การดูแลอาหาร

เนื้อปลาทูน่าและโลหะหนัก

เผยแพร่ครั้งแรก 21 พ.ค. 2018 อัปเดตล่าสุด 9 ส.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
เนื้อปลาทูน่าและโลหะหนัก

การลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนักให้ๆได้ผลดี อาหารก็มีส่วนช่วยสำคัญด้วยเช่นกัน โดยหนึ่งในเมนูเหล่านั้นก็คือปลาต่างๆ เนื่องจากอุดมไปด้วยโปรตีนและให้ไขมันต่ำ อีกทั้งยังเป็นไขมันดีและมีวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายสูง ซึ่งปลาที่มักจะรับประทานอย่างเป็นที่นิยมและรู้จักกันอย่างขว้างขวาง เพราะหาง่ายและประกอบอาหารได้หลายเมนู มีรสชาติที่อร่อยนั่นก็คือ “ปลาทูน่า”

รู้จักกับปลาทูน่า ปลายอดนิยมของคนรักสุขภาพ

ปลาทูน่าเป็นปลาที่อาศัยอยู่เป็นฝูงในทะเลหรือมหาสมุทรที่ห่างจากชายฝั่ง รูปร่างเพรียว ฐานครีบหูมีกลุ่มเกล็ดเล็กๆ ที่ครีบหางจะเว้าลึก สามารถว่ายน้ำได้รวดเร็ว นิยมนำมารับประทานสดหรือเป็นอาหารสำเร็จรูปในลักษณะของอาหารกระป๋อง โดยปลาทูน่าที่นิยมจับมาเป็นอาหาร ได้แก่ ทูน่าตาโต ทูน่าครีบเหลือง ทูน่าครีบยาว ทูน่าสีน้ำเงิน ปลาโอแถบ และปลาโอดำ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจมะเร็งปากมดลูก ที่รพ. พญาไท 2 BTS สนามเป้า 1,425 บาท ราคาดี ถูกใจคุณผู้หญิง

ราคานี้วันเดียวเท่านั้น / จองผ่าน HD คุ้มกว่า / ผ่อน 0% ได้ / มีแอดมินใจดีดูแล

Ads h 6

ปลาทูน่ากับโลหะหนักสัมพันธ์กันอย่างไร

โลหะหนักหมายถึงธาตุที่มีน้ำหนักมากกว่า 5 เท่า หรือมีความถ่วงจำเพาะตั้งแต่ 5 ขึ้นไป อาทิเช่น แคดเมียม โครเมียม ปรอท หรือตะกั่ว ซึ่งเป็นพิษต่อร่างกายและยังแพร่กระจายมาจากโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หรือสถานประกอบการที่ทำธุรกิจด้วยการใช้สารเหล่านี้ผสมอยู่ โดยไม่มีระบบจัดการปล่อยโลหะหนักสู่สิ่งแวดล้อมที่ดี จึงทำให้มีการแพร่กระจายสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น แม่น้ำ ลำคลอง ทะเล และมหาสมุทร เป็นต้น

ปลาทูน่าจัดว่าเป็นอาหารที่มีสารเคมีประเภทปรอทอยู่มาก โดยพบว่าสายพันธ์ของปลาทูน่าที่มีสารปรอทสะสมอยู่ในตัวมาก ได้แก่ ปลาทูน่าตาโตและบริเวณส่วนเนื้อแดงของปลาทูน่าครีบน้ำเงิน สำหรับสายพันธ์ที่พบว่ามีสารโลหะหนักน้อยที่สุด นั่นคือปลาทูน่าครีบเหลืองและส่วนที่เป็นมันของปลาทูน่าครีบน้ำเงิน แต่ทั้งนี้ก็ยังมีค่าของโลหะหนักเกินกว่าที่กำหนดให้บริโภคแทบทั้งสิ้น  

อาการและโรคที่มาจากปลาทูน่าที่มีโลหะหนัก

โลหะหนักสามารถเข้าสู่ร่างกายของคนได้จากทางลมหายใจและการซึมเข้าสู่ผิวหนัง ถ้ามาจากปลาทูน่าก็จะเป็นการรับประทานปลาทูน่าที่มีปรอทเข้าไปบ่อยๆ ซึ่งในระยะแรกจะไม่แสดงอาการอะไรให้เห็น แต่เมื่อเกิดการสะสมในร่างกายจำนวนมากแล้วจะทำให้มีผลต่อร่างกายดังต่อไปนี้

  • สมองพิการ ตาบอด กล้ามเนื้อสั่น
  • ในสตรีมีครรภ์แม้ว่าจะได้รับโลหะหนักแค่เพียงเล็กน้อย ก็อาจจะทำให้เด็กเจริญเติบโตผิดปกติ มีปัญหาทางด้านสติปัญญา แขนขามีอาการเหนื่อยอ่อนคล้ายคนพิการ
  • หูตึง สูญเสียการประสานงานของกล้ามเนื้อ มีอาการหลอดเลือดแข็ง เป็นอัมพาต หากเป็นพิษรุนแรงก็ถึงขั้นเสียชีวิตได้
  • ในกรณีที่มีโลหะหนักอย่างเช่นตะกั่ว อาการที่พบบ่อยๆ คือปวดท้อง น้ำหนักลด คลื่นไส้ อาเจียน ทรงตัวไม่อยู่ ประสาทหลอน เป็นอัมพาต สลบ หรือเสียชีวิต

วิธีแก้ไขและตัวเลือกที่ควรนำมารับประทาน

สำหรับสตรีมีครรภ์หรือต้องให้นมบุตรควรหลีกเลี่ยงปลาทูน่า หรือถ้าต้องรับประทานก็ไม่ควรเกิน 2 – 3 ครั้ง ต่อสัปดาห์ หรือใช้วิธีเลี่ยงหันมารับประทานปลาแซลมอน ซึ่งมีปริมาณโลหะหนักน้อยกว่าปลาทูน่า อีกทั้งปลาทูน่าที่เลี้ยงก็ไม่ควรนำมารับประทานเพราะมีไขมันมากกว่าที่มาจากธรรมชาติ

ปลาทูน่าที่ผลิตเป็นอาหารกระป๋องก็ควรเลี่ยงไปรับประทานชนิดปลาทูน่าในน้ำแร่ จะมีความเหมาะสมกว่าปลาทูน่าในน้ำมัน เนื่องจากน้ำมันเป็นตัวที่ละลายไขมันปลาที่มีโอเมก้า 3 ออกมาข้างนอกตัวปลาด้วย แล้วเวลารับประทานก็มักจะเทส่วนที่เป็นน้ำมันทิ้ง จึงทำให้เราไม่ได้รับโอเมก้าอยู่แล้ว หรือเลือกรับประทานปลาที่มีอายุสั้นๆ จะได้ไม่มีโลหะหนักสะสมมาก อย่างเช่นปลาทูและปลาแซลมอน เป็นต้น

การรับประทานปลาเพื่อสุขภาพที่ดีและไม่อ้วนก็สามารถเลือกและทำได้ไม่ยาก ปลาทะเลจากน้ำลึกยังเป็นแหล่งอาหารที่ให้ประโยชน์สูงแก่ร่างกายมนุษย์อยู่ดี เพียงแค่ฉลาดรู้และเลือกรับประทานปลาทูน่าหรือปลาอื่นๆ ให้ถูกวิธี จะช่วยให้โลหะหนักไม่สามารถเข้าสู่ร่างกายจนเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้


3 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
FDA/EPA 2004 Advice on What You Need to Know About Mercury in Fish and Shellfish. U.S. Food and Drug Administration (FDA). (https://www.fda.gov/food/metals/fdaepa-2004-advice-what-you-need-know-about-mercury-fish-and-shellfish)
Heavy metals in canned tuna from Italian markets. National Center for Biotechnology Information. (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/23433389)
Mercury in Tuna: Is This Fish Safe to Eat?. Healthline. (https://www.healthline.com/nutrition/mercury-in-tuna)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม