขึ้น อาจทำให้เกิดสิวตามมาได้

ดูแพ็กเกจรักษาสิว ลดรอยสิว เปรียบเทียบราคา โปรโมชันล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจเหล่านี้ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @HonestDocs และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป