Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
สุขภาพฟัน

การจัดฟัน

ฟันเก ฟันยื่น ฟันห่าง ฟันไม่สบกัน หรือฟันไม่สมมาตรกัน ทำให้ขาดความมั่นใจ แต่แก้ไขได้ด้วยการจัดฟัน
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,946,098 คน

การจัดฟัน

การจัดฟันเป็นหนึ่งในวิธีรักษาทางทันตกรรมซึ่งเป็นที่นิยมในปัจจุบัน นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก เช่น ฟันซ้อนเก ฟันห่าง ฟันไม่สบกัน ได้แล้ว การจัดฟันยังช่วยปรับโครงหน้าของผู้จัดฟันให้เข้ารูปได้ด้วย ดังนั้นการจัดฟันจึงช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและช่วยปรับปรุงบุคลิกภาพให้ดียิ่งขึ้นได้

การจัดฟันคืออะไร?

การจัดฟันเป็นวิธีช่วยแก้ไขปัญหาฟันที่มีการเรียงตัวผิดปกติ ไม่สมดุล ให้เรียงตัวกันอย่างเหมาะสม สบฟันได้ตามปกติ รวมทั้งตำแหน่งขากรรไกรมีความเหมาะสม ไม่เพียงเท่านั้นการจัดฟันยังเป็นการป้องกันความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับช่องปากในอนาคตได้ด้วย 

การจัดฟันเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของฟันด้วยการใช้เครื่องมือภายนอกและภายในช่องปาก เป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดการปรับแต่งโครงสร้างของฟันใหม่อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยปกติแล้วการเคลื่อนตัวของฟันจะมีอัตรา 1 มิลลิเมตร ต่อ 1 เดือน 

ทำไมต้องจัดฟัน?

เนื่องจากฟันของแต่ละคนมีขนาด รูปร่าง และการเรียงตัวที่แตกต่างกัน โดยมีพันธุกรรมเป็นตัวกำหนด บางครั้งฟันอาจเรียงตัวไม่เหมาะสมจนเกิดปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก เช่น ทำความสะอาดฟันลำบาก มีปัญหาเรื่องการบดเคี้ยว เป็นต้น การจัดฟันจะช่วยทำให้สุขภาพช่องปากดีขึ้น ช่วยให้การบดเคี้ยวอาหารมีประสิทธิภาพ รวมถึงช่วยลดอัตราเสี่ยงในการเกิดฟันผุ หรือโรคเหงือกได้ด้วย 

นอกจากนี้การจัดฟันยังช่วยแก้ปัญหาช่องปากอื่นๆ ได้อีก เช่น เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาโรคปากแหว่งเพดานโหว่ หรือช่วยในเรื่องภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โดยทันตแพทย์จะใส่เครื่องมือในช่องปากเพื่อให้ทางเดินหายใจกว้างขึ้นและไม่ถูกอุดกั้นขณะหลับ เพื่อป้องกันไม่ให้ลิ้น หรือเนื้อเยื่อในลำคอหย่อนลงไปอุดกั้นทางเดินหายใจขณะหลับ

ใครควรจัดฟันบ้าง?

ผู้ที่มีปัญหาฟันเก ฟันซ้อน หรือฟันยื่นจนไม่สบกัน ปัญหาเหล่านี้จะทำให้ฟันสึกกร่อน เสียหาย หรืออาจทำร้ายกล้ามเนื้อกรามได้ บางกรณีความผิดปกติดังกล่าวอาจพัฒนาจนส่งผลกระทบต่อรูปร่างของใบหน้า แต่ทั้งนี้ต้องให้ทันตแพทย์เป็นผู้วินิจฉัย โดยประเมินจากประวัติการรักษาทางการแพทย์ หรือทันตกรรม การตรวจในคลินิก แบบฟันของบุคคลคนนั้น และฟิล์มเอ็กซเรย์

ปัญหาของฟันที่ทำให้ต้องมีการจัดฟัน

  • ฟันหน้ายื่น เป็นสาเหตุที่พบเห็นได้มากที่สุด
  • ฟันซ้อน มักเกิดกับผู้ที่มีโครงกรามแคบมัก ทำให้พื้นที่ในช่องปากไม่กว้างพอสำหรับฟัน ส่งผลให้ฟันภายในช่องปากซ้อนทับกัน
  • ฟันไม่สมมาตรกัน บางคนมีจุดศูนย์กลางของฟันบนและฟันล่างไม่ตรงกันทำให้ฟันทั้งสองแถวไม่สามารถสบกันได้สมบูรณ์จนทำให้ดูเหมือนฟันเก และมีปัญหาด้านการบดเคี้ยว
  • ฟันสบลึก ฟันแถวบนเลยหน้าฟันกรามมากเกินไปจนบังฟันล่างมิด
  • ฟันสบกลับ ฟันแถวบนสบอยู่ข้างหลังฟันล่าง
  • ฟันสบเปิด คือ การที่ฟันบนและฟันล่างไม่สบกันแม้จะปิดปากแล้ว ภาวะเช่นนี้มักเกิดมาจากการที่เด็กดูดหัวแม่มือตัวเองมาเป็นเวลานาน ๆ
  • ฟันคุด เป็นฟันแท้ที่ไม่งอกออกมา หรืออยู่ในตำแหน่งผิดที่ผิดทาง หากงอกขึ้นมาอาจส่งผลกระทบต่อฟันซี่อื่นๆ ได้

ควรเริ่มจัดฟันเมื่อไหร่?

การจัดฟันสามารถทำได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ส่วนใหญ่จะเริ่มที่อายุประมาณ 11 – 13 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ฟันแท้ขึ้นครบแล้ว ส่วนระยะเวลาการจัดฟันขึ้นอยู่กับลักษณะฟันของแต่ละบุคคล ส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 18 - 24 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาและความร่วมมือของผู้ป่วย เช่น การรักษาความสะอาดของเครื่องมือจัดฟันและช่องปาก หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารแข็ง เหนียว และกรอบ เพราะเสี่ยงต่อการทำเครื่องมือจัดฟันเสียหาย การมาพบทันตแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอเพื่อปรับเครื่องมือจัดฟันให้สอดคล้องกับการเคลื่อนตัวของฟัน 

กรณีที่ผู้ต้องการจัดฟันมีอายุมากกว่า 25 ปีขึ้นไป อาจจำเป็นต้องใส่เครื่องมือนานกว่าปกติเพราะการเคลื่อนตัวของฟันจะช้ากว่าผู้มีอายุน้อย อีกทั้งยังมีโอกาสเหงือกร่นมากกว่าด้วย หลังจัดฟันเสร็จผู้ป่วยกลุุ่มนี้ยังต้องใส่รีเทนเนอร์เพื่อช่วยรักษาสภาพฟันที่จัดแล้วให้นานกว่าปกติด้วย 

รูปหน้ากับการจัดฟัน

บางครั้งการจัดฟันก็จะทำให้รูปหน้าเปลี่ยนไป ซึ่งเกิดขึ้นได้จากสาเหตุดังต่อไปนี้

  1. การเจริญเติบโตของใบหน้า โดยทั่วไปแล้วขนาดของขากรรไกรจะถูกกำหนดโดยพันธุกรรม แต่เมื่อมีการจัดฟันอาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของใบหน้าได้ โดยจะมีผลเฉพาะในช่วงที่ขากรรไกรไม่โตเต็มที่ (ผู้หญิงใบหน้าจะโตเต็มที่เมื่อมีอายุ 14 – 16 ปี ส่วนผู้ชายคือ 18 ปี) แต่จะยับยั้งการเติบโตของขากรรไกรบนได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเพราะหลังจากช่วงวัยรุ่นไปแล้ว ใบหน้าและขากรรไกรจะไม่มีการเจริญเติบโต 
  2. ผลต่อรูปปาก เนื่องจากการจัดฟันจะทำให้ฟันมีการเคลื่อนตำแหน่ง จากด้านหน้าไปยังหน้าหลัง ดังนั้นจึงทำให้มีผลต่อรูปทรงของริมฝีปาก
  3. ขากรรไกร บางกรณีอาจต้องมีการผ่าตัดขากรรไกร ดังนั้นอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของรูปร่างขากรรไกรได้

ขั้นตอนการจัดฟัน

  • ตรวจสุขภาพก่อนจัดฟัน 

เนื่องจากการจัดฟันจะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดปัญหาฟันผุ หรือปัญหาสุขภาพช่องปากอื่นๆ ได้ ดังนั้นก่อนการจัดฟันทุกครั้งต้องมีการตรวจสุขภาพช่องปากและฟันอย่างละเอียด ถ้ามีฟันผุต้องอุดเสียก่อน จากนั้นทันตแพทย์จะขัดหินปูนและเคลือบร่องฟันที่มีหลุมลึกเพื่อป้องกันฟันผุในขณะจัดฟัน หากมีโรคเหงือกต้องรีบรักษา บางกรณีอาจต้องถอนฟันบางซี่ออกเพื่อปรับตำแหน่งฟันให้สมมาตรกันทั้งบนและล่างรวมทั้งเพื่อรูปร่างที่ดีของฟันเคียงข้าง 

  • การจัดฟัน

หลังจากตรวจสุขภาพฟันและรักษาจนผู้เข้ารับการจัดฟันมีสุขอนามัยช่องปากดีแล้ว ทันตแพทย์จะเริ่มประเมินลักษณะ รูปร่าง การจัดเรียงของฟัน ตรวจดูลักษณะของรากฟัน กระดูกที่รองรับบริเวณรากฟัน และลักษณะโครงสร้างใบหน้าโดยรวม ซึ่งมักใช้การเอกซเรย์ 360 องศา ปั้นแบบจำลองช่องปากพลาสติก และถ่ายภาพฟันไว้ จากนั้นจะจะประเมินว่า ควรใช้เครื่องมือจัดฟันรูปแบบใดซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาของฟัน ลักษณะกรามของแต่ละคน รวมทั้งความพึงพอใจในเครื่องมือจัดฟันแต่ละประเภท 

จากนั้นทันตแพทย์จะนัดติดเครื่องมือจัดฟันพร้อมทั้งแนะนำวิธีการดูแลฟันหลังจากติดเครื่องมือแล้ว ในระหว่างที่จัดฟันผู้จัดฟันจะต้องได้รับการตรวจทำความสะอาดฟันเป็นระยะ 

  • หลังจัดฟัน

หลังจากนั้นทุกๆ เดือน ทันตแพทย์จะนัดปรับเครื่องมือจัดฟัน เพื่อให้แนวฟันค่อยๆ เคลื่อนเข้าในจุดที่ต้องการ

(อ่านเพิ่มเติม รูปแบบเครื่องมือการจัดฟันและราคาโดยประมาณ)

(อ่านเพิ่มเติม ตารางเปรียบเทียบรายละเอียดการจัดฟันแบบต่างๆ)

อุปกรณ์จัดฟัน

การจัดฟันจะใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อดัดแปลงตำแหน่งของฟัน โดยมีอยู่ 4 ชนิดด้วยกัน ดังนี้

  • อุปกรณ์จัดฟันแบบถาวร

เป็นอุปกรณ์จัดฟันที่พบได้บ่อยที่สุด เครื่องมือนี้ไม่สามารถถอดออกได้ เนื่องจากส่วนปลอกจะติดอยู่กับฟันแต่ละซี่ ตัวปลอกดังกล่าวจะเชื่อมหากันด้วยเส้นลวด การดัดฟันเช่นนี้จะทำก็ต่อเมื่อต้องทำการเรียงฟันหลายซี่พร้อมกัน หรือใช้กับการรักษาที่ต้องการความแม่นยำสูง

เมื่อสวมใส่อุปกรณ์ประเภทนี้ ผู้จัดฟันสามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ แต่ควรเลี่ยงการเล่นกีฬาที่ต้องกระทบกระแทกกัน เช่น รักบี้ หากจำเป็นต้องทำกิจกรรมที่มีการกระทบกระแทกจริงๆ ควรสวมใส่ยางกันเหงือกเอาไว้เพื่อความปลอดภัยกับอุปกรณ์ ฟัน และช่องปาก อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีความแข็ง เหนียว และกรอบ เพราะอาจทำให้เครื่องมือหลุด หรือเสียหายได้ 

  • อุปกรณ์จัดฟันแบบถอดได้

เป็นเครื่องมือจัดฟันแบบถอดได้ อาจใช้ร่วมกับการจัดฟันติดแน่นก็ได้ซึ่งแล้วแต่แผนการรักษาที่ทันตแพทย์วางไว้ เครื่องมือเหล่านี้มีวัตถุประสงค์การใช้เฉพาะอย่าง เช่น เพื่อเคลื่อนฟันเฉพาะซี่ หรือแก้ไขความผิดปกติเฉพาะอย่าง หรือเพื่อกระตุ้น หรือปรับปรุงการทำงานของกล้ามเนื้อในผู้ป่วยที่อยู่ในระยะการเจริญเติบโต เพื่อช่วยแก้ไข หรือปรับปรุงความผิดปกติของความสัมพันธ์ของกระดูกขากรรไกรบน และ/หรือขากรรไกรล่าง และการสบฟัน โดยอุปกรณ์ประเภทนี้จะจำกัดการเคลื่อนที่ตามธรรมชาติของฟัน และสามารถถอดออกเพื่อทำความสะอาดได้ 

  • เครื่องใช้กระตุ้นเพื่อการจัดฟัน

เป็นอุปกรณ์จัดฟันที่สามารถถอดได้มาเป็นคู่เชื่อมต่อกัน หรือออกแบบมาให้ติดเข้ากับฟันบนและฟันล่าง ทั้งนี้เครื่องใช้กระตุ้นเพื่อการจัดฟันจะใช้เพื่อแก้ปัญหาตำแหน่งของฟันบนกับกราม กรามล่างกับฟัน ผู้จัดฟันต้องใส่อุปกรณ์ชิ้นนี้ตลอดเวลาและต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด หากไม่ทำตามอาจทำให้การจัดฟันไม่ประสบผลสำเร็จ อุปกรณ์นี้สามารถถอดออกมาทำความสะอาด หรือถอดออกระหว่างการรับประทานอาหารได้เช่นกัน

  • อุปกรณ์รัดศีรษะ

อุปกรณ์รัดศีรษะใช้เพื่อปรับตำแหน่งของฟันส่วนหลัง หรือทำให้ฟันส่วนหลังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม ขณะที่แพทย์กำลังรักษาฟันหน้าอยู่ ผู้ใช้อุปกรณ์รัดศีรษะต้องสวมใส่อุปกรณ์นี้ในช่วงกลางคืน หรือขณะนอนหลับเนื่องจากการใส่อุปกรณ์นี้จะทำให้คุณไม่สามารถรับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำได้

อุปกรณ์คงสภาพฟัน หรือรีเทนเนอร์มักถูกใช้ในช่วงท้ายของการจัดฟัน โดยรีเทนเนอร์จะช่วยในการคงตำแหน่งของฟันที่เพิ่งผ่านการจัดมาให้อยู่ตำแหน่งเดิมและทำให้เหงือกรวมถึงกระดูกจัดเรียงตัวให้รองรับตำแหน่งของฟันใหม่ รีเทนเนอร์นี้มีทั้งแบบถอดใส่ได้กับแบบติดถาวร

ทันตแพทย์จะแนะนำให้สวมใส่รีเทนเนอร์ตามระยะเวลาที่กำหนดซึ่งควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เนื่องจากการถอดรีเทนเนอร์เป็นเวลานานๆ อาจทำให้ฟันเคลื่อนจากตำแหน่งที่จัดไปได้

ข้อควรปฏิบัติในระหว่างการจัดฟัน

  1. หลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารแข็ง เหนียว และกรอบ เช่น น้ำแข็ง ปลาหมึก ถั่ว ลูกอม และหมากฝรั่ง ฯลฯ 
  2. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหวานๆ หรือเครื่องดื่มอัดลม
  3. ควรรับประทานอาหารอ่อนๆ เคี้ยวง่าย 
  4. การการรับประทานผักผลไม้ควรตัดแบ่งออกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วเคี้ยวด้วยฟันกรามข้างหลัง
  5. ในระยะแรกของการจัดฟันมักจะเจ็บและมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นในช่องปาก เช่น กระพุ้งแก้มเป็นแผล อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ 2 ทั้งนี้สามารถบรรเทาอาการระคายเคืองเหล่านี้ด้วยการใช้ขี้ผึ้งที่ได้รับจากทันตแพทย์มาทาปิดไว้ก็จะช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น
  6. ถ้าหากมีลวดเส้นเล็กๆ แทงริมฝีปาก หรือแก้ม ให้ใช้ยางลบดินสอเช็ดแอลกอฮอล์ แล้วกดปลายลวดเข้าไป หรือใช้ขี้ผึ้งที่ได้รับจากทันตแพทย์มาหุ้มปลายลวดไว้
  7. แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร
  8. ในระหว่างจัดฟันควรพบทันตแพทย์เพื่อปรับเครื่องมือจัดฟันใหม่ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ
  9. ควรพบทันตแพทย์ขูดหินปูนเพื่อทำความสะอาดฟันและตรวจฟันผุทุกๆ 6 เดือน

ทั้งนี้ผู้ที่จัดฟันจะมีโอกาสเกิดฟันผุมากขึ้น เนื่องจากมีเครื่องมือจัดฟันบดบังอยู่ตลอดทั้งแนวฟันจึงไม่สามารถทำความสะอาดฟันได้อย่างสะอาดหมดจด จนเชื้อแบคทีเรียในช่องปากเกิดการสะสมผสมกับเศษอาหารตกค้างและน้ำลาย เกิดการสร้างแผ่นเหนียวๆ ที่เรียกว่า "คราบจุลินทรีย์" เข้าไปเกาะตัวฟันจนทำให้ชั้นเคลือบฟันถูกทำลายไป สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ระหว่างการจัดฟันต้องดูแลรักษาฟันมากกว่าเดิม

ดังนั้นหากคิดจะจัดฟันจำเป็นต้องมีวินัยในการดูแลความสะอาดของฟัน เหงือก เครื่องมือจัดฟัน และต้องไปพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่คิดแค่ว่า จัดฟันตามแฟชั่น หรือจัดฟันตามกระแสเท่านั้น เพราะหากคิดเช่นนี้ นอกจากจะเจ็บตัวเปล่าๆ เสียเงินฟรีๆ แล้วยังอาจก่อปัญหาทางช่องปากอื่นๆ ตามมาได้  

ที่มาของข้อมูล

ชิษณุ แจ้งศิริพันธ์, คณะทันตแพทยศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยบทความปริทัศน์: การจัดการภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นในเด็กและผู้ใหญ่ด้วยวิธีทางทันตกรรมจัดฟัน และ ออร์โทพิดิกส์ฟัน-ใบหน้า

ชนิดของการจัดฟันในปัจจุบัน - โรงพยาบาลปทุมธานี (pth.go.th/news_km/AAA.doc)


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป