มะเร็งและโรคร้าย

อาการเจ็บแน่นหน้าอก อาจเป็นผลมาจากโรคแผลในกระเพาะอาหาร

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
Istock 466797013 m

โรคแผลในกระเพาะอาหารเป็นภาวะความเจ็บป่วยที่พบได้บ่อย และมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นปัญหาโรคหัวใจ แผลในกระเพาะอาหารมักทำให้มีอาการที่แยกได้ยากจากอาการเจ็บแน่นหน้าอกจากภาวะหัวใจขาดเลือด (Angina) หรือโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันหรือหัวใจวาย (Heart attack)

โรคแผลในกระเพาะอาหารคืออะไร?

ในโรคแผลในกระเพาะอาหาร แผลจะเกิดขึ้นที่เยื่อบุกระเพาะหรือลำไส้เล็กส่วนดูโอดีนัม (Duodenum) ซึ่งเป็นลำไส้เล็กส่วนแรก แผลเหล่านี้จะทำให้เกิดอาการเจ็บปวด ซึ่งโดยทั่วไปจะแสดงออกในลักษณะอาการปวดท้อง ซึ่งมันเป็นที่บริเวณลิ้นปี่ แต่ในบางครั้งก็ทำให้มีอาการเจ็บแน่นหน้าอกได้

ลักษณะของอาการปวดจากแผลในกระเพาะอาหาร

อาการปวดจากแผลในกระเพาะอาหารมันจะถูกบรรยายว่าเป็นอาการปวดแสบปวดร้อน ซึ่งจะบรรเทาได้โดยการกินอาหาร และแย่ลงเมื่อดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือบริโภคคาเฟอีน โดยอาจมีอาการท้องอืดท้องเฟ้อ คลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย

อาการแสบร้อนขึ้นยอดอก (Heartburn) ก็พบได้บ่อยในผู้ที่เป็นโรคแผลในกระเพาะอาหารเช่นกัน

สาเหตุของแผลในกระเพาะอาหาร

แผลในกระเพาะอาหารเกิดขึ้นเมื่อเยื่อเมือกที่ปกป้องเยื่อบุทางเดินอาหารส่วนต้นถูกทำลาย หรือการสร้างกรดในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น สภาวะที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะได้ง่ายขึ้นจะพบได้มากที่สุดในผู้ที่มีแบคทีเรีย Helicobactor pylori ในทางเดินอาหาร

การใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAID ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งของการเกิดแผลในกระเพาะอาหารเช่นกัน

แผลในกระเพาะอาหาร vs อาการเจ็บแน่นอกจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

ปกติแล้วแพทย์จะแยกอาการเจ็บหน้าอกที่เกิดจากแผลในกระเพาะอาหารกับอาการเจ็บหน้าอกที่เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้ไม่ยาก

ลักษณะอาการเจ็บของทั้งสองอย่างนี้ค่อนข้างแตกต่างกัน โดยอาการเจ็บจากแผลในกระเพาะอาหารไม่ได้ถูกกระตุ้นจากการออกกำลังกาย และไม่ดีขึ้นเมื่อพัก ทั้งนี้อาการปวดแสบร้อน ร่วมกับท้องอืดและคลื่นไส้ก็แตกต่างจากอาการเจ็บหน้าอกจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดตามปกติ ที่เกิดจากโรคหลอดเลือดหัวใจ (coronary artery disease-CAD)พอสมควร

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบางครั้งอาการเจ็บหน้าอกจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดก็มาด้วยอาการที่ไม่เป็นไปตามปกติ การส่งตรวจเพิ่มเติมเพื่อให้ได้การวินิจฉัยที่แน่ชัดก็เป็นสิ่งจำเป็น

การส่องกล้องตรวจทางเดินอาหาร (endoscopy-การส่องกล้องตรวจทางเดินอาหารด้วยหัวตรวจที่โค้งงอได้) ก็เป็นแนวทางการตรวจเพื่อวินิจฉัยแผลในกระเพาะอาหาร โดยเฉพาะในผู้ที่มีเลือดออกด้วย หรือมีอาการรุนแรง การตรวจหาเชื้อแบคทีเรีย Helicobactor pylori ก็อาจเป็นประโยชน์ การตรวจทางเอ็กซเรย์ของทางเดินอาหารส่วนต้นก็อาจเป็นที่แนะนำ

หากแพทย์กังวลว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ การตรวจสมรรถภาพหัวใจ (stress test) ก็อาจเป็นประโยชน์ในการแยกระหว่างสองโรคนี้

การรักษาโรคแผลในกระเพาะอาหาร

การรักษาโรคแผลในกระเพาะอาหาร มักรวมถึง

  • ยาปฏิชีวนะ เพื่อกำจัดแบคทีเรีย Helicobactor pylori โดยมักให้ยาเป็นเวลาสองสัปดาห์
  • ยาลดการสร้างกรดในกระเพาะอาหาร มักรวมถึง proton pump inhibitor เช่น omeprazole (Prilosec) และ histamine' tahistamine (H2) blocker เช่น ranitidine (Zantac)
  • ยากลดกรด เพื่อลดความเป็นกรดในกระเพาะ

ในบางโอกาสซึ่งเป็นไปได้ยากมาก แผลในกระเพาะอาหารจะไม่สามารถหายได้ด้วยการรักษาดังกล่าว ซึ่งอาจต้องใช้การผ่าตัดแทน อย่างไรก็ตาม การรักษาทางยาซึ่งมีการพัฒนามากขึ้นในช่วงหลายสิบปีมานี้ก็ทำให้ความจำเป็นในการรักษาโรคแผลในกระเพาะอาหารโดยการผ่าตัดลดน้อยลงไปมาก

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่