เซ็กส์อย่างถูกวิธี

อวัยวะเพศมีตุ่มขาวเรียงกัน เกิดจากอะไรและมีวิธีการดูแลรักษาอย่างไร

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 2, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 507,387 คน

อวัยวะเพศมีตุ่มขาวเรียงกัน เกิดจากอะไรและมีวิธีการดูแลรักษาอย่างไร

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นโรคที่สามารถป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการติดโรคได้ เมื่อผู้ชายใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งขณะที่มีเพศสัมพันธ์ แต่ในบางครั้งก็อาจจะมองเห็นที่อวัยวะเพศนั้นมีตุ่มสีขาวขนาดเล็กเรียงกัน ซึ่งสร้างความกังวลใจอย่างยิ่งว่าเราติดโรคอะไรจากคู่นอนมาหรือไม่ โดยเราจะมาไขข้อข้องใจกันว่าตุ่มเหล่านั้นเกิดจากอะไร และจะมีวิธีดูแลรักษาอย่างไรได้บ้าง

เป็นต่อมที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

คลิก

ผู้ชายที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์หรืออาจจะเคย แต่มีการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ตุ่มเล็กๆ เหล่านั้นที่เกิดขึ้นรอบๆ บริเวณส่วนหัวของอวัยวะเพศ อาจจะเป็นต่อมที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งเรียกว่า Pearly Penile Papules บางคนก็มีตุ่มขนาดเล็กมากจนไม่อาจสังเกตเห็นได้ ในขณะที่บางคนก็มีขนาดใหญ่และอาจจะมีตั้งแต่ 1 – 3 แถว คล้ายกับหูดหงอนไก่ ต่อมเหล่านี้จัดว่าเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ถ้ารู้สึกกังวลใจก็สามารถใช้เลเซอร์ลบให้เล็กลง แต่จะมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำใหม่ได้อีก 

เป็นต่อมไขมันหรือต่อมอื่นๆ

ตุ่มสีขาวที่เรามักจะมองเห็นนั้น อาจจะไม่ใช่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เสมอไป แต่เป็นต่อมไขมันที่เรียกกันว่า Fordyce spot ซึ่งเกิดจากต่อมไขมันหรือต่อม Sebaceous glands ที่ปกติมักจะอยู่ร่วมกับในรูขุมขน แต่กรณีนี้จะอยู่ที่ผิวหนังหรือด้านนอกของรูขุมขน หรือเป็นต่อมที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติอย่างเช่น Tyson gland โดยไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใดและยังสามารถจางลงได้เอง หรืออาจจะอยู่เป็นเดือนเป็นปี ทั้งนี้หากเป็นมากขึ้นก็สามารถใช้วิธีเลเซอร์ให้จางลงได้ แต่ก็จะกลับมาเป็นใหม่ได้อีก

โรคหูดหงอนไก่

เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากความเสี่ยงอย่างเช่นการมีคู่นอนหลายคน หรือมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยป้องกัน ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส HPV หรือ Human papilloma virus โดยเป็นติ่งเนื้อสีชมพูที่มีลักษณะเหมือนดอกเล็กๆ คล้ายกับดอกกะหล่ำหรือหงอนไก่ โดยมีวิธีรักษาหลายวิธีที่ขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของรอยโรค แต่ก็ยังมีโอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำได้อีก

  1. การรักษาด้วยวิธีจี้ไฟฟ้าหรือเลเซอร์ เป็นการตัดรอยโรคออกไป โดยลดอาการเจ็บด้วยการฉีดยาชาเฉพาะที่เสียก่อน แต่วิธีนี้จะมีข้อเสียตรงที่ควันจากการจี้รักษาจะมีเชื้อไวรัส HPV ซึ่งถ้าสูดดมเข้าไปมากอาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อ HPV ในระบบทางเดินหายใจได้ และยังมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ 5 – 50%
  2. การรักษาด้วยวิธีจี้ด้วยความเย็น เป็นการใช้ไม้พันสำลีชุบกับไนโตรเจนเหลวแล้วป้ายที่รอยโรค หรือใช้วิธีพ่นสเปรย์ลงบริเวณที่รอยโรค เพื่อให้ความเย็นสัมผัสกับรอยโรคนั้นเป็นระยะเวลาประมาณ 10 – 15 นาที ซึ่งอาจจะทำให้รู้สึกเจ็บปวดบ้างและทิ้งรอยดำไว้ โดยสามารถทำซ้ำได้ทุก 2 สัปดาห์หรือจนกว่าจะหายดี แต่ขึ้นอยู่กับขนาดของรอยโรคด้วยเช่นกัน และยังมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ 20 – 40%
  3. การตัดออกด้วยวิธีผ่าตัด โดยใช้ยาชาฉีดเฉพาะที่เพื่อลดความเจ็บปวด และยังเป็นวิธีที่สามารถช่วยลดโอกาสหรือความเสี่ยงในการกลับมาเป็นซ้ำได้มากที่สุด เพียงแค่ 20% เท่านั้น เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ
  4. ใช้ยา Imiquimod 5% ทาหรือป้ายที่รอยโรค เป็นการกระตุ้นภูมิต้านทานโรคเพื่อให้ร่างกายกำจัดเชื้อ HPV เหมาะสำหรับหูดหงอนไก่ที่อยู่ในบริเวณที่ราบและไม่ได้อยู่บริเวณเยื่อเมือกต่างๆ ของร่างกาย และยังมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ 20%
  5. ใช้ยา Podophyllin 5% ทาหรือป้ายที่รอยโรค แพทย์จะแต้มยาชนิดนี้ทิ้งไว้ประมาณ 4 ชั่วโมง แล้วล้างออก โดยใช้รักษาเป็นระยะเวลา 3 – 4 สัปดาห์ หรือจนกว่ารอยโรคจะหาย ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดของรอยโรค แต่อาจจะรู้สึกแสบหรือระคายเคืองบริเวณที่แต้มยาไว้ และยังมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ 20 – 35%
  6. ใช้ยา Trichloroacetic acid 50 – 70% ทาหรือป้ายที่รอยโรค โดยไม่ต้องล้างออก และใช้รักษาซ้ำทุก 2 สัปดาห์ หรือจนกว่ารอยโรคจะหาย แต่อาจจะรู้สึกแสบหรือระคายเคืองบริเวณที่แต้มยาไว้ และยังมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ 35%

โรคหูดข้าวสุก

เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า Molluscum contagiosum จะเป็นตุ่มที่มีลักษณะเป็นรอยบุ๋มตรงกลาง เมื่อบีบแล้วจะมีสารที่มีสีขาวขุ่นคล้ายกับข้าวสุก โดยแพทย์จะทำการรักษาด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  1. รอเวลาให้หายเอง จะใช้เวลาประมาณ 2 – 3 เดือน ซึ่งมักจะใช้กับเด็กที่มีรอยโรคไม่มากนัก เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความรู้สึกเจ็บจากการรักษาด้วยวิธีอื่น
  2. การขูดออก เป็นการขูดรอยโรคที่เรียกว่า Molluscum bodies ด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่า Curette โดยสามารถใช้ยาชาชนิดแปะ เพื่อลดอาการเจ็บปวดลงได้ และแพทย์จะทำการรักษาซ้ำทุก 2 – 3 สัปดาห์ จนกว่ารอยโรคจะหายไป
  3. การจี้เย็น เป็นการใช้ไม้พันสำลีชุบกับไนโตรเจนเหลวแล้วป้ายที่รอยโรค เพื่อให้ความเย็นสัมผัสกับรอยโรคนั้นเป็นระยะเวลาประมาณ 10 – 15 นาที ซึ่งอาจจะทำให้รู้สึกเจ็บปวดบ้างและทิ้งรอยดำไว้ โดยสามารถทำซ้ำได้ทุก 2 สัปดาห์หรือจนกว่าจะหายดี แต่ขึ้นอยู่กับขนาดของรอยโรคด้วยเช่นกัน
  4. การใช้ยา แพทย์จะใช้ยา Podophyllin เป็นยาชนิดเดียวกันกับที่รักษาโรคหูดหงอนไก่ เพื่อทำลายเซลล์ผิวหนังที่มีการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ เหมาะสำหรับรอยโรคที่อยู่บริเวณเนื้อหรือเยื่อเมือกของอวัยวะเพศ และแพทย์จะทำการจี้ซ้ำทุกสัปดาห์ประมาณ 4 – 6 สัปดาห์ จนกว่ารอยโรคจะหายไป

ดังนั้นเราจึงพอจะทราบแล้วว่า ตุ่มสีขาวที่ขึ้นเรียงกันบริเวณอวัยวะเพศนั้น ไม่ได้มีสาเหตุเพราะโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เสมอไป แต่เราก็ไม่ควรไว้วางใจเช่นกัน เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์จะต้องใช้ถุงยางอนามัยเสมอ รวมถึงหมั่นสังเกตตัวเองด้วยนั่นเอง

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
สาเหตุที่พบบ่อย 8 ข้อของการมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์
สาเหตุที่พบบ่อย 8 ข้อของการมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์

สาเหตุของการมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์คืออะไร?