สุขภาพฟัน

การจัดฟัน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มี.ค. 5, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,248,715 คน

การจัดฟัน

การจัดฟัน เป็นหนึ่งในวิธีการทางทันตกรรมซึ่งเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก เช่น ฟันเก ฟันไม่สบกันแล้ว ยังช่วยปรับโครงหน้าของผู้จัดฟันให้เข้ารูป การจัดฟัน จึงถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยรักษา เสริมสร้างความมั่นใจ และยังช่วยปรับปรุงบุคลิกภาพให้ดียิ่งขึ้น

การจัดฟัน คืออะไร?

การจัดฟัน เป็นวิธีช่วยแก้ไขปัญหาฟันที่มีการเรียงตัวผิดปกติ ไม่สมดุลให้เรียงตัวกันอย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของฟัน โดยการใช้เครื่องมือภายนอกและภายในช่องปาก เป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดการปรับแต่งโครงสร้างของฟันใหม่ ด้วยเป็นกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไป โดยปกติแล้วการเคลื่อนตัวของฟันจะมีอัตรา 1 มิลลิเมตร ต่อ 1 เดือน 

โฆษณาจาก HonestDocs
โปรโมชั่นทำฟัน ใกล้ ดี คุ้ม

ซื้อวันนี้ดี ใช้วันหลังได้ ก่อนโปรโมชั่นหมด! คลินิกเราคัดมาแล้วว่าได้มาตรฐาน บริการดี ทั่วกรุงเทพ

Dental clinics 01

ทำไมต้องจัดฟัน?

เนื่องจากฟันของแต่ละคนมีขนาด รูปร่าง และการเรียงตัวที่แตกต่างกัน โดยมีพันธุกรรมเป็นตัวกำหนด ซึ่งบางครั้งฟันอาจเรียงตัวไม่เหมาะสม จนอาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก เช่น ทำความสะอาดฟันลำบาก มีปัญหาเรื่องการบดเคี้ยว เป็นต้น ซึ่งการจัดฟันจะช่วยทำให้สุขภาพช่องปากดีขึ้น ช่วยทำให้การบดเคี้ยวอาหารมีประสิทธิภาพ รวมถึงช่วยลดอัตราเสี่ยงในการเกิดฟันผุ หรือโรคเหงือกได้ด้วย 

นอกจากนี้การจัดฟันยังช่วยแก้ปัญหาช่องปากอื่นๆ ได้อีก เช่น เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาโรคปากแหว่งเพดานโหว่ หรือช่วยในเรื่องภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โดยทันตแพทย์จัดฟันจะใช้เครื่องมือจัดฟันที่คล้ายกับเกราะกันไม่ให้เหงือกไปปิดช่องขณะนอนหลับ

ใครควรจัดฟันบ้าง?

ผู้ที่มีปัญหาฟันเก ฟันซ้อน หรือฟันยื่นจนไม่สบกัน ปัญหาเหล่านี้จะทำให้ฟันสึกกร่อน เสียหาย หรืออาจทำร้ายกล้ามเนื้อกรามได้ บางกรณี ความผิดปกติดังกล่าวอาจพัฒนาจนส่งผลกระทบต่อรูปร่างของใบหน้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องให้ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้วินิจฉัย โดยประเมินจากประวัติการรักษาทางการแพทย์หรือทันตกรรม การตรวจในคลินิก แบบฟันของบุคคลคนนั้น และฟิล์มเอ็กซเรย์ 

ปัญหาฟัน

ปัญหาของฟันที่ทำให้ต้องมีการจัดฟันขึ้นมีดังนี้:

  • ฟันหน้ายื่น: เป็นสาเหตุที่พบเห็นได้มากที่สุด
  • ฟันซ้อน: มักเกิดกับผู้ที่มีโครงกรามแคบมัก ทำให้พื้นที่ในช่องปากไม่กว้างพอสำหรับฟัน ส่งผลให้ฟันภายในช่องปากซ้อนทับกัน
  • ฟันคุด: เป็นฟันแท้ที่ไม่งอกออกมา หรืออยู่ในตำแหน่งผิดที่ผิดทาง หากงอกขึ้นมาอาจส่งผลกระทบต่อฟันซี่อื่นๆ ได้
  • ฟันไม่สมมาตรกัน: บางคนมีจุดศูนย์กลางของฟันบนและฟันล่างไม่ตรงกันทำให้ฟันทั้งสองแถวไม่สามารถสบกันได้สมบูรณ์จนทำให้ดูเหมือนฟันเก และมีปัญหาด้านการบดเคี้ยว
  • ฟันสบลึก: ฟันแถวบนเลยหน้าฟันกรามมากเกินไปจนบังฟันล่างมิด
  • ฟันสบกลับ: ฟันแถวบนสบอยู่ข้างหลังฟันล่าง
  • ฟันสบเปิด: คือการที่ฟันบนและฟันล่างไม่สบกันแม้จะปิดปากแล้ว โดยภาวะเช่นนี้มักเกิดมาจากการที่เด็กดูดหัวแม่มือตัวเองมาเป็นเวลานาน ๆ

ควรเริ่มจัดฟันเมื่อไหร่?

การจัดฟันสามารถทำได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยส่วนใหญ่จะเริ่มที่อายุประมาณ 11 – 13 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ฟันแท้ขึ้นครบแล้ว ส่วนระยะเวลาการจัดฟันนั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะฟันของแต่ละบุคคล ส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 18 - 24 เดือน แต่ในกรณีที่ผู้ต้องการจัดฟัน มีอายุมากกว่า 25 ปีขึ้นไป อาจจำเป็นต้องใส่เครื่องมือนานกว่าปกติ และใส่ retainer ซึ่งเป็นพลาสติกเพื่อช่วยยึดฟันนานกว่าปกติด้วย 

รูปหน้ากับการจัดฟัน

บางครั้งการจัดฟันก็จะทำให้รูปหน้าเปลี่ยนไป ซึ่งเกิดขึ้นได้จากสาเหตุดังต่อไปนี้

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02
  1. การเจริญเติบโตของใบหน้า โดยทั่วไปแล้วขนาดของขากรรไกรจะถูกกำหนดโดยพันธุกรรม แต่เมื่อมีการจัดฟันอาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของใบหน้าได้ โดยจะมีผลเฉพาะในช่วงที่ขากรรไกรไม่โตเต็มที่ (ผู้หญิงใบหน้าจะโตเต็มที่เมื่อมีอายุ 14 – 16 ปี ส่วนผู้ชายคือ 18 ปี) แต่จะยับยั้งการเติบโตของขากรรไกรบนได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะหลังจากช่วงวัยรุ่นไปแล้ว ใบหน้าและขากรรไกรจะไม่มีการเจริญเติบโต 
  2. ผลต่อรูปปาก เนื่องจากการจัดฟัน จะทำให้ฟันมีการเคลื่อนตำแหน่ง จากด้านหน้าไปยังหน้าหลัง ดังนั้นจึงทำให้มีผลต่อรูปทรงของริมฝีปาก
  3. ขากรรไกร การจัดฟันบางกรณี อาจต้องมีการผ่าตัดขากรรไกร ดังนั้นอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของรูปร่างขากรรไกรได้

ขั้นตอนการจัดฟัน

  • ตรวจสุขภาพก่อนจัดฟัน: เนื่องจากการจัดฟันจะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดปัญหาฟันผุหรือปัญหาสุขภาพช่องปากอื่นๆ ดังนั้นก่อนการจัดฟันทุกครั้งต้องมีการตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน ถ้ามีฟันผุต้องอุดเสียก่อน จากนั้นทันตแพทย์จะขัดหินปูน และเคลือบร่องฟันที่มีหลุมลึก เพื่อป้องกันฟันผุในขณะจัดฟัน หากมีโรคเหงือกก็ต้องรีบรักษา บางกรณีอาจต้องถอนฟันบางซี่ เพื่อปรับตำแหน่งฟันและเพื่อรูปร่างที่ดีของฟันเคียงข้าง และในระหว่างที่จัดฟันผู้จัดฟันจะต้องได้รับการตรวจทำความสะอาดฟันเป็นระยะ 
  • การจัดฟัน: หลังจากตรวจสุขภาพฟันและรักษาจนผู้เข้ารับการจัดฟันมีสุขอนามัยช่องปากดีแล้ว ทันตแพทย์จะเริ่มประเมินลักษณะ รูปร่าง การจัดเรียงของฟัน ตรวจดูลักษณะของรากฟัน กระดูกที่รองรับบริเวณรากฟัน และลักษณะโครงสร้างใบหน้าโดยรวม ซึ่งมักมีการใช้เทคนิคเอกซเรย์ ปั้นแบบจำลองช่องปากพลาสติก และถ่ายภาพฟันไว้ จากนั้นจะจะประเมินว่าควรใช้เครื่องมือจัดฟันรูปแบบใด ซึ่งจะขึ้นอยู่กับปัญหาของฟันหรือกรามของแต่ละคน จากนั้นจะนัดติดเครื่องมือจัดฟัน พร้อมทั้งแนะนำวิธีการดูแลฟันหลังจากติดเครื่องมือแล้ว
  • หลังจัดฟัน: หลังจากนั้นทุกๆ เดือน ทันตแพทย์จะนัดปรับเครื่องมือจัดฟัน เพื่อให้แนวฟันค่อยๆ เคลื่อนเข้าในจุดที่ต้องการ

(อ่านเพิ่มเติม รูปแบบเครื่องมือการจัดฟันและราคาโดยประมาณ)

(อ่านเพิ่มเติม ตารางเปรียบเทียบรายละเอียดการจัดฟันแบบต่างๆ)

อุปกรณ์จัดฟัน

การจัดฟันจะใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อดัดแปลงตำแหน่งของฟัน โดยมีอยู่สี่ชนิดด้วยกัน ดังนี้

  • อุปกรณ์จัดฟันแบบถาวร

เป็นอุปกรณ์จัดฟันที่พบได้บ่อยที่สุด โดยเป็นเครื่องมือที่ไม่สามารถถอดออกได้ เนื่องจากส่วนปลอกจะติดอยู่กับฟันแต่ละซี่ โดยตัวปลอกดังกล่าวจะเชื่อมหากันด้วยเส้นลวด การดัดฟันเช่นนี้จะทำก็ต่อเมื่อต้องทำการเรียงฟันหลายซี่พร้อมกัน หรือใช้กับการรักษาที่ต้องการความแม่นยำสูง

เมื่อสวมใส่อุปกรณ์ประเภทนี้ ผู้จัดฟันสามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ แต่ควรเลี่ยงการเล่นกีฬาที่ต้องกระทบกระแทกกัน เช่น รักบี้ ซึ่งหากจำเป็นต้องทำกิจกรรมที่มีการกระทบกระแทกจริงๆ ควรสวมใส่ยางกันเหงือกเอาไว้เพื่อความปลอดภัยกับฟันและอุปกรณ์

  • อุปกรณ์จัดฟันแบบถอดได้

เป็นอุปกรณ์ที่ใช้แก้ปัญหาช่องปากย่อมๆ เช่น ฟันซ้อนกันเล็กๆ น้อยๆ เป็นต้น มักเป็นแผ่นครอบพลาสติกที่ใช้ติดเพดานปากกับฟันบางซี่เอาไว้ ซึ่งสามารถถอดออกเพื่อทำความสะอาดได้ โดยอุปกรณ์ประเภทนี้จะจำกัดการเคลื่อนที่ตามธรรมชาติของฟัน หรือเพื่อป้องกันเวลาจะทำกิจกรรมต่าง เช่น การปั่นจักรยานหรือเล่นเครื่องดนตรีประเภทเป่า เป็นต้น นอกจากนี้อุปกรณ์ประเภทนี้ยังช่วยกันไม่ให้เด็กเล็กดูดนิ้วตัวเองได้อีกด้วย 

  • เครื่องใช้กระตุ้นเพื่อการจัดฟัน

เป็นอุปกรณ์จัดฟันที่สามารถถอดได้ มาเป็นคู่เชื่อมต่อกัน หรือออกแบบมาให้ติดเข้ากับฟันบนและฟันล่าง ทั้งนี้เครื่องใช้กระตุ้นเพื่อการจัดฟัน จะใช้เพื่อแก้ปัญหาตำแหน่งของฟันบนกับกราม และกรามล่างกับฟัน โดยผู้จัดฟันต้องใส่อุปกรณ์ชิ้นนี้ตลอดเวลา และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์จัดฟันอย่างเคร่งครัด หากไม่ทำตามอาจทำให้การจัดฟันครั้งนี้ไม่ประสบผลสำเร็จได้โดยอุปกรณ์นี้สามารถถอดออกมาทำความสะอาดหรือถอดออกระหว่างการรับประทานอาหารได้เช่นกัน

  • อุปกรณ์รัดศีรษะ

อุปกรณ์รัดศีรษะใช้เพื่อปรับตำแหน่งของฟันส่วนหลัง หรือทำให้ฟันส่วนหลังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม ขณะที่แพทย์กำลังรักษาฟันหน้าอยู่ โดยผู้ที่ต้องใช้อุปกรณ์รัดศีรษะต้องสวมใส่อุปกรณ์นี้เป็นเวลาในช่วงกลางคืนหรือขณะนอนหลับ ซึ่งการใส่อุปกรณ์นี้จะทำให้คุณไม่สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้

  • รีเทนเนอร์ (Retainer)

อุปกรณ์คงสภาพฟันหรือรีเทนเนอร์มักถูกใช้ในช่วงท้ายของการจัดฟัน โดยรีเทนเนอร์จะช่วยในการคงตำแหน่งของฟันที่เพิ่งผ่านการจัดมา ให้อยู่ตำแหน่งเดิมและทำให้เหงือกรวมไปถึงกระดูกจัดเรียงตัวให้รองรับตำแหน่งของฟันใหม่ ซึ่งรีเทนเนอร์นี้มีทั้งแบบถอดใส่ได้กับแบบติดถาวร

ทันตแพทย์จัดฟันจะแนะนำเวลาที่คุณสวมใส่รีเทนเนอร์ตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เนื่องจากการถอดรีเทนเนอร์เป็นเวลานานๆ อาจทำให้ฟันเคลื่อนจากตำแหน่งที่จัดไปได้

ข้อควรปฏิบัติในระหว่างการจัดฟัน

  1. หลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารแข็ง เหนียวและกรอบ เช่น น้ำแข็ง ปลาหมึก ถั่ว ลูกอม และหมากฝรั่ง ฯลฯ 
  2. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหวาน ๆ หรือเครื่องดื่มอัดลม
  3. การกินผักผลไม้ ควรตัดแบ่งออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วเคี้ยวด้วยฟันกรามข้างหลัง และควรเลือกกินแต่อาหารอ่อน ๆ
  4. ในระยะแรกของการจัดฟันมักจะเจ็บ และมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นในช่องปาก เช่น กระพุ้งแก้มเป็นแผล ซึ่งอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ 2  โดยสามารถบรรเทาอาการระคายเคืองเหล่านี้ได้ โดยใช้ขี้ผึ้งที่ได้รับจากทันตแพทย์มาทาปิดไว้ก็จะช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น
  5. ถ้าหากมีลวดเส้นเล็ก ๆ แทงริมฝีปากหรือแก้ม ให้ใช้ยางลบดินสอเช็ดแอลกอฮอล์ กดปลายลวดเข้าไป
  6. แปรงฟันทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร
  7. ในระหว่างจัดฟัน ควรพบทันตแพทย์เพื่อขูดหินปูน เพื่อทำความสะอาดฟัน และตรวจฟันผุ ทุก ๆ 6 เดือน

ทั้งนี้ผู้ที่จัดฟันจะมีโอกาสเกิดฟันผุมากขึ้น เนื่องจากผู้ที่สวมเครื่องมือจัดฟันไม่สามารถทำความสะอาดฟันได้อย่างสะอาดหมดจด จนเชื้อแบคทีเรียในช่องปากผสมกับเศษอาหารตกค้างและน้ำลาย จนสร้างแผ่นเหนียวๆ ที่เรียกว่าเรียกว่าคราบจุลินทรีย์เข้าไปเกาะตัวฟันจนทำให้ชั้นเคลือบฟันถูกทำลายไป ทำให้ระหว่างการจัดฟัน ต้องดูแลรักษาฟันมากกว่าเดิม

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่