ความรู้สุขภาพ

จัดฟัน การตัดสินใจจัดฟัน และวิธีปฏิบัติในระหว่างจัดฟันอย่างถูกต้อง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 6, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 406,387 คน

การจัดฟัน ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยแก้ปัญหาการเรียงตัวของฟันที่ผิดรูปร่าง ซึ่งเพียงแค่ จัดฟัน ให้เรียงตัวอยู่ในตำแหน่งปกติ ก็ช่วยใบหน้าดูดีขึ้นได้ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการมีหน้าเรียวขึ้น การจัดฟัน จะช่วยปรับรูปลักษณ์โครงหน้าให้เรียวขึ้นได้อย่างแท้จริง ด้วยเหตุนี้ การจัดฟัน จึงเป็นที่นิยมของผู้คนทั่วไป เพราะนอกจากช่วยปรับรูปหน้าให้ดูดีได้แล้ว ยังส่งเสริมบุคลิกภาพที่ดีที่มาพร้อมรอยยิ้มได้อย่างมั่นใจ แต่ก่อนอื่น ผู้ที่ต้องการ จัดฟัน จะต้องศึกษาและเข้าใจข้อมูลเกี่ยวกับการ จัดฟัน รวมถึงวิธีดูแลตัวเองในระหว่าง จัดฟัน อย่างถูกต้องเสียก่อน โดยศึกษาได้จากรายละเอียดดังต่อไปนี้

การจัดฟัน คือ อะไร?

การจัดฟัน เป็นวิธีช่วยแก้ไขฟันที่มีการเรียงตัวผิดปกติไม่สมดุลให้กลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของฟันที่เลื่อนไป โดยการใช้จากเครื่องมือภายนอกและภายในช่องปาก เป็นตัวช่วยกระตุ้นทำให้เกิดการปรับแต่งโครงสร้างของฟันใหม่ ทำให้โครงสร้างกระดูกเปลี่ยนไป แต่เป็นกระบวนการที่ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป ซึ่งโดยปกติแล้วการเคลื่อนตัวของฟันจะมีอัตรา 1 มิลลิเมตร ต่อ 1 เดือน

โฆษณาจาก HonestDocs
โปรโมชั่นทำฟัน ใกล้ ดี คุ้ม

ซื้อวันนี้ดี ใช้วันหลังได้ ก่อนโปรโมชั่นหมด! คลินิกเราคัดมาแล้วว่าได้มาตรฐาน บริการดี ทั่วกรุงเทพ

คลิก

ทำไมต้องจัดฟัน?

เนื่องจากแต่ละคนมีการจัดเรียงตัวของฟันที่แตกต่างกัน โดยมีพันธุกรรมเป็นตัวกำหนด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับขนาด รูปร่าง และความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับขากรรไกร และปัจจัยอื่น ๆ ทั้งสิ้น

การจัดฟันเป็นการรักษาฟันเพื่อให้มีการสบฟันที่ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยทำให้การบดเคี้ยวอาหารมีประสิทธิภาพ รวมถึงช่วยลดอัตราเสี่ยงในการเกินฟันผุ หรือโรคเหงือกที่เกิดจากความยากลำบากในการทำความสะอาดฟัน และเหงือกในบริเวณที่ฟันเรียงตัวผิดปกติ

อายุเท่าไหร่ควรเริ่มจัดฟัน?

การจัดฟันสามารถทำได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งผู้ป่วยควรได้รับการตรวจฟันจากทันตแพทย์ทั่วไปเสียก่อน โดยส่วนใหญ่แล้วการจัดฟันจะเริ่มที่อายุประมาณ 11 – 13 ปี

รู้ได้อย่างไรว่าควรจัดฟัน?

ผู้ที่สามารถให้คำแนะนำกับเราได้คือ ทันตแพทย์เท่านั้น โดยการวินิจฉัยด้วยประวัติการรักษาทางการแพทย์หรือทันตกรรม การตรวจในคลินิก แบบฟันของบุคคลคนนั้น และฟิล์มเอ็กซเรย์ ในกรณีคนไข้ที่มีอายุมากกว่า 25 ปีขึ้นไป จำเป็นต้องใส่เครื่องมือนานกว่าปกติ และใส่ retainer ซึ่งเป็นพลาสติกเพื่อช่วยยึดฟันนานกว่าปกติ

ตรวจสุขภาพก่อนจัดฟัน

ก่อนการจัดฟันทุกครั้งต้องมีการตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน ถ้ามีฟันผุต้องอุดเสียก่อน จากนั้นก็จะขัดหินปูน และเคลือบร่องฟันที่มีหลุมลึก เพื่อป้องกันฟันผุในขณะจัดฟันร่วมด้วย หากมีโรคเหงือกก็ต้องรีบรักษา และในระหว่างที่จัดฟันผู้ป่วยจะต้องได้รับการตรวจทำความสะอาดฟันเป็นระยะ

[caption id="" align="alignnone" width="600"] การจัดฟัน[/caption]

 

รูปหน้ากับการจัดฟัน

ในบางครั้งการจัดฟันก็จะทำให้รูปหน้าเปลี่ยนไป ซึ่งเกิดขึ้นได้จากสาเหตุดังต่อไปนี้

  1. การเจริญเติบโตของใบหน้า ซึ่งเติบโตมากในช่วงวัยรุ่น และจะโตเต็มที่เมื่อมีอายุ 14 – 16 ปีในผู้หญิง และ 18 ปีในผู้ชาย ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ขนาดของขากรรไกรจะถูกกำหนดโดยพันธุกรรมอยู่แล้ว ดังนั้นการจัดฟันด้วยเครื่องมือ จะมีผลเฉพาะในช่วงที่ขากรรไกรไม่โตเต็มที่ แต่จะสามารถยับยั้งการเติบโตของขากรรไกรบนได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะหลังจากช่วงวัยรุ่นไปแล้ว ใบหน้าและขากรรไกรจะไม่มีการเจริญเติบโต แต่บริเวณจมูกและคางจะยื่นขึ้นเล็กน้อยเมื่อมีอายุมาก
  2. ผลต่อรูปปาก เนื่องจากการจัดฟัน จะทำให้ฟันมีการเคลื่อนตำแหน่ง จากด้านหน้าไปยังหน้าหลัง ดังนั้นจึงทำให้มีผลต่อรูปทรงของริมฝีปาก
  3. ขากรรไกร การจัดฟันบางกรณี อาจต้องมีการผ่าตัดขากรรไกร ดังนั้นอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของรูปร่างขากรรไกรได้

ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการจัดฟัน

โดยปกติแล้ว การจัดฟันด้วยเครื่องมือจะใช้ระยะเวลาอยู่ที่ 2 ปี ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหา การเจริญเติบโตของขากรรไกรผู้ป่วย และสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากคือ การร่วมมือของผู้ป่วย เพราะสิ่งที่สำคัญในการจัดฟัน คือการดูแลรักษาความสะอาดฟัน การดูแลเครื่องมือที่ใช้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ป่วยจะต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด และการใส่หนังยางดึงฟันตามที่ทันตแพทย์แนะนำ

ค่ารักษาพยาบาลนั้นขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ หากเข้ารับการจัดฟันในโรงพยาบาลของรัฐ จะมีค่ารักษาน้อยกว่าคลินิกเอกชน และหากมีการผ่าตัดขากรรไกร ก็จะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น แต่สามารถแยกชำระเป็นส่วน ๆ ได้ ดังนั้นผู้ป่วยควรสอบถามข้อมูลก่อนเข้าทำการรักษา อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการจัดฟันนั้น ไม่ได้ครอบคลุมรวมถึงค่าอุดฟัน ขูดหินปูน ก่อนและระหว่างการจัดฟันแต่อย่างใด

ข้อควรปฏิบัติในระหว่างการจัดฟัน

  1. หลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารแข็ง เหนียวและกรอบ เช่น ก้อนน้ำแข็ง ปลาหมึก ถั่ว ลูกอม และหมากฝรั่ง ฯลฯ
  2. การกินผักผลไม้ ควรตัดแบ่งออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วเคี้ยวด้วยฟันกรามข้างหลัง และควรเลือกกินแต่อาหารอ่อน ๆ
  3. ในระยะแรกของการจัดฟันมักจะเจ็บ และมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นในปาก ซึ่งอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ 2 ซึ่งสามารถลดอาการระคายเคืองเหล่านี้ได้ โดยใช้ขี้ผึ้งที่ได้รับจากทันตแพทย์มาทาปิดไว้ก็จะช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น
  4. ถ้าหากมีลวดเส้นเล็ก ๆ แทงริมฝีปากหรือแก้ม ให้ใช้ยางลบดินสอเช็ดแอลกอฮอล์ กดปลายลวดเข้าไป
  5. แปรงฟันทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร
  6. ในระหว่างจัดฟัน ควรพบทันตแพทย์เพื่อขูดหินปูน เพื่อทำความสะอาดฟัน และตรวจฟันผุ ทุก ๆ 6 เดือน

เครื่องมือจัดฟัน

สำหรับเครื่องมือจัดฟันนั้นมี 2 ชนิด โดยแบ่งได้ดังนี้

  1. เครื่องมือแบบถอดได้ มักจะมีลักษณะเป็นพลาสติก มีลวดเพื่อยึดเกี่ยวกับฟัน โดยมากจะใช้อยู่ในวงจำกัดเพื่อเคลื่อนฟันเล็กน้อยในบางซี่ และส่งเสริมการเติบโตของขากรรไกรไปตามทิศทางที่ต้องการ
  2. เครื่องมือแบบติดแน่น ซึ่งได้แก่ Bracket สำหรับฟันหน้า หรือท่อสำหรับฟันหลัง หรือในฟันหลังอาจจะใช้เป็นแบนด์ ซึ่งมีท่อบัดกรีอยู่สวมฟันเพื่อไม่ให้ท่อหลุดจากผิวฟันได้ง่าย

การจัดฟันนั้น จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขบกัดอาหารให้ดีขึ้น ทำให้ฟันเรียงตัวสวยงาม อวดรอยยิ้มได้อย่างมั่นใจ แต่ควรเข้ารับการตรวจฟันจากทันตแพทย์เสียก่อน เพราะทันตแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยเองว่า คนไข้มีลักษณะการเรียงตัวของฟันผิดปกติจนจำเป็นจะต้องจัดฟันหรือไม่

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่