มะเร็งและโรคร้าย

โรคบิด มี 2 ชนิด คือ โรคบิดอมีบา และ โรคบิดแบซิลารีย์

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
โรคบิด มี 2 ชนิด คือ โรคบิดอมีบา และ โรคบิดแบซิลารีย์

โรคบิด ความหมายทั่ว ๆ ไป หมายถึง โรคท้องร่วงที่มีอาการปวดบิดท้อง ถ่ายบ่อยจะรู้สึกปวดท้องมาก อุจจาระที่ถ่ายมีเนื้ออุจจาระเพียงเล็กน้อย ส่วนมากเป็นมูกอาจมีเลือดปนด้วย ในรายที่รุนแรงอาจมีเลือดออกมาได้

โรคบิดมี 2 ชนิด คือ

  1. โรคบิดอมีบา (บิดมีตัว)
  2. โรคบิดแบซิลารีย์ (บิดไม่มีตัว)

โรคบิดอมีบา (บิดมีตัว)

a17.gif เกิดจากปาราสิต ชื่อ แอนตามีบา ฮิสโตลิติกา (Entamoeba histolytica) ซึ่งเป้นโปรโตซัวลำไส้ที่พบบ่อยในเขตร้อนและโดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาที่ระบบการสาธารณสุขยังไม่ดีพอ โรคบิดอมีบาติดต่อโดยการกิน การสุขาภิบาลของครอบครัวไม่ดี เช่น การไม่มีส้วมที่สุขลักษณะ อาชีพเกษตรกรรมอันเป็นลักษณะทั่วไปของประเทศกำลังพัฒนา ทำให้ต้องออกจากบ้านไปทำไร่ทำนาไกลไม่สะดวกจะกลับบ้านเพื่อถ่ายอุจจาระ ส่วนใหญ่จะอาศัยสุมทุมพุ่มไม้กำบังและถ่ายตามพื้นดิน เมื่อมีฝนตกน้ำฝนจะชะเอาอุจจาระลงไปเจือในแหล่งน้ำกินน้ำใช้ การใช้อุจจาระแทนปุ๋ยทำให้เชื้ออมีบาอาจติดอยู่บนใบผักและผักนั้นถูกนำไปปรุงอาหาร กินแบบดิบ ๆ หรือครึ่งสุกครึ่งดิบ การสุขศึกษาส่วนบุคคลไม่ดีใช้มือที่สกปรกปรุงหรือเสริฟอาหารทำให้โรคระบาดได้ การเก็บอาหารไม่ถูกสุขลักษณะทำให้แมลงวันหรือแมลงสาบที่ไปตอมอุจจาระมาแล้ว เกาะตอมอาหารการกินทำให้อาหารมีเชื้อบิดเจือปนได้



ลักษณะของโรค ในช่วง 1-2 วันแรก ของโรคนี้จะมีการถ่ายบ่อย ลักษณะอุจจาระมีเนื้ออุจจาระมากอาจเละหรือเหลวเป็นน้ำแต่ไม่มีมูก ท้องไม่ปวดมากอาจรู้สึกตัวร้อนไม่สบายเพียงเล็กน้อย หรือไม่มีเลย วันต่อมาจะมีอาการปวดบิดมากขึ้น อุจจาระเป็นมูก เนื้ออุจจาระน้อย อาจมีเลือดปนได้ อุจจาระเป็นมูกปนเลือด

โรคบิดแบซิลารีย์ (Bacillary dysentery)

a17.gif เกิดจากบักทีเรียชนิดแบซิลัส (Bacillus) ตระกูลซิเกลล่า (Shigella) ย้อมติดสแกรมลบ ติดต่อโดยการกินอาหารหรือน้ำที่มีตัวเชื้อเจือปนอยู่ การปบเปื้อนนี้อาจมาจากแมลงวันหรือมือของผู้ปรุง หรือเสริฟอาหารหรือมือผู้บริโภคเอง เชื้อบิดซิเกลล่าทำให้เกิดการอักเสบของลำไส้ใหญ่ เป็นโรคติดต่อสำคัญในสถาบันที่มีเด็กอยู่กันอย่างยัดเยียด

ลักษณะของโรค มักจะมีอาการไข้ ปวดท้องรุนแรงอาจมีอาเจียนด้วย ในวันแรกอุจจาระจะเป็นน้ำเนื้ออุจจาระสีเขียวปนเหลือง ต่อมาจะมีมูกปน เป็นมูกเหนียวและมีเลือดปน ปวดบิดท้องบ่อยและมักถ่ายครั้งละเล็กน้อย วันหนึ่ง ๆ อาจถึง 20 ครั้ง ผู้ป่วยอาจมีไข้สูงมากและชักเหมือนอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โรคนี้อาจหายเองได้ในราว 10 วัน โดยการปวดบิดท้องจะค่อย ๆ ลดลง ไข้ค่อย ๆ ลดลงและการถ่ายจะน้อยลงเรื่อยจนหายเป็นปกติ
การวินิจฉัยโรค ทำได้จากประวัติของอาการและอาการแสดง การเพาะเชื้อจากอุจจาระของผู้ป่วย โรคนี้ควรจะต้องตรวจดุอุจจาระสด ๆ ด้วย เพื่อแยกโรคบิดอมีบา



การรักษา โรคบิดแบซิลารีย์มีอาการไข้และปวดบิดรุนแรงมาก การถ่ายบ่อยอาจทำให้ผู้ป่วยเสียน้ำ และเกลือแร่ไปมาก และอาจถึงตายได้ จึงควรปรึกษาแพทย์แม้ว่าโรคนี้อาจหายเองได้ก็ตาม จึงควรปรึกษาแพทย์แม้ว่าโรคนี้อาจหายเองได้ก็ตาม การรักษาเบื้องต้นสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการขาดน้ำและเกลือแร่รุนแรงคือการให้ดื่มสารละลายเกลือแร่โปรดอ่านเรื่อง “การดื่มสารละลายเกลือแร่ในโรคท้องร่วง”

การป้องกัน

  • รักษาความสะอาดของอาหาร
  • การตรวจผู้ปรุงหรือเสริฟอาหาร
  • ไม่มีวัคซีนป้องกันโรค

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่