มะเร็งและโรคร้าย

โรคกระเพาะอาหาร แผลที่เกิดจากกรดในกระเพาะอาหาร

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.ค. 30, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
โรคกระเพาะอาหาร แผลที่เกิดจากกรดในกระเพาะอาหาร

กระเพาะอาหารเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย ทำหน้าที่รองรับอาหารที่รับประทานเข้าไป กระเพาะอาหารมีหน้าที่ย่อยอาหาร โดยจะมีน้ำย่อยและกรดหลั่งออกมาจากผนังของกระเพาะอาหาร การหลั่งของน้ำย่อยและกรดนั้นขึ้นอยู่กับการกระตุ้นหลายประการ

  • ประการแรก ระบบประสาทปกติ กระเพาะอาหารจะมีการควบคุมโดยระบบประสาท เมื่อมีอะไรมากระตุ้นจะทำให้เกิดการหลั่งของกรดมากขึ้น
  • ประการที่สอง คืออาหารที่ประกอบด้วยไขมัน แป้ง โปรตีน ก็เป็นตัวที่กระตุ้นทำให้เกิดการหลั่งของกรดในกระเพาะอาหารมากขึ้น
  • ประการที่สาม เครื่องดื่มบางชนิด เช่น สุรา กาแฟ เครื่องดื่มเหล่านี้จะมีสารกระตุ้นในการสร้างกรด
  • ประการที่สี่ ยาบางชนิด เช่น ยาแก้ปวดแอสไพริน คอติโซน นอกจากมีฤทธิ์ในการกระตุ้นการสร้างกรดแล้ว ยังมีผลทำลายเยื่อบุกระเพาะโดยตรงได้
  • ประการที่ห้า บุหรี่ มีความสำคัญในการกระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะ ทำให้มีกรดในกระเพาะอาหารสูงกว่าปกติ
  • ประการที่หก ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เช่น โรคไขข้ออักเสบ โรคปวดเรื้อรัง จะมีโอกาสเกิดโรคกระเพาะสูงกว่าปกติ

โรคกระเพาะอาหารหรือแผลในกระเพาะอาหารนั้น เป็นโรคที่พบได้บ่อยโดยเฉพาะในภาวะของสิ่งแวดล้อมปัจจุบันที่มีแต่การดิ้นรน ในไทยไม่มีสถิติที่แน่นอน แต่จากการสังเกตพบว่ามีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในสหรัฐอเมริกาพบได้ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ การเกิดโรคกระเพาะอาหารนั้นมักพบในชายมากกว่าหญิงประมาณ 3 : 1 ระหว่างอายุ 20 ถึง 50 ปี

สาเหตุ 

โรคกระเพาะอาหารเป็นการวินิจฉัยโรคที่บ่อยที่สุดในเวชปฏิบัติ ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์ด้วยอาการปวดท้อง ดังที่กล่าวแล้วว่ากระเพาะอาหารจะทำหน้าที่ให้น้ำย่อยออกมาย่อยอาหารจำพวกโปรตีน น้ำย่อยนี้คือ pepsin ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษคือจะทำงานได้ในสภาวะที่เป็นกรด กระเพาะอาหารจะให้กรดออกมาพร้อมกับน้ำย่อยนี้เพื่อให้กระเพาะอาหารทำงานได้อย่างสมบูรณ์ กรดเป็นสาเหตุของโรคกระเพาะอาหาร เมื่อไรที่กรดในกระเพาะมีมากเกินความสมดุลจะทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหาร ซึ่งอาจเป็นได้ตั้งแต่กระเพาะอาหารอักเสบ แผลในกระเพาะอาหาร แผลในลำไส้ส่วนดูโอดินัม ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของโรคกระเพาะอาหาร สาเหตุที่ทำให้กรดเกิดขึ้นสูงนั้นมีได้หลายชนิด เช่น อาหารรสจัด รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา ภาวะเครียดทางจิตใจ เครื่องดื่มบางประเภท สุรา กาแฟ ยา บุหรี่ และพวกยาแก้ปวด

ตับและทางเดินน้ำดี 

ตับเป็นอวัยวะขนาดใหญ่ที่ต้องการเลือดมาเลี้ยงในปริมาณมาก ตั้งอยู่ในช่องท้องด้านขวาส่วนบน ถูกป้องกันจากภายนอกด้วยกระดูกซี่โครงบริเวณชายโครงด้านขวา ทำหน้าที่กำจัดของเสียที่มาจากทางเดินอาหารผ่านทางหลอดเลือดที่มาจากลำไส้ส่วนต่าง ๆ ตับยังสร้างน้ำดี (bile) ซึ่งจะไหลผ่านทางท่อน้ำดีที่อยู่ภายในตับแล้วถูกเก็บกักไว้ใช้ที่ถุงน้ำดี (gallbladder)

น้ำดีเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการย่อยอาหารจำพวกไขมัน เมื่อเรารับประทานอาหาร ถุงน้ำดีจะบีบตัวเพื่อปล่อยน้ำดีปริมาณมากลงมาในลำไส้เพื่อทำหน้าที่ช่วยย่อยอาหาร

ตับอ่อนเป็นอวัยวะที่อ่อนนุ่ม ถูกโอบล้อมด้วยลำไส้ส่วนดูโอดินัม ตำแหน่งในช่องท้องจะอยู่เหนือบริเวณสะดือเล็กน้อย ข้างหน้าจะถูกบดบังไว้ด้วยกระเพาะอาหาร ตับอ่อนทำหน้าที่หลักอยู่สองระบบคือ ในระบบทางเดินอาหาร ตับอ่อนจะหลั่งน้ำย่อยหลายชนิด และในระบบต่อมไร้ท่อ ตับอ่อนจะทำหน้าที่หลั่งฮอร์โมน (hormone) ที่สำคัญในการควบคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือด และมีบทบาทสำคัญในโรคเบาหวาน

อาการ ผู้ป่วยที่เริ่มเป็นโรคกระเพาะอาหารนั้นมักจะมีอาการแสบท้อง ปวดท้องบริเวณลิ้นปี่ มักปวดเวลาหิว ถ้าได้รับประทานอาหารหรือนม อาการปวดท้องก็จะทุเลา บางครั้งจะเกิดมีอาการปวดท้องตอนดึก ๆ หรืออาเจียนร่วมด้วย อาการปวดอาจจะร่วมกับปวดร้าวออกทางโพรงมดลูกร่วมด้วย ในรายที่เป็นแผลลึกทำให้มีตกเลือดในกระเพาะอาหาร ซึ่งจะมีอาการอาเจียนเป็นเลือดและถ่ายอุจจาระเป็นสีดำด้วย เนื่องจากมีภาวะกระเพาะอาหารอุดตัน สาเหตุจากโรคกระเพาะเรื้อรัง

การวินิจฉัยว่า ผู้ป่วยเป็นแผลในกระเพาะอาหารนั้น ส่วนใหญ่อาศัยประวัติที่ผู้ป่วยเล่าให้ฟังถึงลักษณะการปวดท้อง ประวัติที่ใช้ยา การตรวจพิเศษที่ทำได้ในขณะนี้คือการเอกซเรย์ โดยให้้ป่วยกลืนแป้งแล้วถ่ายภาพรังสี จะพบว่าแป้งเข้าไปเคลือบกระเพาะก็จะทำให้เห็นแผล การส่องกระเพาะโดยใช้เครื่องส่องกระเพาะส่องไปดูแผลจริง ๆ ในกระเพาะแล้วตัดชิ้นเนื้อมาตรวจก็จะช่วยในการวินิจฉัยโรควิธีหนึ่ง เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นแผลในกระเพาะอาหาร ไม่ใช่เป็นเนื้อของมะเร็ง การดูดเอาน้ำย่อยไปตรวจดูว่ามีกรดสูงมากแค่ไหน ก็เป็นส่วนช่วยในการวินิจฉัย ส่วนการแยกโรคที่สำคัญโรคหนึ่งที่ต้องแยกออกให้ได้ คือ มะเร็งในกระเพาะอาหาร ซึ่งโรคนี้จากการตรวจทางรังสี การส่องกระเพาะ และตรวจชิ้นเนื้อคงจะพอแยกออกได้

การรักษาโรคกระเพาะอาหาร

ส่วนใหญ่ต้องรักษาด้วยยาก่อน เมื่อไม่ได้ผลจริง ๆ หรือมีอาการแทรกซ้อนต้องอาศัยการผ่าตัด

1. การลดกรดเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้โรคแผลในกระเพาะอาหารดีขึ้น ยาลดกรดมีหลายชนิด มีความแตกต่างกันบ้างแล้วแต่ชนิดของยา แต่องค์ประกอบส่วนใหญ่ก็ไม่ได้แตกต่างกันเท่าไร ยาลดกรดควรจะได้รับประทานสม่ำเสมอและเป็นเวลานาน เนื่องจากคนไข้ที่มีโรคกระเพาะอาหารนั้น เมื่อได้ยาไปอาการจะดีขึ้นอย่างเร็ว แต่ถ้ารับประทานยาไม่สม่ำเสมอ แผลจะไม่หายสนิทและมีโอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำได้

ในสมัยนี้มียาต้านการหลั่งกรด และยาที่ทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารมีความแข็งแรงหลายชนิด ซึ่งขึ้นอยู่กับแพทย์ที่จะพิจารณาใช้ยาเป็นราย ๆ ไป

2. อาหารและการพักผ่อน ผู้ป่วยที่มีแผลในกระเพาะอาหารควรจะพักผ่อนอย่างเพียงพอ ควรงดรับประทานอาหารรสจัด เครื่องดื่ม เช่น เหล้า กาแฟ ควรจะรับประทานอาหารเป็นเวลา ไม่ปล่อยให้หิวจัด

บุหรี่ เป็นตัวการสำคัญประการหนึ่งในการเกิดโรคกระเพาะ และทำให้แผลในกระเพาะอาหารหายช้าลง ฉะนั้นควรจะให้ผู้ป่วยหยุดสูบบุหรี่ จะทำให้แผลหายเร็วขึ้น และเกิดอาการของโรคกระเพาะน้อยลง

3. งดรับประทานยาโดยไม่จำเป็น ยาที่รับประทานทุกชนิดมีทั้งคุณและโทษ ฉะนั้นการรับประทานยาควรจะต้องรับประทานเมื่อจำเป็นจริง ๆ ไม่ควรซื้อยากินเอง โดยเฉพาะพวกยาแก้ปวด ยาคอติโซน เนื่องจากยาพวกนี้จะทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้

โรคกระเพาะอาหารถ้าปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ โดยไม่ได้รักษาอาจจะเกิดอาการแทรกซ้อน อาการที่พบคือ ตกเลือด ปลายกระเพาะอาหารอุดตัน หรือแผลทะลุซึ่งต้องรักษาทางศัลยกรรม และมีโอกาสที่จะเปลี่ยนเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร

ทางที่ดีที่สุด เมื่อเกิดเป็นโรคแผลในกระเพาะอาหารแล้ว ควรจะรับประทานยาสม่ำเสมอและหลีกเลี่ยงในสิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติเพื่อที่จะไม่ให้เกิดอาการแทรกซ้อนตามมาทีหลัง และทำให้แผลในกระเพาะอาหารหายเร็วขึ้น

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่