ยา

น้ำเกลือ แบ่งออกได้กี่ชนิด มีข้อบ่งใช้ และข้อควรระวังอะไรบ้าง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
น้ำเกลือ แบ่งออกได้กี่ชนิด มีข้อบ่งใช้ และข้อควรระวังอะไรบ้าง

น้ำเกลือ ที่กล่าวถึงเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์การแพทย์ที่นิยมใช้กันมานาน เชื่อว่าส่วนใหญ่อาจจะเกิดความสงสัยว่าทำไมเราจึงใช้ น้ำเกลือ แทนที่จะใช้น้ำธรรมดา และน้ำเกลือเหล่านี้มีส่วนผสมของอะไรบ้าง ซึ่งลักษณะของ น้ำเกลือ จะมีความเค็มเจือจางอยู่

อย่างไรก็ตาม น้ำเกลือ ที่นำไปใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์เหล่านี้ไม่ได้มาจากการนำเอาน้ำไปผสมเกลือแบบง่ายๆ แต่มีการผสมแร่ธาตุต่างๆ เข้าไปในสัดส่วนที่ให้พอดีกับความเข้มข้นของน้ำในร่างกาย ซึ่งหากเราพอจะสังเกตได้ว่ารสชาติของเหงื่อไม่ได้มีรสจืดเหมือนน้ำ แต่มันมีรสเค็มเช่นเดียวกันกับ น้ำเกลือ นั่นเอง สิ่งนี้เลยเป็นที่มาว่าทำไมเราจึงใช้ น้ำเกลือ ในด้านการรักษาพยาบาล และยังนำไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ

น้ำเกลือ คืออะไร ?

ย้อนไปถึงธรรมชาติของร่างกายเรา ก่อนที่จะมีการสูญเสียน้ำออกจากร่างกายเป็นธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นทางรูขุมขมที่เรียกว่าเหงื่อ ทางปัสสาวะ หรือการหายใจก็มีไอน้ำออกมาเช่นเดียวกัน ในแต่ละวันร่างกายจะขับเอาน้ำออกมาราวๆ 2-2.5 ลิตร

เพื่อไม่ให้ร่างกายเกิดการสูญเสียน้ำ จึงจำเป็นต้องได้รับน้ำจากภายนอกเพิ่มเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นการดื่มน้ำธรรมดาหรือการให้ผ่านช่องทางอื่นในกรณีที่ไม่สามารถดื่มน้ำได้ การให้โดยช่องทางอื่นคือ การใช้วิธีนำน้ำเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง ซึ่งน้ำที่ใช้นั้น เราเรียกว่า "น้ำเกลือ" ด้วยเพราะความเข้มข้นของน้ำธรรมดากับน้ำในร่างกายมีความเข้มข้นแตกต่างกัน น้ำเกลือจึงกลายเป็นคำตอบที่จะไม่ทำให้ร่างกายเสียสมดุล เพราะเป็นน้ำที่มีความเข้มข้นในระดับเท่ากันกับในร่างกายนั่นเอง

ส่วนผสมของน้ำเกลือ จะไม่มีรสชาติเค็มมากเกินไป ภายในของเหลวใสชนิดนี้จะประกอบไปด้วยเกลือแร่ชนิดต่างๆ เช่น โซเดียมคลอไรด์, โพแทสเซียม, น้ำตาลหลากหลายชนิด และไบคาร์บอน เป็นต้น โดยสรุปแล้วองค์ประกอบของตัวน้ำเกลือ จะมีน้ำและเกลือแร่ชนิดต่างๆ ปะปนอยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม แต่ก็ขึ้นอยู่กับชนิดของน้ำเกลือที่มีการแบ่งชนิดออกตามระดับความเข้มข้น การใช้งานจึงแตกต่างกันออกไป และยังมีข้อบ่งชี้การใช้ที่แม้จะไม่เป็นอันตราย แต่ควรระมัดระวัง เพราะมิเช่นนั้น อาจจะส่งผลเสียทางอ้อมต่อสุขภาพร่างกาย

ชนิดของน้ำเกลือ

ดังที่กล่าวไปข้างต้นว่าน้ำเกลือเป็นส่วนผสมระหว่างน้ำและเกลือแร่ชนิดต่างๆ ที่อาจมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบอยู่ด้วย เราแบ่งตามความเข้มข้นออกมาได้เป็นดังนี้

  1. น้ำเกลือชนิดนอร์มัลซาไลน์ (Normal saline solution/NSS) คือน้ำเกลือแบบธรรมดา ความเข้มข้นอยู่ที่ 0.9 เปอร์เซ็นต์ เป็นค่าที่เท่ากับเกลือที่อยู่ในกระแสเลือดของคนทั่วไป
  2. 5% เดกซ์โทรส ( 5% Dextrose in water - 5%D/W) เป็นน้ำเกลือที่มีส่วนผสมของน้ำตาลเดกซ์โทรสอยู่ด้วย ซึ่งก็อยู่ในระดับความเข้มข้น 5 เปอร์เซ็นต์ โดยไม่มีส่วนผสมของเกลือแร่
  3. 5% เดกซ์โทรสในนอร์มัลซาไลน์ (5% Dextrose in NSS - 5% D/NSS) เป็นการผสมระหว่างน้ำเกลือธรรมดากับน้ำตาลเดกซ์โทรส 5 เปอร์เซ็นต์
  4. 5% เดกซ์โทรสใน 1/3 นอร์มัลซาไลน์ (5% Dextrose in 1/3 NSS) เป็นการผสมระหว่างน้ำตาลเดกซ์โทรสที่มีความเข้มข้น 5 เปอร์เซ็นต์ร่วมกับน้ำเกลือความเข้มข้น 0.3 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งน้อยกว่าน้ำเกลือธรรมดา

การใช้น้ำเกลือในทางการแพทย์

ความเข้าใจผิดของเราก็คือการที่คิดว่า น้ำเกลือเป็นยาบำรุงร่างกาย หรือยาบำรุงเลือด เป็นตัวช่วยรักษาบาดแผล หรือฆ่าเชื้อ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนไม่ใช่ความจริงแต่อย่างใด ในทางการแพทย์จะใช้น้ำเกลือเพื่อประโยชน์ด้านการรักษาผู้ป่วย

ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีอาการท้องเดิน อาเจียนอย่างหนัก จนทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ หรือคนที่เสียเลือดมากจนเกิดภาวะช็อก เป็นลม หมดสติ ไม่สามารถทานอาหารและน้ำตามปกติได้ มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องอดอาหารก่อนเข้ารับการผ่าตัด หรือการใช้เป็นทางผ่านก่อนส่งยาเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้ง่ายต่อการฉีดยา โดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องเจ็บตัวหลายๆ ครั้ง

ข้อควรระมัดระวังในการใช้น้ำเกลือ

แม้น้ำเกลือจะมีความปลอดภัย ทว่ามีระดับความเข้มข้นที่แตกต่างกันซึ่งแบ่งประเภทการใช้งานให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ในช่วงนั้นๆ ตามหลักการแพทย์น้ำเกลือเป็นตัวช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายของผู้ป่วย และบรรเทาอาการบางอย่าง แต่ในการใช้งานจะต้องใช้อย่างระมัดระวังโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วย ดังนี้คือ

  1. ผู้ป่วยที่มีภาวะบวมน้ำ หรือเป็นโรคไตวาย จะต้องใช้อยู่ในความดูแลของแพทย์ ไม่ควรใช้น้ำเกลือที่มีความเข้มข้นมาก เพราะเสี่ยงที่จะทำให้หัวใจทำงานหนักจนเกิดภาวะหัวใจวายหรือน้ำคั่งในปอดจนเป็นภาวะปอดบวมน้ำตามมา
  2. กรณีที่มีผู้ป่วยเป็นเด็กเล็ก จะต้องหลีกเลี่ยงการใช้น้ำเกลือที่มีส่วนผสมของ NSS แต่ใหเลือกใช้น้ำเกลือในที่มีความเข้มข้นเพียง 0.3 เปอร์เซ็นต์ก็เพียงพอ
  3. หลีกเลี่ยงการให้น้ำเกลือพร่ำเพรื่อ แต่ให้เฉพาะกับคนที่จำเป็นต้องได้รับเท่านั้น เนื่องจากน้ำเกลือเป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งของร่างกาย การได้รับมากเกินไปย่อมส่งผลเสียตามมา
  4. น้ำเกลือที่นำมาใช้จะต้องมีความเข้มข้นเท่ากับ "เกลือที่อยู่ภายในเลือด" หากได้รับน้ำเกลือที่เข้มข้นต่างไปจากนี้อาจส่งผลให้ร่างกายเสียสมดุล ได้รับเกลือแร่ที่เข้มข้นมากเกินไป จนเสียชีวิตตามมาได้
  5. กรณีพบอาการหนาวสั่น รู้สึกไม่สบาย หรือมีอาการผิดปกติอื่นใดในระหว่างให้น้ำเกลือ ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่พยาบาลในทันที

จะเห็นได้ว่าน้ำเกลือคือ น้ำที่มีความเข้มข้นเท่ากับน้ำในร่างกายของเรา เมื่อเกิดภาวะต่างๆ ที่ร่างกายจำเป็นต้องได้น้ำเข้าไปทดแทน โดยไม่ผ่านการดื่ม จำเป็นต้องใช้น้ำเกลือเป็นตัวช่วยที่จะให้ความปลอดภัย หากใช้ภายใต้ความเข้าใจอย่างถูกต้อง

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่