จิตวิทยา

ความแตกต่างระหว่างความขี้อายและการเก็บตัว

เผยแพร่ครั้งแรก 14 ม.ค. 2017 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
ความแตกต่างระหว่างความขี้อายและการเก็บตัว

>คำถาม: อะไรคือความแตกต่างระหว่างความขี้อายและการเก็บตัว?

ลูกชายอายุ 8 ขวบของฉันมีเพื่อนน้อยและใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่คนเดียวในห้องของเขา ถึงแม้ว่าเขาจะดูมีความสุขดีแต่ฉันก็ยังกังวลอยู่ โดยเฉพาะเมื่อคุณครูบอกฉันว่าเขาไม่ค่อยจะมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นได้ดีนัก เขาเป็นเด็กขี้อายและฉันพยายามจะช่วยเขาพัฒนาความสามารถในการเข้าสังคม แต่เพื่อนของฉันบอกว่าเขาเป็นเด็กเก็บตัว ความแตกต่างระหว่างเด็กขี้อายและเด็กเก็บตัวคืออะไร? นั่นไม่ใช่สิ่งเดียวกันหรอกหรือ?

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

คำตอบ: ความขี้อายและการเก็บตัวไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

ถึงแม้ว่ามันอาจจะดูเหมือนกันก็ตาม คนที่มีลักษณะเก็บตัวจะชอบอยู่คนเดียวและจะรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเมื่อต้องใช้เวลาอยู่กับคนอื่นนานๆ แต่คนที่ขี้อายไม่ได้ต้องการจะอยู่คนเดียว แต่กลัวที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ลองพิจารณาเด็กสองคนในห้องเรียนดู คนหนึ่งเป็นเด็กเก็บตัวและอีกคนหนึ่งเป็นเด็กขี้อาย คุณครูกำลังจัดกิจกรรมสำหรับเด็กทุกคนในห้องอยู่ เด็กที่มีลักษณะเก็บตัวจะต้องการอยู่ที่โต๊ะของตัวเองและนั่งอ่านหนังสือเพราะเธอคิดว่าการอยู่กับเด็กคนอื่นๆ ทำให้เครียด เด็กขี้อายจะอยากเข้าไปร่วมกับเด็กคนอื่นๆ แต่จะยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะของเธอเองเพราะเธอกลัวที่จะไปเข้าร่วมกับพวกเขา

เด็กอาจได้รับความช่วยเหลือให้เอาชนะความอายได้ แต่ความเก็บตัวนั้นเป็นส่วนหนึ่งของบุคคล เช่นเดียวกับสีผมหรือสีตา ในอีกความหมายหนึ่ง คือ ความขี้อายอาจรักษาได้แต่ลักษณะเก็บตัวนั้นไม่ คนที่มีลักษณะเก็บตัวทุกคนไม่ได้เป็นคนขี้อาย ในความเป็นจริงแล้ว บางคนมีทักษะทางสังคมดีเลิศด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม หลังจากเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมแล้ว คนเหล่านี้จะรู้สึกเหน็ดเหนื่อยและต้องการเวลาเพื่อจะฟื้นฟูพลังงานอีกครั้ง

ในขณะที่การรักษาจะช่วยคนขี้อายได้ การพยายามเปลี่ยนคนที่มีลักษณะเก็บตัวให้กลายเป็นคนชอบเข้าสังคมจะทำให้เกิดความเครียดและทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการยอมรับตัวเองได้ คนที่มีลักษณะเก็บตัวจะเรียนรู้กลวิธีการรับมือที่จะช่วยให้พวกเข้าจัดการสถานการณ์ทางสังคมต่างๆ แต่พวกเขาก็จะยังคงมีลักษณะเก็บตัวอยู่เช่นเดิม หากคุณคิดว่าลูกของคุณอาจเป็นพวกเก็บตัว คุณอาจต้องการจะค้นหาเกี่ยวกับคุณลักษณะต่างๆ ของผู้ที่มีลักษณะเก็บตัว เพื่อดูว่าลูกของคุณมีคุณลักษณะต่างๆ มากแค่ไหน

คุณจะช่วยลูกของคุณที่เป็นเด็กเก็บตัวได้อย่างไร?

สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ ตระหนักว่าลักษณะเก็บตัวไม่ใช่โรคที่ต้องการรักษา ดังนั้นลูกของคุณก็ไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถทำบางสิ่งได้เพื่อให้แน่ใจว่าลูกของคุณมีความสุขดี สิ่งที่ดีที่สุดที่คุณทำได้สำหรับลูกของคุณ คือ เข้าใจลักษณะเก็บตัวและยอมรับว่าสิ่งนี้เป็นลักษณะทางบุคลิกภาพที่เป็นปกติ ยอมรับว่าลูกของคุณอาจไม่ได้เป็นสาวสังคมอย่างเช่นที่คุณคาดหวังไว้และบ้านของคุณอาจไม่ได้เต็มไปด้วยเพื่อนๆ ของลูกอยู่บ่อยๆ ยอมรับว่าลูกของคุณสนุกสนานกับการใช้เวลาอยู่คนเดียวและอาจจะมีเพื่อนสนิทเพียงแค่ไม่กี่คน

หากคุณยอมรับสิ่งเหล่านี้ได้ คุณก็จะกดดันให้ลูกของคุณเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมจนเกิดความเครียดน้อยลงด้วย คุณควรแน่ใจว่ามีเวลาเหลือสำหรับลูกของคุณเพื่อพักผ่อนหลังจากการเข้ากิจกรรมทางสังคม ตัวอย่างเช่น หากลูกของคุณเพิ่งไปงานสังสรรค์มา อย่าแปลกใจหากเธอต้องการเวลาอยู่คนเดียวซักพัก

การเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะเป็นแค่การรับประทานอาหารกับครอบครัว อาจทำให้เกิดความเครียดต่อเด็กและทำให้เธออารมณ์ไม่ดี การเลี้ยงลูกที่เก็บตัวอาจเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะสำหรับพ่อแม่ที่มีลักษณะชอบเข้าสังคม แต่ก็เช่นเดียวกับเด็กอื่นๆ คือ สิ่งที่พวกเขาต้องการมากที่สุดคือความรักและความเข้าใจนั่นเอง


2 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Arlin Cuncic, Understanding the Dimensions of Introversion and Shyness (https://www.verywellmind.com/introversion-and-shyness-explained-3024882)
Carol Bainbridge, The Difference Between Being Shy and Being Introverted (https://www.verywellfamily.com/the-difference-between-being-shy-and-being-introverted-1448616)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
12 วิธีในการจัดการความเครียดระหว่างการตั้งครรภ์
12 วิธีในการจัดการความเครียดระหว่างการตั้งครรภ์

เราจะสามารถกลับมาควบคุมชีวิตตัวเองได้อีกครั้ง?

การคลายความเครียดสำหรับเด็ก
การคลายความเครียดสำหรับเด็ก

การคลายความเครียดสำหรับเด็ก : จะทำให้การผ่อนคลายความเครียดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของเด็กได้อย่างไร