การออกกำลัง

ไขมันใต้ชั้นผิวหนังคืออะไร มีหน้าที่อะไร วัดยังไง ลดยังไง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
ไขมันใต้ชั้นผิวหนังคืออะไร มีหน้าที่อะไร วัดยังไง ลดยังไง

ปัญหาผิวลาย ผิวสภาพเหมือนหนังไก่ตอนที่ถูกถอนขน รวมถึงปัญหาผิวเปลือกส้ม ล้วนเกิดจากไขมันใต้ผิวหนังกันทั้งนั้น ยิ่งถ้าบริเวณไหนคลำแล้วสะดุดไปตลอดทั้งแนว ก็แปลว่าบริเวณนั้น ๆ มีการสะสมของไขมันใต้ผิวหนังในปริมาณมาก ถ้าเปรียบเทียบกับไขมันชนิดอื่น ๆ แล้ว ไขมันชั้นใต้ผิวหนังถือว่ามีประโยชน์มากกว่าไขมันชนิดอื่น ๆ และยังสามารถกำจัดได้ง่ายกว่าไขมันชนิดอื่น ๆ อีกด้วย ใครที่กำลังหาวิธีที่จะกำจัดชั้นไขมันใต้ผิวหนัง รวมทั้งอยากรู้ว่าไขมันชั้นใต้ผิวหนังมีประโยชน์อะไรบ้าง ต้องไม่พลาดบทความนี้เลย

ไขมันชั้นใต้ผิวหนัง คืออะไร ?

ไขมันชั้นใต้ผิวหนัง (Subcutaneous fat) เมื่อร่างกายได้รับไขมันเข้ามาในปริมาณมากจนไม่สามารถเผาผลาญได้ทัน ไขมันก็จะเข้ามาสะสมอยู่ภายในช่องท้องเป็นอันดับแรก และอันดับต่อมาก็จะเป็นชั้นใต้ผิวหนัง ซึ่งก็คือชั้นที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี่เอง ภายในชั้นไขมันใต้ผิวหนัง สามารถแบ่งออกได้มากถึง 3 ชั้น ซึ่งก็คือ

  • ชั้นไขมันใต้ผิวหนังด้านบน เป็นชั้นไขมันที่อยู่ติดผิวหนังมากที่สุด (หากเกิดอุบัติเหตุที่กรีดลงผิวหนังเข้าไปลึก จะเห็นไขมันสีขาวซึ่งก็คือไขมันใต้ผิวหนังด้านบนสุด) หน้าที่ของมัน คือการห่อหุ้มต่อมเหงื่อและรากขน โดยจะมีเส้นเลือดและเส้นประสาทแทรกอยู่ในไขมันชั้นนี้และทำหน้าที่หล่อเลี้ยงต่อมต่าง ๆ
  • ชั้นไขมันใต้ผิวหนังด้านกลาง มักจะพบเจออยู่ตามแขน ขา หรือส่วนที่ผิวหนังหนา ๆ แต่ถ้าหากเป็นผิวบาง เช่น หนังตา สันจมูก จะไม่มีชั้นไขมันใต้ผิวหนังในชั้นนี้
  • ชั้นไขมันใต้ผิวหนังด้านล่าง จะรองรับการกระแทกต่าง ๆ โดยชั้นนี้จะมีลักษณะเป็นพังผืด และชั้นไขมันที่จับตัวกันเป็นก้อนกลม ถ้าหากมีมากเกินไปก็จะทำให้เกิด "เซลลูไลท์" หรือลักษณะผิวแบบเปลือกส้ม มักจะพบได้ตามต้นขา และหน้าท้อง

หน้าที่ของไขมันชั้นใต้ผิวหนัง

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ไขมันชั้นใต้ผิวหนัง มีประโยชน์มากกว่าไขมันชนิดอื่น ๆ นั่นก็คือ

  • เป็นแหล่งสะสมพลังงานของร่างกายที่ใหญ่ที่สุดของร่างกาย
  • ช่วยรักษาอุณหภูมิในร่างกายให้เกิดความสมดุล
  • ช่วยทำหน้าที่เหมือนถุงลมนิรภัยในการรับแรงกระแทก กรณีที่เกิดอุบัติเหตุเพื่อไม่ให้อวัยวะภายในได้นับอันตราย
  • วิตามินบางชนิด ที่จะละลายในไขมัน เช่น วิตามิน A วิตามิน E วิตามิน K สามารถละลายได้ในไขมันชั้นนี้
  • มีการหลั่งสารที่จะทำหน้าที่ในการสื่อสารระหว่างเซลล์ได้ในชั้นนี้
  • มีความเกี่ยวข้องกับการทำงานของฮอร์โมนเพศ

วิธีการวัดไขมันชั้นใต้ผิวหนัง

ในส่วนของไขมันชั้นใต้ผิวหนัง จะต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทางในการวัด โดยเครื่องมือที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่

เครื่องชั่งน้ำหนักแบบ Body Composition เครื่องชั่งนี้จะสามารถให้ผลได้อย่างแม่นยำ ก็ต่อเมื่อคุณได้กรอกรายละเอียดที่สำคัญลงไป เช่น ส่วนสูง เพศ รอบเอว งานที่ทำประจำ (แบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ เช่น เรียนหนังสือ ออฟฟิศ นักกีฬา เป็นต้น) เมื่อใส่ข้อมูลแล้ว ก็ขึ้นไปชั่งน้ำหนักตามปกติ ก็จะได้ค่าน้ำหนัก ไขมัน กล้ามเนื้อ เพื่อที่จะได้วางแผนการออกกำลังกาย และการทานอาหารต่อไป

การวัดด้วยเครื่อง Fat Caliper เป็นวิธีการที่ค่อนข้างง่ายและสะดวก เพราะไขมันชั้นใต้ผิวหนัง เป็นไขมันที่เราสามารถสัมผัสได้อยู่เป็นประจำอยู่แล้ว วิธีการวัดก็คือ เอามือหยิกเนื้อบริเวณเหนือกระดูกสะโพกขึ้นมา 1 นิ้ว แล้วใช้เครื่องหนีบวัดค่าตอนที่ยังเอานิ้วหยิกเนื้อไว้อยู่ เมื่อได้ค่าแล้ว ก็ให้เอามาเปรียบเทียบกับเปอร์เซ็นต์ไขมันตามตารางที่มีแตกต่อไป (ควรวัดอย่างน้อย 3 ครั้ง เพื่อให้ได้ค่าอย่างแม่นยำมากขึ้น)

ในกรณีที่ไม่สามารถหาอุปกรณ์ทั้ง 2 อย่างนี้ได้ ก็มีวิธีการวัดอีกแบบที่ง่าย ๆ ก็คือการใช้สายวัด วัดที่รอบข้อมือ บริเวณสะดือ รอบสะโพก และรอบต้นแขนที่ใหญ่ที่สุด พร้อมกับชั่งน้ำหนักให้เรียบร้อย แล้วนำมาใส่ตามเว็บไซต์ที่มีการคำนวณโดยอัตโนมัติ ก็จะได้ค่าไขมันชั้นใต้ผิวหนังทั่วทั้งร่างกาย

วิธีลดไขมันชั้นใต้ผิวหนัง

ไขมันชั้นใต้ผิวหนัง เป็นไขมันชั้นที่สามารถลดได้ง่ายที่สุด และเห็นผลได้ด้วยตาเปล่า สำหรับวิธีที่ได้รับความนิยมมากในการลดไขมันชั้นใต้ผิวหนัง คือ

  • ควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด พยายามทานให้น้อยกว่า 2,000 แคลอรี่ โดยเลือกทานเป็นคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ผักและผลไม้เป็นหลัก เพราะทั้งหมดนี้เป็นอาหารที่สามารถย่อยง่าย ดีต่อระบบย่อยอาหารและระบบลำไส้
  • ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโออย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะวิ่ง ว่ายน้ำ หรือกระโดดเชือก ควรทำอย่างน้อย 30-45 นาทีขึ้นไป อาทิตย์ละ 4-5 วัน ไขมันจะค่อย ๆ ลดลงไปเอง
  • ดูดไขมัน เป็นวิธีที่ไม่ค่อยอยากจะแนะนำสักเท่าไร เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง และมีผลข้างเคียงพอสมควร แต่ถ้าหากต้องการการลดไขมันอย่างรวดเร็ว วิธีนี้ก็จะเป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่ต้องอธิบายก่อนว่า ไม่ใช่ดูดไขมันแล้วจะหายขาดเลย หากอนาคตยังมีการทานไขมันเข้าไปในปริมาณมาก และยังไม่ชอบออกกำลังกายอยู่เหมือนเดิม ก็มีโอกาสที่จะกลับมามีไขมันชั้นใต้ผิวหนังสูงเหมือนเดิม

ถึงแม้ว่าไขมันชั้นใต้ผิวหนังจะมีประโยชน์ต่อร่างกายการหลายประการ แต่ถ้าหากว่ามีมากจนเกินไป ก็คงจะไม่ค่อยดีเท่าไรนัก เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับสภาพผิว รวมทั้งยังเป็นบ่อเกิดของความอ้วน ที่อาจจะนำไปสู่การเป็นโรคร้ายต่าง ๆ อีกมากมาย

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่