Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

บาดทะยัก โรคนี้น่ากลัวแค่ไหน?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,616,567 คน

บาดทะยัก โรคนี้น่ากลัวแค่ไหน?

สมัยเด็กๆ คงเคยถูกสอนกันมาบ้างใช่ไหมว่า “ระวังอย่าให้โดนตะปูแทง เดี๋ยวจะติดบาดทะยักเอานะ!” แถมวัคซีนป้องกันบาดทะยัก ก็เป็นวัคซีนพื้นฐานที่เด็กไทยต้องผ่านการฉีดกันมาแล้วทั้งนั้น สงสัยกันไหมว่า โรคบาดทะยักเป็นยังไง และน่ากลัวแค่ไหน...

แท้จริงแล้ว บาดทะยัก (Tetanus) เป็นโรคจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ร้ายแรง และอันตรายถึงชีวิต เมื่อเชื้อบาดทะยักเข้าสู่ร่างกายจะก่อให้เกิดอาการรุนแรงหลายอย่าง เช่น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad
  • กล้ามเนื้อหดและชักเกร็งทั่วร่างกาย และรู้สึกเจ็บปวดทรมาน
  • ขากรรไกรหดเกร็ง ทำให้อ้าปากไม่ได้
  • กล้ามเนื้อที่คอหดเกร็ง จนหายใจและกลืนอาหารลำบาก
  • ร่างกายกระตุก และไวต่อการสัมผัส รวมทั้งเมื่อมีอะไรสัมผัสถูกเล็กน้อยจะรู้สึกเจ็บปวด
  • อาจมีไข้สูง เหงื่อออกมาก
  • ความดันโลหิตสูงขึ้น หัวใจเต้นเร็ว

โดยอาการเหล่านี้จะเริ่มปรากฏเมื่อได้รับเชื้อภายใน 10-14 วัน ซึ่งบางคนอาจช้าหรือเร็วกว่านั้น และหากรักษาไม่ทัน อาจทำให้หายใจไม่ออก หัวใจหยุดเต้น และเสียชีวิตได้ ในบางรายอาจมีกล้ามเนื้อหดเกร็งเฉพาะบริเวณที่เกิดแผล ซึ่งถือเป็นการติดเชื้อที่ไม่รุนแรงนัก อีกกรณีหนึ่ง คือเกิดการติดเชื้อบริเวณศีรษะและเชื้อลุกลามถึงสมอง จะมีอาการหดเกร็งเฉพาะส่วนศีรษะ ซึ่งพบได้น้อย แต่มีความรุนแรงมาก

สาเหตุของบาดทะยัก

แบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคบาดทะยัก คือ Clostridium tetani ซึ่งเป็นเชื้อโรคที่ทนต่อสภาพแวดล้อมและอุณหภูมิ สามารถเจริญเติบโตได้ทั้งภายในและนอกร่างกาย สปอร์ของเชื้อจะปะปนอยู่ตามดิน ทราย และสิ่งสกปรกต่างๆ หากได้รับสปอร์เข้าไป เชื้อจะเจริญและแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในร่างกายจนสามารถก่อโรคได้ เชื้อ Clostridium tetani จะผลิตสารที่ชื่อว่า Tetanospasmin ซึ่งส่งผลให้เส้นประสาทในกล้ามเนื้อเสียหาย กล้ามเนื้อจึงเสียการควบคุม และเกิดอาการชักเกร็ง

เชื้อบาดทะยักสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ผ่านทางบาดแผล ยกตัวอย่างเช่น

  • แผลจากของมีคมบาด
  • แผลที่ถูกของแหลม อย่างตะปูหรือเข็มทิ่มแทง
  • แผลที่ถูกสัตว์กัดหรือข่วน เช่น แมวและสุนัข
  • แผลติดเชื้อจากการผ่าตัด
  • แผลติดเชื้อในผู้ป่วยโรคเบาหวาน
  • แผลในช่องปากที่เกิดการติดเชื้อ
  • แผลไฟไหม้

การรักษาบาดทะยัก

หากเริ่มรู้สึกว่ามีอาการปวดเกร็งกล้ามเนื้อหลังจากมีบาดแผล และสงสัยว่าอาจเป็นอาการของบาดทะยัก ให้รีบมาพบแพทย์เพื่อรับการรักษาโดยด่วน โดยแนวทางการรักษา มีดังนี้

  • ให้ Tetanus immunoglobulin เพื่อยับยั้งการติดเชื้อที่รุนแรงขึ้น
  • ให้ยาปฏิชีวนะเพื่อกำจัดเชื้อ
  • ตัดส่วนเนื้อเยื่อที่ตายแล้วบนบาดแผลออก เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อลุกลาม
  • ให้ยาคลายกล้ามเนื้อและยากลุ่มระงับประสาท เพื่อลดอาการหดเกร็งและความเจ็บปวด
  • หากผู้ป่วยหายใจลำบาก อาจต้องใช้เครื่องช่วยหายใจด้วย

การป้องกันบาดทะยัก

  • วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก ซึ่งโดยทั่วไปเด็กไทยจะได้รับการฉีดพร้อมกับวัคซีนอื่นๆ อยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ควรฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันทุกๆ 10 ปี หรือเมื่อเกิดบาดแผลสกปรก
  • ระมัดระวังไม่ให้เกิดบาดแผลลึก รอยขีดข่วน หรือแผลถลอก หากเกิดแผลต้องล้างแผลและทำแผลให้สะอาด เพื่อไม่ให้สัมผัสกับเชื้อโรค
  • หากเกิดบาดแผลลึกควรไปพบแพทย์ เพื่อให้แพทย์ทำความสะอาดแผลและฉีด Tetanus immunoglobulin ให้ เพื่อป้องกันการติดเชื้อบาดทะยักโดยเฉพาะ

แม้บาดทะยักจะเป็นโรคที่อันตรายร้ายแรง แต่ก็ไม่เกินที่เราจะรับมือได้ ดังนั้น การป้องกันโรคอย่างถูกต้องและรักษาให้ทันท่วงที เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยป้องกันและลดความรุนแรงจากโรคได้


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป