สุขภาพฟัน

การจัดฟัน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 23, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,315,659 คน

การจัดฟัน

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 08/05/2562

การจัดฟัน เป็นหนึ่งในวิธีการทางทันตกรรมซึ่งเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก เช่น ฟันเก ฟันไม่สบกันแล้ว ยังช่วยปรับโครงหน้าของผู้จัดฟันให้เข้ารูป การจัดฟัน จึงถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยรักษา เสริมสร้างความมั่นใจ และยังช่วยปรับปรุงบุคลิกภาพให้ดียิ่งขึ้น

การจัดฟัน คืออะไร?

การจัดฟัน เป็นวิธีช่วยแก้ไขปัญหาฟันที่มีการเรียงตัวผิดปกติ ไม่สมดุลให้เรียงตัวกันอย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของฟัน โดยการใช้เครื่องมือภายนอกและภายในช่องปาก เป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดการปรับแต่งโครงสร้างของฟันใหม่ ด้วยเป็นกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไป โดยปกติแล้วการเคลื่อนตัวของฟันจะมีอัตรา 1 มิลลิเมตร ต่อ 1 เดือน 

ทำไมต้องจัดฟัน?

เนื่องจากฟันของแต่ละคนมีขนาด รูปร่าง และการเรียงตัวที่แตกต่างกัน โดยมีพันธุกรรมเป็นตัวกำหนด ซึ่งบางครั้งฟันอาจเรียงตัวไม่เหมาะสม จนอาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก เช่น ทำความสะอาดฟันลำบาก มีปัญหาเรื่องการบดเคี้ยว เป็นต้น ซึ่งการจัดฟันจะช่วยทำให้สุขภาพช่องปากดีขึ้น ช่วยทำให้การบดเคี้ยวอาหารมีประสิทธิภาพ รวมถึงช่วยลดอัตราเสี่ยงในการเกิดฟันผุ หรือโรคเหงือกได้ด้วย 

นอกจากนี้การจัดฟันยังช่วยแก้ปัญหาช่องปากอื่นๆ ได้อีก เช่น เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาโรคปากแหว่งเพดานโหว่ หรือช่วยในเรื่องภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โดยทันตแพทย์จะใส่เครื่องมือในช่องปากเพื่อให้ทางเดินหายใจกว้างขึ้น และ ไม่ถูกอุดกั้นขณะหลับ เพื่อป้องกันไม่ให้ลิ้นหรือเนื้อเยื่อในลำคอหย่อนลงไปอุดกั้นทางเดินหายใจขณะหลับ

ใครควรจัดฟันบ้าง?

ผู้ที่มีปัญหาฟันเก ฟันซ้อน หรือฟันยื่นจนไม่สบกัน ปัญหาเหล่านี้จะทำให้ฟันสึกกร่อน เสียหาย หรืออาจทำร้ายกล้ามเนื้อกรามได้ บางกรณี ความผิดปกติดังกล่าวอาจพัฒนาจนส่งผลกระทบต่อรูปร่างของใบหน้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องให้ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้วินิจฉัย โดยประเมินจากประวัติการรักษาทางการแพทย์หรือทันตกรรม การตรวจในคลินิก แบบฟันของบุคคลคนนั้น และฟิล์มเอ็กซเรย์

ปัญหาฟัน

ปัญหาของฟันที่ทำให้ต้องมีการจัดฟันขึ้นมีดังนี้:

  • ฟันหน้ายื่น: เป็นสาเหตุที่พบเห็นได้มากที่สุด
  • ฟันซ้อน: มักเกิดกับผู้ที่มีโครงกรามแคบมัก ทำให้พื้นที่ในช่องปากไม่กว้างพอสำหรับฟัน ส่งผลให้ฟันภายในช่องปากซ้อนทับกัน
  • ฟันคุด: เป็นฟันแท้ที่ไม่งอกออกมา หรืออยู่ในตำแหน่งผิดที่ผิดทาง หากงอกขึ้นมาอาจส่งผลกระทบต่อฟันซี่อื่นๆ ได้
  • ฟันไม่สมมาตรกัน: บางคนมีจุดศูนย์กลางของฟันบนและฟันล่างไม่ตรงกันทำให้ฟันทั้งสองแถวไม่สามารถสบกันได้สมบูรณ์จนทำให้ดูเหมือนฟันเก และมีปัญหาด้านการบดเคี้ยว
  • ฟันสบลึก: ฟันแถวบนเลยหน้าฟันกรามมากเกินไปจนบังฟันล่างมิด
  • ฟันสบกลับ: ฟันแถวบนสบอยู่ข้างหลังฟันล่าง
  • ฟันสบเปิด: คือการที่ฟันบนและฟันล่างไม่สบกันแม้จะปิดปากแล้ว โดยภาวะเช่นนี้มักเกิดมาจากการที่เด็กดูดหัวแม่มือตัวเองมาเป็นเวลานาน ๆ

ควรเริ่มจัดฟันเมื่อไหร่?

การจัดฟันสามารถทำได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยส่วนใหญ่จะเริ่มที่อายุประมาณ 11 – 13 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ฟันแท้ขึ้นครบแล้ว ส่วนระยะเวลาการจัดฟันนั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะฟันของแต่ละบุคคล ส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 18 - 24 เดือน แต่ในกรณีที่ผู้ต้องการจัดฟัน มีอายุมากกว่า 25 ปีขึ้นไป อาจจำเป็นต้องใส่เครื่องมือนานกว่าปกติ และใส่ retainer ซึ่งเป็นพลาสติกเพื่อช่วยยึดฟันนานกว่าปกติด้วย 

โฆษณาจาก HonestDocs
ขูดหินปูน ลดเพิ่ม 40% กว่า 20 คลินิก

ลดกลิ่นปาก ลดเลือดออก เราจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน

%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b8%99bannerinternal ad

รูปหน้ากับการจัดฟัน

บางครั้งการจัดฟันก็จะทำให้รูปหน้าเปลี่ยนไป ซึ่งเกิดขึ้นได้จากสาเหตุดังต่อไปนี้

  1. การเจริญเติบโตของใบหน้า โดยทั่วไปแล้วขนาดของขากรรไกรจะถูกกำหนดโดยพันธุกรรม แต่เมื่อมีการจัดฟันอาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของใบหน้าได้ โดยจะมีผลเฉพาะในช่วงที่ขากรรไกรไม่โตเต็มที่ (ผู้หญิงใบหน้าจะโตเต็มที่เมื่อมีอายุ 14 – 16 ปี ส่วนผู้ชายคือ 18 ปี) แต่จะยับยั้งการเติบโตของขากรรไกรบนได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะหลังจากช่วงวัยรุ่นไปแล้ว ใบหน้าและขากรรไกรจะไม่มีการเจริญเติบโต 
  2. ผลต่อรูปปาก เนื่องจากการจัดฟัน จะทำให้ฟันมีการเคลื่อนตำแหน่ง จากด้านหน้าไปยังหน้าหลัง ดังนั้นจึงทำให้มีผลต่อรูปทรงของริมฝีปาก
  3. ขากรรไกร บางกรณี อาจต้องมีการผ่าตัดขากรรไกร ดังนั้นอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของรูปร่างขากรรไกรได้

ขั้นตอนการจัดฟัน

  • ตรวจสุขภาพก่อนจัดฟัน: เนื่องจากการจัดฟันจะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดปัญหาฟันผุหรือปัญหาสุขภาพช่องปากอื่นๆ ดังนั้นก่อนการจัดฟันทุกครั้งต้องมีการตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน ถ้ามีฟันผุต้องอุดเสียก่อน จากนั้นทันตแพทย์จะขัดหินปูน และเคลือบร่องฟันที่มีหลุมลึก เพื่อป้องกันฟันผุในขณะจัดฟัน หากมีโรคเหงือกก็ต้องรีบรักษา บางกรณีอาจต้องถอนฟันบางซี่ เพื่อปรับตำแหน่งฟันและเพื่อรูปร่างที่ดีของฟันเคียงข้าง และในระหว่างที่จัดฟันผู้จัดฟันจะต้องได้รับการตรวจทำความสะอาดฟันเป็นระยะ 
  • การจัดฟัน: หลังจากตรวจสุขภาพฟันและรักษาจนผู้เข้ารับการจัดฟันมีสุขอนามัยช่องปากดีแล้ว ทันตแพทย์จะเริ่มประเมินลักษณะ รูปร่าง การจัดเรียงของฟัน ตรวจดูลักษณะของรากฟัน กระดูกที่รองรับบริเวณรากฟัน และลักษณะโครงสร้างใบหน้าโดยรวม ซึ่งมักมีการใช้เทคนิคเอกซเรย์ ปั้นแบบจำลองช่องปากพลาสติก และถ่ายภาพฟันไว้ จากนั้นจะจะประเมินว่าควรใช้เครื่องมือจัดฟันรูปแบบใด ซึ่งจะขึ้นอยู่กับปัญหาของฟันหรือกรามของแต่ละคน จากนั้นจะนัดติดเครื่องมือจัดฟัน พร้อมทั้งแนะนำวิธีการดูแลฟันหลังจากติดเครื่องมือแล้ว
  • หลังจัดฟัน: หลังจากนั้นทุกๆ เดือน ทันตแพทย์จะนัดปรับเครื่องมือจัดฟัน เพื่อให้แนวฟันค่อยๆ เคลื่อนเข้าในจุดที่ต้องการ

(อ่านเพิ่มเติม รูปแบบเครื่องมือการจัดฟันและราคาโดยประมาณ)

(อ่านเพิ่มเติม ตารางเปรียบเทียบรายละเอียดการจัดฟันแบบต่างๆ)

อุปกรณ์จัดฟัน

การจัดฟันจะใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อดัดแปลงตำแหน่งของฟัน โดยมีอยู่สี่ชนิดด้วยกัน ดังนี้

  • อุปกรณ์จัดฟันแบบถาวร

เป็นอุปกรณ์จัดฟันที่พบได้บ่อยที่สุด โดยเป็นเครื่องมือที่ไม่สามารถถอดออกได้ เนื่องจากส่วนปลอกจะติดอยู่กับฟันแต่ละซี่ โดยตัวปลอกดังกล่าวจะเชื่อมหากันด้วยเส้นลวด การดัดฟันเช่นนี้จะทำก็ต่อเมื่อต้องทำการเรียงฟันหลายซี่พร้อมกัน หรือใช้กับการรักษาที่ต้องการความแม่นยำสูง

เมื่อสวมใส่อุปกรณ์ประเภทนี้ ผู้จัดฟันสามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ แต่ควรเลี่ยงการเล่นกีฬาที่ต้องกระทบกระแทกกัน เช่น รักบี้ ซึ่งหากจำเป็นต้องทำกิจกรรมที่มีการกระทบกระแทกจริงๆ ควรสวมใส่ยางกันเหงือกเอาไว้เพื่อความปลอดภัยกับฟันและอุปกรณ์

  • อุปกรณ์จัดฟันแบบถอดได้

เป็นเครื่องมือจัดฟันแบบถอดได้ อาจใช้ร่วมกับการจัดฟันติดแน่นก็ได้ซึ่งแล้วแต่แผนการรักษา โดยเครื่องมือเหล่านี้มีวัตถุประสงค์การใช้เฉพาะอย่าง เช่น เพื่อเคลื่อนฟันเฉพาะซี่ หรือแก้ไขความผิดปกติเฉพาะอย่าง หรือเพื่อกระตุ้นหรือปรับปรุงการทำงานของกล้ามเนื้อในผู้ป่วยที่อยู่ในระยะการเจริญเติบโต เพื่อช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงความผิดปกติของความสัมพันธ์ของกระดูกขากรรไกรบน และ/หรือขากรรไกรล่าง และการสบฟัน โดยอุปกรณ์ประเภทนี้จะจำกัดการเคลื่อนที่ตามธรรมชาติของฟัน และสามารถถอดออกเพื่อทำความสะอาดได้ 

  • เครื่องใช้กระตุ้นเพื่อการจัดฟัน

เป็นอุปกรณ์จัดฟันที่สามารถถอดได้ มาเป็นคู่เชื่อมต่อกัน หรือออกแบบมาให้ติดเข้ากับฟันบนและฟันล่าง ทั้งนี้เครื่องใช้กระตุ้นเพื่อการจัดฟัน จะใช้เพื่อแก้ปัญหาตำแหน่งของฟันบนกับกราม และกรามล่างกับฟัน โดยผู้จัดฟันต้องใส่อุปกรณ์ชิ้นนี้ตลอดเวลา และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด หากไม่ทำตามอาจทำให้การจัดฟันครั้งนี้ไม่ประสบผลสำเร็จได้โดยอุปกรณ์นี้สามารถถอดออกมาทำความสะอาดหรือถอดออกระหว่างการรับประทานอาหารได้เช่นกัน

  • อุปกรณ์รัดศีรษะ

อุปกรณ์รัดศีรษะใช้เพื่อปรับตำแหน่งของฟันส่วนหลัง หรือทำให้ฟันส่วนหลังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม ขณะที่แพทย์กำลังรักษาฟันหน้าอยู่ โดยผู้ที่ต้องใช้อุปกรณ์รัดศีรษะต้องสวมใส่อุปกรณ์นี้เป็นเวลาในช่วงกลางคืนหรือขณะนอนหลับ ซึ่งการใส่อุปกรณ์นี้จะทำให้คุณไม่สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้

อุปกรณ์คงสภาพฟันหรือรีเทนเนอร์มักถูกใช้ในช่วงท้ายของการจัดฟัน โดยรีเทนเนอร์จะช่วยในการคงตำแหน่งของฟันที่เพิ่งผ่านการจัดมา ให้อยู่ตำแหน่งเดิมและทำให้เหงือกรวมไปถึงกระดูกจัดเรียงตัวให้รองรับตำแหน่งของฟันใหม่ ซึ่งรีเทนเนอร์นี้มีทั้งแบบถอดใส่ได้กับแบบติดถาวร

ทันตแพทย์จะแนะนำเวลาที่คุณสวมใส่รีเทนเนอร์ตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เนื่องจากการถอดรีเทนเนอร์เป็นเวลานานๆ อาจทำให้ฟันเคลื่อนจากตำแหน่งที่จัดไปได้

ข้อควรปฏิบัติในระหว่างการจัดฟัน

  1. หลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารแข็ง เหนียวและกรอบ เช่น น้ำแข็ง ปลาหมึก ถั่ว ลูกอม และหมากฝรั่ง ฯลฯ 
  2. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหวาน ๆ หรือเครื่องดื่มอัดลม
  3. การกินผักผลไม้ ควรตัดแบ่งออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วเคี้ยวด้วยฟันกรามข้างหลัง และควรเลือกกินแต่อาหารอ่อน ๆ
  4. ในระยะแรกของการจัดฟันมักจะเจ็บ และมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นในช่องปาก เช่น กระพุ้งแก้มเป็นแผล ซึ่งอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ 2  โดยสามารถบรรเทาอาการระคายเคืองเหล่านี้ได้ โดยใช้ขี้ผึ้งที่ได้รับจากทันตแพทย์มาทาปิดไว้ก็จะช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น
  5. ถ้าหากมีลวดเส้นเล็ก ๆ แทงริมฝีปากหรือแก้ม ให้ใช้ยางลบดินสอเช็ดแอลกอฮอล์ กดปลายลวดเข้าไป
  6. แปรงฟันทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร
  7. ในระหว่างจัดฟัน ควรพบทันตแพทย์เพื่อขูดหินปูน เพื่อทำความสะอาดฟัน และตรวจฟันผุ ทุก ๆ 6 เดือน

ทั้งนี้ผู้ที่จัดฟันจะมีโอกาสเกิดฟันผุมากขึ้น เนื่องจากผู้ที่สวมเครื่องมือจัดฟันไม่สามารถทำความสะอาดฟันได้อย่างสะอาดหมดจด จนเชื้อแบคทีเรียในช่องปากผสมกับเศษอาหารตกค้างและน้ำลาย จนสร้างแผ่นเหนียวๆ ที่เรียกว่าเรียกว่าคราบจุลินทรีย์เข้าไปเกาะตัวฟันจนทำให้ชั้นเคลือบฟันถูกทำลายไป ทำให้ระหว่างการจัดฟัน ต้องดูแลรักษาฟันมากกว่าเดิม

ที่มาของข้อมูล

  1. ชิษณุ แจ้งศิริพันธ์, คณะทันตแพทยศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยบทความปริทัศน์: การจัดการภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นในเด็กและผู้ใหญ่ด้วยวิธีทางทันตกรรมจัดฟัน และ ออร์โทพิดิกส์ฟัน-ใบหน้า
  2. ชนิดของการจัดฟันในปัจจุบัน - โรงพยาบาลปทุมธานี (pth.go.th/news_km/AAA.doc)

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่