Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

การตรวจสุขภาพสำหรับผู้หญิงอายุ 40-64 ปี ต้องตรวจอะไรบ้าง

การตรวจสุขภาพไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอย่างที่คิด เรารวบรวมรายการตรวจสุขภาพที่จำเป็นสำหรับคุณมาให้แล้ว
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 9 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,423,412 คน

การตรวจสุขภาพสำหรับผู้หญิงอายุ 40-64 ปี ต้องตรวจอะไรบ้าง

เมื่ออายุมากขึ้น สุขภาพก็ย่อมเสื่อมโทรมลงไปตามกาลเวลา ไหนจะโรคภัยไข้เจ็บที่เริ่มมาเยือนบ่อยขึ้น การตรวจสุขภาพเป็นวิธีที่จะช่วยให้คุณตรวจพบปัญหาสุขภาพต่างๆ ได้ตั้งแต่ในระยะแรก รวมถึงคัดกรองความเสี่ยงต่อโรคภัยต่างๆ ทำให้คุณเบาใจไปได้เยอะ มาดูกันว่าผู้หญิงวัย 40-64 ปีนั้นควรตรวจอะไรกันบ้าง

เป้าหมายของการตรวจสุขภาพ

การตรวจสุขภาพเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าจะมีสุขภาพดีก็ตาม โดยเป้าหมายของการพบแพทย์ในแต่ละครั้งก็เพื่อ:

  • คัดกรองโรคภัยต่างๆ
  • ประเมินความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพในอนาคต
  • ส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่สุขลักษณะ
  • เรียนรู้วิธีรับมือกับโรคภัยและความเสี่ยงด้านสุขภาพ
  • ฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันโรค

การตรวจสุขภาพสำหรับผู้หญิงอายุ 40–64 ปี มีอะไรบ้าง?

แพทย์มักจะเริ่มจากการพูดคุยสอบถามถึงสุขภาพ ประวัติสุขภาพของคุณและคนในครอบครัว รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพื่อดูว่าถูกสุขลักษณะหรือมีความเสี่ยงต่อสุขภาพหรือไม่ โดยประเด็นที่แพทย์จะสอบถาม ได้แก่

  • ประเมินอาการของภาวะซึมเศร้า และสุขภาพจิต
  • การรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย
  • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่

หลังจากนั้นก็จะเป็นขั้นตอนของการตรวจร่างกายในด้านต่างๆ เพิ่มเติมต่อไป ตามรายการพื้นฐานที่ควรตรวจ หรือตามที่แพทย์ประเมินแล้วว่าอาจมีความเสี่ยงและควรต้องตรวจ

การตรวจความดันโลหิตสำหรับผู้หญิงอายุ 40–64 ปี

  • ควรตรวจความดันโลหิตอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง แต่หากเลขความดันตัวบน (Systolic number) อยู่ระหว่าง 120-139 หรือเลขตัวล่าง (Diastolic number) อยู่ระหว่าง 80-89 mmHg หรือมากกว่านั้น คุณควรตรวจความดันทุกปี
  • หากเลขความดันตัวบนสูงกว่า 140 หรือเลขความดันตัวล่างสูงกว่า 90 ให้รีบปรึกษาหรือไปพบแพทย์ทันที
  • หากคุณเป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ มีปัญหาเกี่ยวกับไต หรือเป็นโรคอื่นๆ คุณควรตรวจความดันโลหิตบ่อยครั้งกว่าข้างต้น หรืออย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี

การตรวจระดับคอเลสเตอรอลสำหรับผู้หญิงอายุ 40–64 ปี

  • ควรเริ่มตรวจระดับคอเลสเตอรอลตั้งแต่ในช่วงอายุ 40-45 ปี
  • หากตรวจพบว่ามีระดับคอเลสเตอรอลปกติ ก็ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจไปอีก 5 ปี
  • ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ มีปัญหาเกี่ยวกับไต หรือเป็นโรคอื่นๆ ควรตรวจบ่อยครั้งกว่าข้างต้นหรือตามคำแนะนำของแพทย์

การตรวจเบาหวานสำหรับผู้หญิงอายุ 40–64 ปี

  • เมื่อมีอายุมากกว่า 44 ปี คุณควรเริ่มตรวจเบาหวานทุก 3 ปี
  • หากมีความดันโลหิตสูงกว่า 135/80 mmHg แพทย์อาจให้ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเพื่อดูว่ามีภาวะเบาหวานหรือไม่
  • หากคุณมีน้ำหนักมาก ให้สอบถามแพทย์ว่าควรเข้ารับการตรวจเบาหวานตั้งแต่ก่อนอายุ 44 ปีหรือไม่ 

การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่สำหรับผู้หญิงอายุ 40–64 ปี

สำหรับผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 50 ปี ควรเข้ารับการตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่ หากคนในครอบครัวของคุณมีประวัติเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือตรวจพบติ่งเนื้อเมือกที่ลำไส้ใหญ่ รวมถึงคนที่เสี่ยงต่อโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เช่น เคยเป็นโรคลำไส้ใหญ่อักเสบหรือตรวจพบติ่งเนื้อในระบบทางเดินอาหาร

หากคุณมีอายุระหว่าง 50-75 ปี คุณควรเข้ารับการตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งทดสอบได้ด้วยหลายวิธี ดังนี้

  • การตรวจหาเม็ดเลือดแดงในอุจจาระทุกปี
  • การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ทุกๆ 10 ปี พร้อมกับการตรวจเม็ดเลือดแดงในอุจจาระทุกปี
  • การตรวจส่องกล้องมะเร็งลำไส้ใหญ่ทุกๆ 10 ปี

ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ดังต่อไปนี้ อาจต้องเข้ารับการตรวจส่องกล้องบ่อยกว่าปกติ

  • เป็นโรคลำไส้ใหญ่อักเสบชนิดเป็นแผล
  • มีประวัติเคยเป็นเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือมีคนในครอบครัวป่วยด้วยโรคนี้
  • เคยตรวจพบเนื้องอกในลำไส้ใหญ่

การตรวจเต้านมสำหรับผู้หญิงอายุ 40–64 ปี

  • เมื่อมีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป แพทย์จะแนะนำให้คุณรับการตรวจเต้านมด้วย
  • คุณสามารถตรวจหามะเร็งเต้านมเบื้องต้นด้วยตนเองทุกเดือนโดยการคลำหาก้อนเนื้อที่เต้านม แต่การตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองก็ไม่ได้ช่วยวินิจฉัยโรคหรือช่วยชีวิตคุณได้เท่าที่ควร ดังนั้นแนะนำให้ตรวจกับแพทย์เป็นดีที่สุด
  • หากสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในเต้านมของคุณ ให้ปรึกษาแพทย์ทันที รวมถึงความผิดปกติที่พบจากการตรวจเต้านมด้วยตัวเอง

การตรวจแมมโมแกรม

  • ผู้หญิงอายุ 40-49 ปี ควรเข้ารับการตรวจแมมโมแกรมทุก 1-2 ปี แต่ผู้เชี่ยวชาญบางคนก็เห็นว่าการตรวจแมมโมแกรมไม่ได้มีประโยชน์กับผู้หญิงที่มีอายุอยู่ในช่วง 40 ปีมากนัก ดังนั้นคุณควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจเข้ารับการตรวจชนิดนี้
  • ผู้หญิงที่มีอายุ 50-75 ปี ควรเข้ารับการตรวจแมมโมแกรมทุก 1-2 ปี เพื่อคัดกรองมะเร็งเต้านม โดยความถี่ในการตรวจขึ้นอยู่กับปัจจัยเสี่ยงของแต่ละคนด้วย
  • หากคุณมีแม่หรือพี่น้องที่เคยเป็นมะเร็งเต้านมตั้งแต่ช่วงอายุน้อย คุณควรเข้ารับการตรวจแมมโมแกรมทุกปี โดยควรเริ่มตรวจคัดกรองตั้งแต่ก่อนช่วงอายุที่ญาติคนดังกล่าวพบว่าตนเองเป็นมะเร็งเต้านม

การตรวจโรคกระดูกพรุนสำหรับผู้หญิงอายุ 40–64 ปี

  • ผู้หญิงทุกคนที่มีอายุมากกว่า 50 ปี และเคยกระดูกหัก ควรเข้ารับการทดสอบความหนาแน่นของกระดูก (DEXA)
  • หากมีอายุน้อยกว่า 65 ปี และมีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน คุณควรเข้ารับการตรวจด้วยเช่นกัน

การตรวจอุ้งเชิงกรานและการตรวจแปปสเมียร์สำหรับผู้หญิงอายุ 40–64 ปี

  • คุณควรเข้ารับการตรวจแปปสเมียร์ทุกๆ 3 ปี หากคุณเข้ารับการตรวจทั้งแปปสเมียร์และตรวจการติดเชื้อ HPV ซึ่งเป็นไวรัสที่ก่อให้เกิดหูดบริเวณช่องคลอดและมะเร็งปากมดลูกแล้ว คุณสามารถตรวจซ้ำอีกครั้งทุก 5 ปี
  • แพทย์จะแนะนำให้คุณตรวจอุ้งเชิงกรานบ่อยๆ หากพบว่าคุณมีปัญหาหรือความผิดปกติบางอย่าง
  • หากคุณเคยผ่าตัดมดลูกออกทั้งหมด และไม่เคยตรวจพบมะเร็งปากมดลูกมาก่อน คุณก็ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจแป๊ปสเมียร์
  • ผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์และมีความเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ควรเข้ารับการตรวจหนองในเทียมและหนองในแท้ นอกจากนี้แพทย์อาจแนะนำให้คุณเข้ารับการทดสอบการติดเชื้ออื่นๆ ด้วย
  • แพทย์จะแนะแนวทางป้องกันโรคที่ติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์แก่คุณ
  • แพทย์จะสอบถามว่าคุณดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่หรือไม่ และอาจถามคำถามเพื่อประเมินภาวะซึมเศร้าด้วย

การตรวจผิวหนังสำหรับผู้หญิงอายุ 40–64 ปี

  • แพทย์จะตรวจผิวหนังของคุณเพื่อดูว่ามีสัญญาณของโรคมะเร็งผิวหนังหรือไม่ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้ที่เคยเป็นมะเร็งผิวหนังมาก่อน มีญาติใกล้เคียงเป็นมะเร็งผิวหนัง หรือมีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

การตรวจฟันสำหรับผู้หญิงอายุ 40–64 ปี

  • คุณควรไปพบทันตแพทย์ปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อตรวจและทำความสะอาดช่องปากและฟัน โดยทันตแพทย์อาจประเมินและแจ้งให้คุณมาตรวจบ่อยกว่านั้นตามกรณี

การตรวจตาสำหรับผู้หญิงอายุ 40–64 ปี

  • หากมีอายุ 40-50 ปี คุณควรทำการตรวจตาทุก 2-4 ปี และในช่วงอายุ 55-64 ปี คุณควรตรวจตาทุก 1-3 ปี แต่แพทย์อาจแนะนำให้คุณตรวจสายตาบ่อยกว่านี้ หากคุณมีปัญหาสายตาหรือมีความเสี่ยงต่อโรคต้อหิน
  • ผู้ที่เป็นเบาหวานควรเข้ารับการตรวจสายตาอย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี เพราะจะเสี่ยงเกิดภาวะเบาหวานขึ้นจอตาได้

การตรวจคัดกรองมะเร็งปอดสำหรับผู้หญิงอายุ 40–64 ปี

คณะป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำให้ผู้ใหญ่ที่มีอายุ 55-80 ปี ที่มีประวัติสูบบุหรี่ 30 แพ็คต่อปี และกำลังสูบอยู่ หรือเลิกบุหรี่ไปแล้วภายในช่วง 15 ปี ควรตรวจคัดกรองมะเร็งปอดเป็นประจำทุกปี ด้วยการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่มีความเข้มรังสีต่ำ (LDCT) สำหรับผู้ใหญ่ที่มีอายุถึง 80 ปีที่

การฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันสำหรับผู้หญิงอายุ 40–64 ปี

  • ควรรับการวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี
  • ควรปรึกษาแพทย์ว่าคุณจำเป็นต้องได้รับวัคซีนป้องกันปอดบวมหรือไม่
  • คุณควรฉีดวัคซีนรวมคอตีบ บาดทะยัก และไอกรน (Tdap) ซึ่งเป็นวัคซีนที่แนะนำให้ฉีดกระตุ้นทุก 10 ปี หลังจากได้รับวัคซีนครบตามที่กำหนดแล้ว
  • คุณอาจได้รับวัคซีนงูสวัด 1 ครั้ง เมื่อมีอายุ 60 ปี
  • แพทย์อาจแนะนำให้คุณฉีดวัคซีนเพิ่มภูมิคุ้มกันเพิ่มเติมหากคุณมีความเสี่ยงต่อภาวะอื่นๆ

การละเลยการตรวจสุขภาพหรือมาตรวจไม่สม่ำเสมออาจทำให้คุณพลาดโอกาสที่จะตรวจพบโรคแต่เนิ่นๆ ส่งผลให้รักษาได้ยากขึ้น และไม่รู้ว่าตัวเองมีความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ควรป้องกันหรือไม่ ทางที่ดีคุณควรสละเวลาไปตรวจเพียงปีละครั้ง อย่างไรก็ตาม บางครั้งผู้ที่มีอายุมากก็กลัวที่จะต้องไปลำพัง เพราะไม่รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง ดังนั้นลูกหลานที่มีผู้ใหญ่ในบ้านจึงควรใส่ใจดูแลพาไปตรวจสุขภาพเป็นประจำด้วย

แพ็กเกจตรวจสุขภาพสำหรับผู้หญิงอายุ 40-50 ปี

โรงพยาบาล/คลินิก
(ชื่อแพ็กเกจ)
มิตรไมตรีคลินิก
(Premium
อายุ 45 ปีขึ้นไป)
มิตรไมตรีคลินิก
(Comprehensive
อายุ 45 ปีขึ้นไป)
รพ. จุฬารัตน์ 9
(อายุ 41-50 ปี)
รพ. เปาโล
(Value For Life
Gold Plus
อายุ 40 ปีขึ้นไป)
รพ. ยันฮี
(อายุ 41-50 ปี)
รพ. เพชรเวช
(Gold
อายุ 40-50 ปี)
รพ. ธนบุรี 1
(Special Program 
อายุ 40 ปีขึ้นไป)
ตรวจร่างกายโดยแพทย์
ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดสัญญาณชีพ
ตรวจดัชนีมวลกาย ตรวจมวลไขมัน
ตรวจสายตาโดยจักษุแพทย์
ตรวจสุขภาพฟันโดยทันตแพทย์
ตรวจมวลกระดูก
ตรวจวัดระดับแคลเซียม
ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)
ตรวจหมู่เลือด (ABO)
ตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือด (FBS)
ตรวจการทำงานของไต (Creatinine)
ตรวจการทำงานของไต (BUN)
ตรวจการทำงานของไต (eGFR)
ตรวจหากรดยูริก (Uric Acid)
ตรวจหาคอเลสเตอรอลในเลือด
ตรวจหาไตรกลีเซอไรด์ในเลือด
ตรวจหาระดับไขมันดี (HDL)
ตรวจหาระดับไขมันเลว (LDL)
ตรวจการทำงานของตับ (AST, SGOT)
ตรวจการทำงานของตับ (ALT, SGPT)
ตรวจการทำงานของตับ
(Alk Phosphatase)
ตรวจปัสสาวะ (Urine Analysis)
ตรวจอุจจาระ
ตรวจเอกซเรย์ปอดและหัวใจ
(Chest x-ray)
ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)
ตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้องส่วนบน
ตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้องส่วนล่าง
ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งตับ AFP
ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งลำไส้ CEA
ตรวจการอักเสบของหลอดเลือด (hs-CRP)
ตรวจสมรรถภาพหัวใจโดยเครื่องวิ่งสายพาน (EST)
ตรวจมะเร็งเต้านม (Digital Mammogram+U/S Breast)
ตรวจภายในโดยสูตินรีแพทย์ (Pelvic Examnination)
ตรวจความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก (HPV Self-Collection Test)
ตรวจมะเร็งปากมดลูก (Thin Prep Pap Test)
ตรวจหาความเสี่ยงมะเร็งรังไข่ (CA125)
ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี
ตรวจหาภูมิไวรัสตับอักเสบชนิดบี (Anti HBs)
ราคา 1,999 2,999 7,000 7,500 8,100 10,500 11,900


แพ็กเกจตรวจสุขภาพสำหรับผู้หญิงอายุ 50 ปีขึ้นไป

โรงพยาบาล/คลินิก
(ชื่อแพ็กเกจ)
N Health
(
อายุ 50 ปีขึ้นไป)
รพ. เพชรเวช
(Plutinum
อายุ 50 ปีขึ้นไป)
รพ. เปาโล
(Value For Life
Value For Life Platinum
อายุ 50 ปีขึ้นไป)
รพ. ยันฮี
(อายุ 50 ปีขึ้นไป)
รพ. จุฬารัตน์ 9
(อายุ 50 ปีขึ้นไป)
รพ. เปาโล
(Value For Life
Value For Life Platinum Plus
อายุ 60 ปีขึ้นไป)
ตรวจร่างกายโดยแพทย์
ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดสัญญาณชีพ
ตรวจดัชนีมวลกาย ตรวจมวลไขมัน
ตรวจสายตาโดยจักษุแพทย์
ตรวจคัดกรองการได้ยิน (Audiogram)
ตรวจสุขภาพฟันโดยทันตแพทย์
ตรวจมวลกระดูก
ตรวจการทำงานของต่อมไทรอยด์ (TSH)
ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)
ตรวจหมู่เลือด (ABO)
ตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือด (FBS)
ตรวจน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือด (Hb A-1C)
ตรวจการทำงานของไต (Creatinine)
ตรวจการทำงานของไต (BUN)
ตรวจหากรดยูริก (Uric Acid)
ตรวจหาคอเลสเตอรอลในเลือด
ตรวจหาไตรกลีเซอไรด์ในเลือด
ตรวจหาระดับไขมันดี (HDL)
ตรวจหาระดับไขมันเลว (LDL)
ตรวจการทำงานของตับ (AST, SGOT)
ตรวจการทำงานของตับ (ALT, SGPT)
ตรวจการทำงานของตับ
(Alk Phosphatase)
ตรวจการทำงานของตับ
(Total Protein)
ตรวจการทำงานของตับ
(Albumin)
ตรวจการทำงานของตับ
(Bilirubin)
ตรวจการทำงานของตับ
(Direct Bilirubin)
ตรวจการทำงานของตับ
(Globulin)
ตรวจการทำงานของตับ
(GGT)
ตรวจปัสสาวะ (Urine Analysis)
ตรวจอุจจาระ
(Stool Occult Blood )
ตรวจเอกซเรย์ปอดและหัวใจ
(Chest x-ray)
ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)
ตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้องส่วนบน
ตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้องส่วนล่าง
ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งตับ (AFP)
ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งลำไส้ (CEA)
ตรวจการไหลเวียนของระบบเส้นเลือด (ABI)
ตรวจการอักเสบของหลอดเลือด (hs-CRP)
ตรวจสมรรถภาพหัวใจโดยเครื่องวิ่งสายพาน (EST)
ตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echo)
ตรวจสารบ่งชี้ความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ
ตรวจมะเร็งเต้านม
(Digital Mammogram+U/S Breast)
ตรวจภายในโดยสูตินรีแพทย์
(Pelvic Examnination)
ตรวจมะเร็งปากมดลูก br> (Thin Prep Pap Test)
ตรวจหาความเสี่ยงมะเร็งรังไข่ (CA125)
ตรวจฮอร์โมนเพศหญิง (Estradiol)
ตรวจฮอร์โมนเพศหญิง (Progesterone)
ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี
ตรวจหาภูมิไวรัสตับอักเสบชนิดบี (Anti HBs)
ราคา 3,990 12,200 12,500 13,200 16,500 17,500


แพ็กเกจตรวจสุขภาพที่เราแนะนำ

เช็ครายการตรวจสุขภาพแล้ว ต้องทำอะไรต่อ?

คลิก เพื่อดูโปรแกรมตรวจสุขภาพและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้ที่นี่

คลิก เพื่อดูรายการตรวจสุขภาพของช่วงวัยและเพศอื่นๆ ได้

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่