ความรู้สุขภาพ

ลิ้นเป็นฝ้าขาว อันตรายหรือไม่?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
ลิ้นเป็นฝ้าขาว อันตรายหรือไม่?

ลิ้นเป็นฝ้าขาว หรือที่เรียกว่า (White tongue) คือ การที่บริเวณใดๆ ของลิ้นมีฝ้าสีขาวออกเทาเคลือบอยู่ ซึ่งอาจเป็นทั้งลิ้น หรือเป็นหย่อมๆ ทั้งนี้มีหลายสาเหตุที่ทำให้ลิ้นเป็นฝ้า และแต่ละสาเหตุนั้นก็มีวิธีรักษาที่เฉพาะเจาะจง  แม้ว่าโดยทั่วไปแล้วอาการดังกล่าวไม่ทำให้เกิดอันตราย แต่ในบางกรณี มันก็สามารถบ่งบอกได้ถึงปัญหาร้ายแรง สำหรับบทความในวันนี้ เราจะพาคุณไปดูสาเหตุพื้นฐานที่ทำให้ลิ้นเป็นฝ้าขาวและวิธีรักษาด้วยตัวเองค่ะ

สาเหตุ

สาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้ลิ้นเป็นฝ้าคือ การดูแลสุขอนามัยของช่องปากได้ไม่ดีพอ ปุ่มเล็กๆ บนลิ้นที่เรียกว่า Papillae สามารถบวมขึ้น และเกิดการอักเสบในช่องปาก ทั้งนี้เชื้อโรค เศษซากอาหาร และเซลล์ที่ตายแล้วสามารถไปติดที่ระหว่าง Papillae ทำให้ลิ้นเป็นสีขาวได้นั่นเอง สำหรับปัญหาเกี่ยวกับช่องปากและสุขอนามัยที่ทำให้ลิ้นเป็นสีขาวมีดังนี้

  • ปากแห้ง โดยเกิดจากการหายใจทางปาก หรือการนอนโดยอ้าปากค้างไว้
  • แปรงฟันหรือขัดฟันไม่ถูกวิธี
  • ไม่แปรงลิ้น
  • ตกอยู่ในภาวะขาดน้ำ
  • เกิดการระคายเคืองจากมุมแหลมในปาก เช่น ฟัน เหล็กดัดฟัน หรือฟันปลอม
  • ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
  • สูบบุหรี่ หรือเคี้ยวยาสูบ

นอกจากนี้การที่ลิ้นเป็นฝ้าขาวยังเกิดได้จากสาเหตุอื่นๆ ดังนี้

1.โรคไลเคนพลานัส

โรคไลเคนพลานัสทำให้เกิดการอักเสบ และนั่นก็สามารถส่งผลต่อปาก โดยทำให้เกิดปื้นสีขาวและหนาในช่องปากและลิ้น นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจมีแผลเปื่อยในปาก หรือเจ็บที่แก้มและเหงือก

2.ลิวโคพลาเคีย

ลิวโคพลาเคียเป็นฝ้าสีขาวที่เกิดขึ้นบนลิ้นและปาก ซึ่งมักเกิดจากสารที่ทำให้ระคายเคืองอย่างยาสูบและบุหรี่ แต่ก็อาจมีต้นเหตุมาจากการอักเสบ และการระคายเคืองที่เกิดจากฟันปลอม แต่โดยทั่วไปแล้วมันไม่ทำให้เกิดอันตราย

3.เชื้อราในช่องปาก

การมีเชื้อราในช่องปากถือเป็นอีกหนึ่งตัวการที่ทำให้ลิ้นของคุณเปลี่ยนเป็นสีขาว ซึ่งมันเกิดจากการติดเชื้อรา Candida ซึ่งผู้ป่วยมักมีฝ้าสีขาว หรือสีขาวผสมสีอื่นๆ เล็กน้อย และสามารถรู้สึกเจ็บโดยเฉพาะเมื่อทานอาหารหรือดื่มน้ำ คนที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแออาจมีแนวโน้มที่จะมีภาวะดังกล่าว ตัวอย่างเช่น คนที่เพิ่งทานยาปฏิชีวนะ หรือคนที่เพิ่งทำคีโม นอกจากนี้การดูแลสุขอนามัยช่องปากได้ไม่ดี หรือใส่ฟันปลอมที่ไม่เข้ากับปากก็ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงเช่นกัน

4.โรคซิฟิลิส

โรคซิฟิลิสเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่สามารถแสดงอาการในช่องปาก และหากไม่รักษาตัว มันก็สามารถทำให้เกิดฝ้าขาวบนลิ้น และทำให้เจ็บในช่องปาก ทั้งนี้คนที่เป็นโรคซิฟิลิสจำเป็นต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์

 อย่างไรก็ตาม โรคร้ายบางโรคอย่างมะเร็งช่องปากหรือมะเร็งลิ้น ก็สามารถทำให้ลิ้นเป็นสีขาว แม้ว่าจะพบได้ไม่บ่อยก็ตาม นอกจากนี้การเป็นโรคที่เกี่ยวกับการอักเสบแบบเรื้อรังก็อาจทำให้ลิ้นเป็นสีขาวได้เช่นกัน

เมื่อไรที่ควรไปพบแพทย์?

โดยมากแล้ว ฝ้าสีขาวที่ลิ้นจะหายไปอย่างง่ายดาย แต่ถ้าคุณดูแลช่องปากแล้วแต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการอื่นๆ เกิดขึ้นร่วมด้วย คุณก็ควรไปพบแพทย์

การรักษา

การรักษาฝ้าขาวที่ลิ้นที่เกิดจากบางโรคอาจจำเป็นต้องใช้การรักษาที่เฉพาะเจาะจง

  • เชื้อราในช่องปาก – รักษาโดยใช้ยาต้านเชื้อรา ซึ่งมักอยู่ในรูปแบบยาที่ใช้หยด โดยใช้ยาเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์
  • โรคไลเคนพลานัส – รักษาโดยใช้คอร์ติโคสเตียรอยด์ในกรณีที่อาการร้ายแรง แต่ส่วนมากจะให้แพทย์หรือทันตแพทย์ติดตามอาการ
  • ลิวโคพลาเคีย – แพทย์จะติดตามอาการเพื่อให้มั่นใจว่าอาการไม่แย่ลงกว่าเดิม
  • โรคซิฟิลิส – รักษาโดยใช้ยาปฏิชีวนะอย่างเพนิซิลิน หรือหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่

วิธีการรักษาที่สามารถทำที่บ้านได้

1.โปรไบโอติก

เราสามารถพบโปรไบโอติกได้ในอาหารและเครื่องดื่มประเภทหมักดอง เช่น กิมจิ ผักดอง คอมบูชา โยเกิร์ต เป็นต้น ทั้งนี้โปรไบโอติกเป็นแบคทีเรียชนิดที่ไม่เพียงแต่ดีต่อระบบย่อยอาหารเท่านั้น แต่ยังมีงานวิจัยพบว่ามันสามารถช่วยต่อสู้กับเชื้อราในปากและแบคทีเรียที่ไม่ดีชนิดอื่นๆ ซึ่งโปรไบโอติกอาจช่วยให้สภาพในช่องปากสมดุล และป้องกันไม่ให้ลิ้นเป็นฝ้าขาว

2.ใช้เบกกิ้งโซดาขัด

การนำเบกกิ้งโซดาสำหรับทำอาหารโรยบนแปรงสีฟัน และนำมาขัดที่ลิ้น ฟัน และเหงือกอาจช่วยลดแบคทีเรียที่ทำให้ลิ้นเป็นสีขาว ซึ่งมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า เบกกิ้งโซดาช่วยฆ่าแบคทีเรียที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในช่องปากอย่างสเตรปโตคอกคัส (Streptococcus) และแคนดิดา (Candida)

3.กระเทียมดิบ

การทานกระเทียมดิบอาจช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับการติดเชื้อที่เกิดจากแบคทีเรียที่มีชื่อว่า แคนดิดา ซึ่งมีงานวิจัยพบว่า สารประกอบอัลลิซินที่พบได้ในกระเทียมมีคุณสมบัติช่วยกำจัดแบคทีเรียชนิดแคนดิดา อัลบิแคนส์ (Candida albicans) อย่างไรก็ดี คุณสามารถทานกระเทียบดิบทั้งกลีบทุกวัน หรือจะสับแล้วทานกับน้ำมันมะกอกเพียงเล็กน้อย เพื่อลดโอกาสการเกิดฝ้าขาวที่ลิ้น

4.ขูดลิ้น

การขูดลิ้นเบาๆ จากด้านหลังไปด้านหน้าอาจช่วยลดและกำจัดแบคทีเรีย รวมถึงเศษต่างๆ ที่ติดค้างอยู่ในช่องปาก ซึ่งมีหลายบริษัทที่ผลิตอุปกรณ์สำหรับขัดลิ้นโดยเฉพาะ แต่คุณก็สามารถใช้มุมของช้อนขัดลิ้นได้เช่นกัน

วิธีป้องกัน

  • ดูแลสุขอนามัยช่องปากให้ดี โดยแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง และใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละครั้ง
  • ใช้อุปกรณ์สำหรับขูดลิ้นทุกวันหรือคุณอาจใช้แปรงสีฟันก็ได้ค่ะ
  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ทานอาหารให้หลากหลายและมีสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพ
  • ไปพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน เพื่อตรวจสภาพช่องปาก

 โดยทั่วไปแล้ว การมีฝ้าสีขาวที่ลิ้นมักไม่เป็นอันตราย ถ้าคุณลองปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ตามวิธีที่เรากล่าวไป แต่อาการยังไม่ดีขึ้น หรือพบว่าตัวเองมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย คุณก็อย่าลังเลที่จะไปพบแพทย์เพื่อตรวจให้แน่ชัดค่ะ

ที่มา: https://www.medicalnewstoday.c...319814.php?sr

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่