ความรู้สุขภาพ

อาการหิวในช่วงเวลากลางคืน ชนวนเหตุสำคัญ พร้อมวิธีแก้ไขอย่างตรงจุด

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 6, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที

หนึ่งในปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมการกินที่พบเห็นมากในสังคมก็คือ อาการหิวในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งมักเกิดขึ้นแม้ว่าจะเพิ่งทานมื้อเย็นหมดไปแล้วก็ตาม ผู้ที่ประสบกับปัญหานี้จึงมักแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ...โดยการรับประทานเพิ่มเข้าไปอีกเพื่อดับความหิว เป็นพฤติกรรมที่ฟังดูแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะถ้าหิวก็ต้องทาน แต่ความจริงแล้ว นี่แหละคือจุดเริ่มต้นของโรคอ้วน! และชนวนเหตุสำคัญอาจเกิดจากพฤติกรรมดังต่อนี้...

เพราะไม่ทานอาหารเช้า

หากคุณเพิ่งรับประทานมื้อเย็นหมดไป แต่เพียงไม่กี่อึดใจก็กลับรู้สึกว่าในท้องมีที่ว่างมากพอที่จะแทรกอีกหนึ่งมื้อใหญ่ๆเข้าไปได้เลย นั่นอาจเป็นเพราะร่างกายของคุณได้รับพลังงานไม่เพียงพอจากการที่ไม่ได้ทานมื้อเช้านั่นเอง

[caption id="" align="aligncenter" width="500"] อาหารเช้า[/caption]

เมื่อไม่ได้ทานอาหารเช้า เรามักจะรู้สึกหิวมากเป็นพิเศษจนทำให้ต้องทานมากกว่าปกติในมื้อถัดๆมา โดยเฉพาะในช่วงเย็นหรือช่วงหัวค่ำ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง เพราะนอกจากจะทำให้กระเพาะอาหารและลำไส้ทำงานหนักในเวลาสั้นๆแล้ว ยังอาจทำให้มีพลังงานแคลอรี่ตกค้างได้

คำแนะนำ: อย่าข้ามมื้อเช้าโดยเด็ดขาด และควรแบ่งสันปันส่วนอาหารในแต่ละมื้อให้มีปริมาณและพลังงานแคลอรี่ที่เท่าๆกัน เพื่อให้เกิดความสมดุลในการนำพลังงานมาใช้ระหว่างวัน

รับประทานเร็วจึงหิวไว

การลำเลียงอาหารไปยังกระเพาะนั้นต้องใช้เวลานานพอสมควร บางครั้งก็นานมากจนผู้ที่รับประทานอาหารเร็วมักด่วนตัดสินใจเร็วเกินไปด้วยว่ายังรู้สึกท้องว่างอยู่ ทำให้สามารถทานได้มากกว่าปกติและบางครั้งอาจมีอาการท้องอืดรวมอยู่ด้วย

คำแนะนำ: การตักอาหารคำเล็กๆ และเคี้ยวให้ละเอียดยิ่งขึ้นจะช่วยทำให้รับประทานอาหารช้าลงได้ หรือไม่เช่นนั้นก็ควรนั่งพักหลังมื้ออาหารก่อน อย่าเพิ่งรีบรับประทานเพิ่มทันที

ดื่มน้ำน้อย

การที่ยังรู้สึกว่าท้องว่างอยู่หลังจากเพิ่งรับประทานอาหารเสร็จอาจเกิดจากการที่คุณดื่มน้ำน้อยเกินไประหว่างวันหรือหลังมื้ออาหาร เมื่อร่างกายของเรากระหายน้ำก็มักจะมีปฏิกริยาตอบสนองที่คล้ายกับอาการหิว ซึ่งมักเป็นความรู้สึกที่คล้ายกันมากจนแทบแยกไม่ออกเลยทีเดียว

คำแนะนำ: หลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้วควรดื่มน้ำตามอย่างน้อย 1 แก้ว ซึ่งนอกจากจะช่วยทำให้รู้สึกอิ่มแล้วยังช่วยให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างคล่องตัวมากขึ้นอีกด้วย

ทานของหวาน หรือดื่มน้ำอัดลม

ของหวานและน้ำอัดลมชนิดต่างๆนั้นเต็มไปด้วยน้ำตาลที่เมื่อเข้าสู่ร่างกายในปริมาณมากแล้วจะไปสกัดกั้นการทำงานของฮอร์โมนเลปทิน (leptin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้ร่างกายรับรู้ว่าได้รับประทานเพียงพอแล้ว เมื่อขาดฮอร์โมนตัวนี้ไปเราจึงไม่รู้สึกอิ่มเสียที อีกทั้งความหวานจากน้ำตาลที่ติดอยู่ที่ลิ้นของเรายังทำให้รู้สึกอยากรับประทานเพิ่มมากขึ้น หรือที่เราเรียกว่าเป็นอาการ/ความรู้สึกหวาน 'หวานปาก' ที่เป็นการกระตุ้นความอยากอาหารได้โดยตรงอีกด้วย

คำแนะนำ: หลีกเลี่ยงการรับประทานขนมหวานหรือดื่มน้ำอัดลม โดยเฉพาะหลังจากการทานมื้อเย็นแล้ว แต่หากขนมหวานเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารเย็นแล้วละก็ แนะนำให้แปรงฟันและบ้วนปากทันทีเพื่อลดอาการหวานปากหลังมื้ออาหาร

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่