ความรู้สุขภาพ

ปัสสาวะแล้วเจ็บ เป็นอะไรได้บ้าง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 20, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
Istock 901412684 %281%29

ระบบการขับของเสียภายในร่างกายนั้นมีหลากหลายแบบ ปัสสาวะก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ร่างกายต้องขับออกทุกวัน ซึ่งไตจะทำหน้าที่ขับออกมา โดยในชีวิตประจำวันของคนเราจะต้องปัสสาวะวันละ 4 – 8 ครั้ง ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ทั้งนี้สีของปัสสาวะจะต้องไม่ขุ่นหรือเหลือง แต่เมื่อใดที่มีอาการปัสสาวะบ่อยหลายครั้งจนผิดปกติ และครั้งละปริมาณน้อยๆ เหมือนจะไม่หมด มีอาการปัสสาวะขัด บางครั้งก็มีเลือดปนออกมา สีขุ่น รู้สึกเจ็บแสบ และอาจมีไข้ร่วมด้วย อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายของเรากำลังเสี่ยงต่อโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะนั่นเอง

1. โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

เป็นโรคที่พบได้บ่อยโดยเกิดจากการติดเชื้อที่ทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ส่วนใหญ่จะเป็นเชื้อโรคอีโคไล โรคนี้สามารถเป็นได้ทุกเพศทุกวัย แต่ก็มักจะพบมากในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ เนื่องจากท่อปัสสาวะของผู้หญิงมีลักษณะเปิดและสั้น อีกทั้งยังอยู่ใกล้ทวารหนัก แต่ผู้ชายจะมีลักษณะยาวและห่างจากทวารหนักมากกว่า ดังนั้นผู้หญิงจึงสามารถนำเชื้อโรคเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะจนอักเสบ มีอาการปัสสาวะขัด รวมถึงยังเสี่ยงกับการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ง่ายกว่าอีกด้วย

2. โรคฮันนีมูน

เป็นโรคที่มักจะเกิดกับผู้หญิงจากการมีเพศสัมพันธ์บ่อยครั้งในระยะเวลาอันสั้นติดต่อกัน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่คู่บ่าวสาวไปฮันนีมูนกันนั่นเอง จึงทำให้เกิดบาดแผลหรือรอยถลอกที่นำไปสู่การอักเสบบริเวณท่อปัสสาวะหรือกระเพาะปัสสาวะ รวมถึงบริเวณช่องคลอดอีกด้วย แต่ก็อาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้บ้าง อย่างเช่นการดื่มน้ำน้อยหรือได้รับการฉายแสงเพื่อรักษาบริเวณอวัยวะเพศหรือกระเพาะปัสสาวะมาก่อน

3. นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

เป็นอีกโรคหนึ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ในกระเพาะปัสสาวะ โดยพบว่าผู้ป่วยมักจะมีอาการเจ็บแสบ ปัสสาวะขัดขณะขับปัสสาวะ หรือปัสสาวะบ่อยแต่ไม่ค่อยออก ซึ่งอาจพบก้อนนิ่วขนาดเล็กๆ หลายก้อนจนถึงก้อนที่มีขนาดใหญ่ อาจจะแข็งมากหรือน้อยก็ได้ มีสาเหตุมาจากปัสสาวะค้างในกระเพาะปัสสาวะเรื้อรัง หรือเกิดการระคายเคืองที่กระเพาะปัสสาวะนานๆ และบางครั้งก็เป็นก้อนนิ่วที่เกิดจากไตแล้วตกมาอยู่ที่กระเพาะปัสสาวะ

4. โรคหนองในแท้

มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อ “ไนซ์ซีเรีย โกร์โนเรีย” เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยไม่ใส่ถุงยางอนามัย ซึ่งผู้ชายมักจะมีอาการเจ็บแสบ ท่อปัสสาวะขัดขณะขับปัสสาวะและกลายเป็นท่อปัสสาวะอักเสบ จนกระทั่งมีหนองไหลและต่อมลูกหมากอักเสบ ซึ่งอาจทำให้เป็นหมันได้ ส่วนผู้หญิงมักจะไม่ค่อยมีอาการ แต่บางคนก็อาจมีตกขาวเป็นสีเหลือง เวลาปัสสาวะจะรู้สึกเจ็บแสบได้เช่นกัน หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอาจกลายเป็นท่อนำไข่ตีบตันแล้วเป็นหมันในที่สุด

5. โรคหนองในเทียม

เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อ “คลามัยเดีย ทราโคมาทิส” โดยผู้ชายมักจะมีอาการแสบหรือปัสสาวะขัดขณะขับปัสสาวะ มีหนองไหลออกจากอวัยวะเพศ แต่ต่างกันตรงที่หนองมีลักษณะขาวใส สำหรับผู้หญิงจะมีอาการและผลกระทบที่เหมือนกับหนองในแท้ทุกประการ

วิธีป้องกันไม่ให้เกิดโรค

ในแต่ละวันเราควรดื่มน้ำเปล่ามากๆ เพื่อที่จะได้ช่วยขับแบคทีเรียหรือเชื้อโรคต่างๆ ออกมาจากร่างกาย ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมชีวิตประจำวัน เมื่อรู้สึกปวดปัสสาวะก็ไม่ควรกลั้นปัสสาวะนานๆ หลีกเลี่ยงการดื่มชาและกาแฟมากๆ เพราะมีผลทำให้เกิดอาการระคายเคืองที่เยื่อบุกระเพาะปัสสาวะได้ ทำให้ต้องเข้าห้องน้ำบ่อยๆ และหมั่นเปลี่ยนอิริยาบถเคลื่อนไหวขยับร่างกายบ้าง ช่วงเวลากลางคืนผู้สูงอายุไม่ควรดื่มน้ำมากๆ เพื่อป้องกันการนอนหลับแล้วไม่ลุกขึ้นมาปัสสาวะ

การทำความสะอาดอวัยวะเพศโดยเฉพาะผู้หญิง จะต้องปฏิบัติอย่างถูกวิธีด้วยการเช็ดจากข้างหน้าไปข้างหลังเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคจากทวารหนักติดมาด้านหน้าที่ช่องคลอดหรือท่อปัสสาวะ และไม่ควรล้างหรือสวนอวัยวะภายใน เพราะจะเป็นการทำลายแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์แก่ร่างกาย รวมถึงไม่ควรใช้สเปรย์ระงับกลิ่นที่บริเวณอวัยวะเพศ

หลังจากการมีเพศสัมพันธ์ให้ปัสสาวะออกและทำความสะอาดอวัยวะเพศทันที หรือใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันโรคต่างๆ ที่จะติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ รวมถึงอาการปัสสาวะขัด นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์อย่างรุนแรงและไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ ทั้งนี้ผู้ชายที่ผ่านการขลิบแล้ว จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้เป็นอย่างดี ส่วนผู้หญิงที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือนที่มีการติดเชื้อซ้ำๆ อาจจะต้องใช้ยาปรับฮอร์โมนเฉพาะที่เพื่อช่วยลดการติดเชื้อ และไม่ควรใส่เสื้อผ้าที่มีลักษณะรัดรูปจนเกินไป เพื่อป้องกันการอับชื้นกลายเป็นที่หมักหมมของเชื้อโรคได้

โรคทั้ง 5 ชนิดที่กล่าวมานี้ โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบยังคงเป็นสาเหตุต้นๆ ของอาการเจ็บแสบและปัสสาวะขัด และยังมีโรคอีกหลายชนิดที่มีอาการคล้ายคลึงกับโรคนี้ แต่จะมีอาการอย่างอื่นร่วมด้วยอย่างเช่นโรคกรวยไตอักเสบ เป็นต้น โดยโรคเหล่านี้สามารถป้องกันด้วยตนเองได้ แค่เพียงมีสุขอนามัยและการดูแลตนเองที่ดีอย่างสม่ำเสมอ โดยถ้าหากเกิดโรคนี้ขึ้นแล้วก็ไม่ควรไปซื้อยามารับประทานเอง เพราะอาจจะได้ยาที่ไม่ตรงกับชนิดของเชื้อโรค ดังนั้นควรรีบไปพบแพทย์และไม่ปล่อยทิ้งไว้นานจนส่งผลให้เป็นโรคเรื้อรัง หรือเป็นๆ หายๆ มีอาการดื้อยากลายเป็นโรคอื่นอย่างเช่นโรคไตวายเรื้อรังแทรกซ้อน ทำให้ยากต่อการรักษาให้หายขาดได้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่