ความรู้สุขภาพ

การตรวจสุขภาพสำหรับผู้หญิงอายุ 40 – 64 ปี ต้องตรวจอะไรบ้าง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 8, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 890,878 คน

การตรวจสุขภาพสำหรับผู้หญิงอายุ 40 – 64 ปี ต้องตรวจอะไรบ้าง

คุณควรเข้าพบผู้ดูแลสุขภาพของคุณเป็นประจำแม้ว่าจะมีสุขภาพดีก็ตาม โดยเป้าหมายของการพบแพทย์ในแต่ละครั้งก็เพื่อ:

  • คัดกรองโรคภัยต่าง ๆ
  • ประเมินความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพในอนาคต
  • ส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างถูกสุขลักษณะ
  • ทำการฉีดวัคซีนสร้างภูมิ
  • เรียนรู้วิธีจัดการกับโรคภัย

การเข้าพบแพทย์เป็นประจำจะสามารถช่วยเลี่ยงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ ยกตัวอย่างเช่น การที่คุณจะป้องกันความดันโลหิตสูงได้คือการเข้าตรวจร่างกายเป็นประจำ เป็นต้น อีกทั้งระดับน้ำตาลและคอเลสเตอรอลในเลือดที่สูงจะไม่แสดงอาการใด ๆ ในช่วงระยะแรกเริ่ม ซึ่งการตรวจเลือดง่าย ๆ จะสามารถตรวจพบภาวะทั้งสองได้ทันที

การตรวจความดันโลหิตสำหรับผู้หญิงอายุ 40 – 64 ปี

  • ควรทำการตรวจความดันโลหิตของคุณทุก ๆ 3 ถึง 5 ปี แต่หากว่าเลขตัวบนของคุณ (systolic number) อยู่ระหว่าง 120 ถึง 139 หรือเลขตัวล่าง (diastolic number) อยู่ระหว่าง 80 ถึง 89 mm Hg หรือมากกว่านั้น ควรทำการตรวจทุกปี
  • หากเลขตัวบนสูงกว่า 140 หรือเลขตัวล่างสูงกว่า 90 ให้รีบนัดพบแพทย์ทันที
  • หากคุณเป็นเบาหวาน เป็นโรคหัวใจ มีปัญหาไต หรือเป็นโรคอื่น ๆ คุณควรต้องทำการตรวจความดันโลหิตบ่อยครั้งกว่าข้างต้น อย่างน้อยก็หนึ่งครั้งต่อปี
  • ควรทำการตรวจความดันเลือดของตนเองทั้งที่บ้านและที่ทำงาน

การตรวจระดับคอเลสเตอรอลสำหรับผู้หญิงอายุ 40 – 64 ปี

  • อายุที่ควรเริ่มตรวจระดับคอเลสเตอรอลคือระหว่าง 40 ถึง 45 ปี
  • ผู้ที่มีระดับคอเลสเตอรอลปกติไม่จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจไปอีก 5 ปี
  • หากคุณเป็นเบาหวาน เป็นโรคหัวใจ มีปัญหาไต หรือเป็นโรคอื่น ๆ คุณควรต้องทำการบ่อยครั้งกว่าข้างต้น

การตรวจเบาหวานสำหรับผู้หญิงอายุ 40 – 64 ปี

  • หากคุณมีอายุมากกว่า 44 ปี ควรเริ่มตรวจเบาหวานทุก ๆ 3 ปี
  • หากความดันโลหิตของคุณสูงกว่า 135/80 mm Hg ผู้ดูแลอาจทำการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดของคุณเพื่อมองหาภาวะเบาหวาน
  • หากคุณมีน้ำหนักมาก ให้สอบถามแพทย์ว่าควรเข้ารับการตรวจตั้งแต่อายุน้อยหรือไม่ โดยค่า BMI มาตรฐานของแตกต่างกันไปตามเชื้อชาติและเพศ

การตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่สำหรับผู้หญิงอายุ 40 – 64 ปี

ถ้าคุณมีอายุน้อยกว่า 50 ปี คุณควรเข้ารับการตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่หากประวัติครอบครัวของคุณมีความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือติ่งเนื้อเมือก การตรวจประเภทนี้อาจถูกแนะนำหากว่าคุณมีปัจจัยเสี่ยงอย่างมีประวัติเคยเป็นโรคลำไส้ใหญ่อักเสบหรือติ่งเนื้อเมือกมาก่อน

หากคุณมีอายุระหว่าง 50 ถึง 75 ปี คุณควรเข้ารับการตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งจะมีการทดสอบหลายประเภท ดังนี้:

  • การตรวจหาเม็ดเลือดแดงในอุจจาระ (ทุกปี)
  • การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (ทุก ๆ 10 ปี พร้อมกับการตรวจเม็ดเลือดแดงในอุจจาระทุกปี)
  • การตรวจส่องกล้องมะเร็งลำไส้ใหญ่ (ทุก ๆ 10 ปี)

คุณอาจต้องเข้ารับการตรวจส่องกล้องบ่อยขึ้นหากว่าคุณมีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เช่น:

การตรวจฟันสำหรับผู้หญิงอายุ 40 – 64 ปี

  • ควรเข้าพบทันตแพทย์หนึ่งหรือสองครั้งต่อปีเพื่อทำการตรวจและทำความสะอาดช่องปาก ทันตแพทย์อาจประเมินและแจ้งให้คุณมาเข้าพบบ่อยกว่านั้นตามกรณี

การตรวจตา

  • เมื่อมีอายุ 40 ถึง 50 ปี ควรทำการตรวจตาทุก ๆ 2 ถึง 4 ปี และเมื่อมีอายุ 55 ถึง 64 ปีควรตรวจทุก ๆ 1 ถึง 3 ปี แพทย์อาจแนะนำให้คุณตรวจสายตาบ่อยกว่าข้างต้นหากว่าคุณมีปัญหาสายตาหรือมีความเสี่ยงต่อต้อหิน
  • หากคุณเป็นเบาหวานควรเข้าตรวจสายตาอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อปี

การฉีดวัคซีนภูมิคุ้มกันสำหรับผู้หญิงอายุ 40 – 64 ปี

  • คุณควรได้รับวัคซีนไข้หวัดทุกปี
  • สอบถามกับแพทย์ถึงความจำเป็นในการได้รับวัคซีนป้องกันปอดบวม
  • คุณควรได้รับวัคซีนวัคซีนรวมคอตีบ บาดทะยัก และไอกรน (Tdap) เป็นส่วนหนึ่งของการฉีดวัคซีนบาดทะยักกับคอตีบกระตุ้นอีกทุก ๆ 10 ปี
  • หากคุณยังไม่เคยได้รับวัคซีน HPV ให้ปรึกษาแพทย์ทันที
  • คุณอาจได้รับวัคซีนงูสวัดหนึ่งครั้งเมื่อคุณมีอายุ 60 ปี
  • แพทย์อาจแนะนำให้คุณฉีดวัคซีนเพิ่มภูมิคุ้มกันเพิ่มเติมหากคุณมีความเสี่ยงต่อภาวะอื่น ๆ

การตรวจร่างกายสำหรับผู้หญิงอายุ 40 – 64 ปี

  • ควรทำการตรวจความดันโลหิตอย่างน้อยทุกปี
  • ควรเริ่มให้มีการตรวจระดับคอเลสเตอรอลทุก ๆ 5 ปีหากว่าคุณมีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ
  • ควรทำการตรวจส่วนสูง น้ำหนัก และ BMI ของคุณระหว่างการตรวจร่างกายทุกครั้ง

ระหว่างการตรวจ แพทย์จะสอบถามคำถามเกี่ยวกับประเด็นต่อไปนี้:

  • ภาวะซึมเศร้า
  • การรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย
  • การเสพแอลกอฮอล์และบุหรี่
  • ความปลอดภัย อย่างเช่นการสวมเข็มขัดนิรภัยและการติดตั้งเครื่องตรวจจับควัน

การตรวจเต้านมสำหรับผู้หญิงอายุ 40 – 64 ปี

  • ผู้หญิงสามารถทำการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองทุกเดือน  แต่ผู้เชี่ยวชาญไม่เห็นด้วยว่าการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองจะสามารถวินิจฉัยโรคหรือช่วยชีวิตคุณได้ ดังนั้นจึงควรเข้าปรึกษากับแพทย์จะดีที่สุด
  • ให้ติดต่อแพทย์ผู้ดูแลทันทีที่คุณสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในเต้านมของคุณ ไม่ว่าคุณจะพบจากการตรวจเต้านมด้วยตัวเองหรือไม่ก็ตาม
  • แพทย์อาจดำเนินการตรวจเต้านมของคุณเป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบป้องกันโรค

การตรวจแมมโมแกรม

  • ผู้หญิงอายุตั้งแต่ 40 ถึง 49 ปีควรเข้ารับการตรวจแมมโมแกรมทุก ๆ 1 ถึง 2 ปี แต่นักวิจัยต่างก็ไม่เห็นด้วยที่จะดำเนินการแมมโมแกรมกับผู้หญิงในช่วงปลาย 40 ให้ปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลของคุณก่อนตัดสินใจ
  • ผู้หญิงอายุ 50 ถึง 75 ปีควรเข้ารับการตรวจแมมโมแกรมทุก ๆ 1 ถึง 2 ปีขึ้นอยู่กับปัจจัยเสี่ยงเพื่อคัดกรองมะเร็งเต้านม
  • หากคุณมีแม่หรือพี่น้องที่เคยเป็นมะเร็งเต้านมตั้งแต่ช่วงอายุน้อย คุณควรเข้ารับการตรวจแมมโมแกรมทุกปี โดยควรเริ่มตรวจคัดกรองก่อนช่วงอายุที่ญาติคนดังกล่าวถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม

การตรวจโรคกระดูกพรุนสำหรับผู้หญิงอายุ 40 – 64 ปี

  • ผู้หญิงทุกคนที่ผ่านอายุ 50 มาแล้วและเคยกระดูกหักควรเข้ารับการทดสอบความหนาแน่นของกระดูก (DEXA)
  • หากคุณมีอายุน้อยกว่า 65 ปี และมีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน คุณควรเข้ารับการตรวจด้วยเช่นกัน

การตรวจอุ้งเชิงกรานและการตรวจแปปสเมียร์สำหรับผู้หญิงอายุ 40 – 64 ปี

  • คุณควรเข้ารับการตรวจแปปสเมียร์ทุก ๆ 3 ปี หากว่าคุณเข้ารับการตรวจทั้งแปปสมียร์และ HPV คุณก็สามารถทำการตรวจซ้ำอีกครั้งทุก ๆ 5 ปีได้ โดย HPV ก็คือไวรัสที่ก่อให้เกิดหูดบนช่องคลอดและมะเร็งปากมดลูก
  • แพทย์จะแนะนำให้คุณตรวจอุ้งเชิงกรานบ่อย ๆ หากว่าคุณมีปัญหา
  • หากคุณเคยผ่าตัดมดลูกออกทั้งหมด และยังไม่เคยถูกวินิจฉัยคัดกรองมะเร็งปากมดลูก คุณก็ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจแปปสเมียร์
  • ผู้หญิงที่มีสัมพันธ์ทางเพศบ่อย ๆ ควรเข้ารับการตรวจหนองในเทียมและหนองในแท้ โดยแพทย์จะแนะนำให้คุณเข้ารับการทดสอบการติดเชื้ออื่น ๆ ด้วย
  • แพทย์จะแนะแนวทางป้องกันโรคที่ติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์แก่คุณ
  • แพทย์จะสอบถามเกี่ยวกับการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ของคุณ และยังอาจสอบถามเกี่ยวกับภาวะซึมเศร้าของคุณอีกด้วย

การตรวจผิวหนังสำหรับผู้หญิงอายุ 40 – 64 ปี

  • แพทย์จะตรวจสอบผิวหนังของคุณเพื่อมองหาสัญญาณของมะเร็งผิวหนัง โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูง
  • ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงคือผู้ที่เคยเป็นมะเร็งผิวหนังมาก่อน มีญาติใกล้เคียงเป็นมะเร็งผิวหนัง หรือมีระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ

การตรวจคัดกรองมะเร็งปอดสำหรับผู้หญิงอายุ 40 – 64 ปี

ทาง USPSTF แนะนำว่าควรทำการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดเป็นประจำทุกปีด้วยการใช้วิธีตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเข้มรังสีต่ำ (LDCT) สำหรับผู้ใหญ่ที่มีอายุถึง 80 ปีที่

  • มีประวัติสูบบุหรี่ 30 แพ็คต่อปี และ
  • กำลังสูบอยู่ หรือเลิกบุหรี่ไปแล้วภายในช่วง 15 ปี

แพ็กเกจตรวจสุขภาพที่เราแนะนำ

เช็ครายการตรวจสุขภาพแล้ว ต้องทำอะไรต่อ?

คลิก เพื่อดูโปรแกรมตรวจสุขภาพและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้ที่นี่

คลิก เพื่อดูรายการตรวจสุขภาพของช่วงวัยและเพศอื่นๆ ได้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่