Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การออกกำลัง

อาการปวดและอาการบาดเจ็บ (PAIN AND INJURIES)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 1 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,821,130 คน

อาการปวดและอาการบาดเจ็บ (PAIN AND INJURIES)

อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหลังจากการออกกำลังกาย

อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหรืออาการเส้นยึดมักเกิดขึ้น 1-2 วันหลังจากการออกกำลังกายถือเป็นเรื่องปกติ เป็นที่รู้จักกันในชื่อ DOMS หรืออาการเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อภายหลังจากการฝึกซ้อม ซึ่งจะเกิดกับผู้ที่ออกกำลังกายในทุกระดับ โดยเฉพาะการออกกำลังกายกับกีฬาหรือกิจกรรมใหม่ๆ หรือออกกำลังกายหักโหมมากกว่าปกติ

โดยปกติแล้วอาการปวดเมื่อยจะดีขึ้นภายใน 2-5 วัน โดยไม่ต้องพบแพทย์ หรือหากปวดมาก คุณสามารถใช้ถุงน้ำแข็งประคบบริเวณที่ปวด นวด ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ทานยาแก้ปวดหรือยาแก้อักเสบ เพื่อบรรเทาอาการปวด

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีความบกพร่องในด้านของความเข้าใจ

เราอยากชวนคุณมาทดลองงานวิจัยกับเรา

Istock 541831614

นอกจากนี้ คุณยังสามารถออกกำลังกายได้ในขณะที่ยังมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ แต่ทางที่ดีคุณควรหยุดพักออกกำลังกายไปก่อนสัก 1-2 วัน จนกว่าอาการปวดจะเริ่มดีขึ้น หากอาการปวดเมื่อยไม่ดีขึ้นเลยนานเกินกว่า 5 วันหรือมีอาการแย่ลง แนะนำให้พบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการและรักษาต่อไป

อาการบาดเจ็บ 

เมื่อได้รับบาดเจ็บ จะสังเกตได้ถึงอาการปวด กดแล้วเจ็บบริเวณนั้น มีอาการบวม มีรอยเขียวช้ำ หรือรู้สึกเมื่อยล้า บางครั้งพบว่ามีอาการดังกล่าวประมาณ 4-5 ชั่วโมงหลังจากการออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา หากเกิดอาการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย คุณไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์ แต่สามารถดูแลตัวเองที่บ้านได้ ดังนี้

  • พยายามให้ส่วนของร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บได้พักในช่วง 48-72 ชั่วโมงแรก เพื่อไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บเพิ่มขึ้นอีก
  • ใช้ถุงน้ำแข็งหรือ cold pack ประคบบริเวณที่บาดเจ็บในช่วง 48-72 ชั่วโมงแรก เพื่อลดอาการบวม การประคบด้วยน้ำแข็งในแต่ละครั้งจะใช้เวลาอยู่ที่ 5-15 นาที และไม่ควรให้ถุงน้ำแข็งโดนบริเวณที่บาดเจ็บโดยตรง แนะนำให้ห่อถุงน้ำแข็งด้วยผ้าก่อนประคบ
  • ใช้ยาแก้ปวด เช่น ยาพาราเซตามอลหรือยาแก้อักเสบ อย่างยาไอบูโพรเฟน (ibuprofen) เพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อย

หากอาการบาดเจ็บรุนแรงและไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นภายใน 1-2 วัน แนะนำให้พบแพทย์ ซึ่งแพทย์อาจแนะนำให้คุณพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อวินิจฉัยและรักษาต่อไป เช่น นักกายภาพบำบัด เป็นต้น

 


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป