ความรู้สุขภาพ

ปัสสาวะแล้วเจ็บ เป็นอะไรได้บ้าง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 20, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 693,723 คน

ปัสสาวะแล้วเจ็บ เป็นอะไรได้บ้าง

ระบบการขับของเสียภายในร่างกายนั้นมีหลากหลายแบบ ปัสสาวะก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ร่างกายต้องขับออกทุกวัน ซึ่งไตจะทำหน้าที่ขับออกมา โดยในชีวิตประจำวันของคนเราจะต้องปัสสาวะวันละ 4 – 8 ครั้ง ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ทั้งนี้สีของปัสสาวะจะต้องไม่ขุ่นหรือเหลือง แต่เมื่อใดที่มีอาการปัสสาวะบ่อยหลายครั้งจนผิดปกติ และครั้งละปริมาณน้อยๆ เหมือนจะไม่หมด มีอาการปัสสาวะขัด บางครั้งก็มีเลือดปนออกมา สีขุ่น รู้สึกเจ็บแสบ และอาจมีไข้ร่วมด้วย อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายของเรากำลังเสี่ยงต่อโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะนั่นเอง

1. โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

โฆษณาจาก HonestDocs
ส่งยาคุมถึงบ้าน ไม่เขิน ไม่เสียเวลา

กินยาคุมอย่างถูกต้อง ไม่ต้องกังวลเรื่องท้อง

Medicine delivery 02

เป็นโรคที่พบได้บ่อยโดยเกิดจากการติดเชื้อที่ทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ส่วนใหญ่จะเป็นเชื้อโรคอีโคไล โรคนี้สามารถเป็นได้ทุกเพศทุกวัย แต่ก็มักจะพบมากในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ เนื่องจากท่อปัสสาวะของผู้หญิงมีลักษณะเปิดและสั้น อีกทั้งยังอยู่ใกล้ทวารหนัก แต่ผู้ชายจะมีลักษณะยาวและห่างจากทวารหนักมากกว่า ดังนั้นผู้หญิงจึงสามารถนำเชื้อโรคเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะจนอักเสบ มีอาการปัสสาวะขัด รวมถึงยังเสี่ยงกับการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ง่ายกว่าอีกด้วย

2. โรคฮันนีมูน

เป็นโรคที่มักจะเกิดกับผู้หญิงจากการมีเพศสัมพันธ์บ่อยครั้งในระยะเวลาอันสั้นติดต่อกัน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่คู่บ่าวสาวไปฮันนีมูนกันนั่นเอง จึงทำให้เกิดบาดแผลหรือรอยถลอกที่นำไปสู่การอักเสบบริเวณท่อปัสสาวะหรือกระเพาะปัสสาวะ รวมถึงบริเวณช่องคลอดอีกด้วย แต่ก็อาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้บ้าง อย่างเช่นการดื่มน้ำน้อยหรือได้รับการฉายแสงเพื่อรักษาบริเวณอวัยวะเพศหรือกระเพาะปัสสาวะมาก่อน

3. นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

เป็นอีกโรคหนึ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ในกระเพาะปัสสาวะ โดยพบว่าผู้ป่วยมักจะมีอาการเจ็บแสบ ปัสสาวะขัดขณะขับปัสสาวะ หรือปัสสาวะบ่อยแต่ไม่ค่อยออก ซึ่งอาจพบก้อนนิ่วขนาดเล็กๆ หลายก้อนจนถึงก้อนที่มีขนาดใหญ่ อาจจะแข็งมากหรือน้อยก็ได้ มีสาเหตุมาจากปัสสาวะค้างในกระเพาะปัสสาวะเรื้อรัง หรือเกิดการระคายเคืองที่กระเพาะปัสสาวะนานๆ และบางครั้งก็เป็นก้อนนิ่วที่เกิดจากไตแล้วตกมาอยู่ที่กระเพาะปัสสาวะ

4. โรคหนองในแท้

โฆษณาจาก HonestDocs
ส่งยาคุมถึงบ้าน ไม่เขิน ไม่เสียเวลา

กินยาคุมอย่างถูกต้อง ไม่ต้องกังวลเรื่องท้อง

Medicine delivery 02

มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อ “ไนซ์ซีเรีย โกร์โนเรีย” เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยไม่ใส่ถุงยางอนามัย ซึ่งผู้ชายมักจะมีอาการเจ็บแสบ ท่อปัสสาวะขัดขณะขับปัสสาวะและกลายเป็นท่อปัสสาวะอักเสบ จนกระทั่งมีหนองไหลและต่อมลูกหมากอักเสบ ซึ่งอาจทำให้เป็นหมันได้ ส่วนผู้หญิงมักจะไม่ค่อยมีอาการ แต่บางคนก็อาจมีตกขาวเป็นสีเหลือง เวลาปัสสาวะจะรู้สึกเจ็บแสบได้เช่นกัน หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอาจกลายเป็นท่อนำไข่ตีบตันแล้วเป็นหมันในที่สุด

5. โรคหนองในเทียม

เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อ “คลามัยเดีย ทราโคมาทิส” โดยผู้ชายมักจะมีอาการแสบหรือปัสสาวะขัดขณะขับปัสสาวะ มีหนองไหลออกจากอวัยวะเพศ แต่ต่างกันตรงที่หนองมีลักษณะขาวใส สำหรับผู้หญิงจะมีอาการและผลกระทบที่เหมือนกับหนองในแท้ทุกประการ

วิธีป้องกันไม่ให้เกิดโรค

ในแต่ละวันเราควรดื่มน้ำเปล่ามากๆ เพื่อที่จะได้ช่วยขับแบคทีเรียหรือเชื้อโรคต่างๆ ออกมาจากร่างกาย ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมชีวิตประจำวัน เมื่อรู้สึกปวดปัสสาวะก็ไม่ควรกลั้นปัสสาวะนานๆ หลีกเลี่ยงการดื่มชาและกาแฟมากๆ เพราะมีผลทำให้เกิดอาการระคายเคืองที่เยื่อบุกระเพาะปัสสาวะได้ ทำให้ต้องเข้าห้องน้ำบ่อยๆ และหมั่นเปลี่ยนอิริยาบถเคลื่อนไหวขยับร่างกายบ้าง ช่วงเวลากลางคืนผู้สูงอายุไม่ควรดื่มน้ำมากๆ เพื่อป้องกันการนอนหลับแล้วไม่ลุกขึ้นมาปัสสาวะ

การทำความสะอาดอวัยวะเพศโดยเฉพาะผู้หญิง จะต้องปฏิบัติอย่างถูกวิธีด้วยการเช็ดจากข้างหน้าไปข้างหลังเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคจากทวารหนักติดมาด้านหน้าที่ช่องคลอดหรือท่อปัสสาวะ และไม่ควรล้างหรือสวนอวัยวะภายใน เพราะจะเป็นการทำลายแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์แก่ร่างกาย รวมถึงไม่ควรใช้สเปรย์ระงับกลิ่นที่บริเวณอวัยวะเพศ

หลังจากการมีเพศสัมพันธ์ให้ปัสสาวะออกและทำความสะอาดอวัยวะเพศทันที หรือใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันโรคต่างๆ ที่จะติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ รวมถึงอาการปัสสาวะขัด นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์อย่างรุนแรงและไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ ทั้งนี้ผู้ชายที่ผ่านการขลิบแล้ว จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้เป็นอย่างดี ส่วนผู้หญิงที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือนที่มีการติดเชื้อซ้ำๆ อาจจะต้องใช้ยาปรับฮอร์โมนเฉพาะที่เพื่อช่วยลดการติดเชื้อ และไม่ควรใส่เสื้อผ้าที่มีลักษณะรัดรูปจนเกินไป เพื่อป้องกันการอับชื้นกลายเป็นที่หมักหมมของเชื้อโรคได้

โรคทั้ง 5 ชนิดที่กล่าวมานี้ โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบยังคงเป็นสาเหตุต้นๆ ของอาการเจ็บแสบและปัสสาวะขัด และยังมีโรคอีกหลายชนิดที่มีอาการคล้ายคลึงกับโรคนี้ แต่จะมีอาการอย่างอื่นร่วมด้วยอย่างเช่นโรคกรวยไตอักเสบ เป็นต้น โดยโรคเหล่านี้สามารถป้องกันด้วยตนเองได้ แค่เพียงมีสุขอนามัยและการดูแลตนเองที่ดีอย่างสม่ำเสมอ โดยถ้าหากเกิดโรคนี้ขึ้นแล้วก็ไม่ควรไปซื้อยามารับประทานเอง เพราะอาจจะได้ยาที่ไม่ตรงกับชนิดของเชื้อโรค ดังนั้นควรรีบไปพบแพทย์และไม่ปล่อยทิ้งไว้นานจนส่งผลให้เป็นโรคเรื้อรัง หรือเป็นๆ หายๆ มีอาการดื้อยากลายเป็นโรคอื่นอย่างเช่นโรคไตวายเรื้อรังแทรกซ้อน ทำให้ยากต่อการรักษาให้หายขาดได้

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่