Doctor men
เขียนโดย
อ.ทพญ.พฤษพร เกียรติ์เกริกไกร ทันตแพทย์ชำนาญการ
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
สุขภาพฟัน

รู้ครบทุกเรื่องเกี่ยวกับการ “อุดฟัน”

กระบวนการรักษาฟันพื้นฐานยอดฮิต แก้ปัญหาฟันผุ และช่วยยืดอายุฟันที่คุณรัก
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,453,907 คน

รู้ครบทุกเรื่องเกี่ยวกับการ “อุดฟัน”

การอุดฟันเป็นการแก้ไขปัญหาการสูญเสียเนื้อฟันที่เกิดขึ้นจากสาเหตุต่างๆ การอุดฟันเป็นการรักษาพื้นฐานซึ่งพบได้มากที่สุดในฟันของผู้คนส่วนใหญ่ ผู้ที่ได้รับการอุดฟันควรดูแลรักษาฟันที่อุดรวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพช่องปากของตนเองเพื่อป้องกันฟันผุซ้ำและเพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีต่อไป

การอุดฟันคืออะไร?

การอุดฟันคือ การรักษาฟันที่ผุ สึกกร่อน หรือหัก โดยเติมวัสดุสังเคราะห์เข้าไปที่ตัวฟัน ทดแทนเนื้อฟันที่สูญเสียไป เพื่อให้ฟันสามารถกลับมาทำหน้าที่ได้ทั้งการเคี้ยว กลืน พูด และมีรูปทรงคล้ายกับรูปทรงเดิม การอุดฟันจะทำหลังจากที่ได้กำจัดเนื้อฟันส่วนที่ผุและตกแต่งเนื้อฟันส่วนที่เหลือให้เหมาะสมกับวัสดุอุดดีแล้ว 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการอุดฟันจะเป็นการรักษาโรคฟันผุ แต่ต่อมาหากผู้ป่วยดูแลสุขภาพช่องปากได้ไม่ดี ฟันซี่เดิมก็สามารถกลับมาผุซ้ำได้ในบริเวณขอบของวัสดุอุดเดิม หรือแม้แต่บริเวณอื่นในฟันซี่เดียวกัน 

การอุดฟันมีกี่แบบ?

หากแบ่งตามลักษณะของวัสดุอุดฟัน จะแบ่งได้เป็น 2 แบบ ได้แก่

วัสดุสีโลหะ 

อะมัลกัมคือ โลหะผสมระหว่าง เงิน (22-65%) ดีบุก (14-30%) ทองแดง (6-30%) ปรอท (3%) และสังกะสี (2%) มีการใช้อะมัลกัมเป็นวัสดุอุดฟันมานานกว่า 100 ปี เพราะมีข้อดีคือ มีความแข็งแรงทนทานต่อแรงบดเคี้ยว ราคาไม่แพง และมีขั้นตอนในการอุดไม่ยาก อย่างไรก็ดี การใช้อะมัลกัมอุดฟันจะมองเห็นเป็นสีเงิน หรือสีเทาดำ จึงไม่นิยมใช้ในบริเวณที่มองเห็นได้ง่าย เช่น ฟันหน้า เพราะไม่สวยงาม เนื่องจากสีตรงข้ามกับฟันธรรมชาติจึงมองเห็นได้ชัดเจน ปัจจุบันใช้อะมัลกัมอุดในฟันซี่หลังๆ ฟันขนาดใหญ่เป็นส่วนใหญ่

อีกทั้งสีของอะมัลกัมยังสามารถซึมไปเปื้อนเนื้อฟันบริเวณอื่น เหงือก และกระพุ้งแก้ม ซึ่งขจัดออกได้ยากมาก นอกจากนี้อะมัลกัมยังก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม จากกระบวนการกำจัดพิษจากไอปรอทที่เกิดขึ้นจากขั้นตอนการผลิตอะมัลกัมในโรงงานอุตสาหกรรม

ปัจจุบันอะมัลกัมมีข้อห้ามใช้ในประเทศนอร์เวย์ สวีเดน และฟินแลนด์ แต่สำหรับปัญหาต่อสุขภาพของวัสดุอะมัลกัมที่อุดเสร็จสมบูรณ์แล้ว ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยที่เพียงพอที่จะระบุว่า วัสดุนี้สร้างปัญหาต่อสุขภาพ

วัสดุสีคล้ายฟัน 

วัสดุสีคล้ายฟันเป็นวัสดุอุดสังเคราะห์ที่มีสีใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติ ได้แก่ เรซินคอมโพสิต กลาสไอโอโนเมอร์ เป็นต้น จึงมักใช้ในบริเวณที่ต้องการความสวยงาม วัสดุอุดนี้มีความแข็งแรงพอสมควร แต่รับแรงบดเคี้ยวได้น้อยกว่าวัสดุอุดโลหะจึงไม่นิยมใช้อุดฟันขนาดใหญ่เพราะอาจจะเกิดการบิ่น แตกหักได้ง่าย และมีราคาแพงกว่าวัสดุอุดโลหะ 

นอกจากนี้ในระยะยาววัสดุสีคล้ายฟันเหล่านี้ยังสามารถติดสีคราบจากชา กาแฟ หรือยาสูบ และโลหะ เช่น จากลวดรีเทนเนอร์ ตะขอของฟันปลอมได้ ในขั้นตอนการอุดด้วยวัสดุนี้จะต้องปราศจากการปนเปื้อนจากความชื้นจึงไม่สามารถอุดได้ในกรณีที่ไม่สามารถกันน้ำลายขณะอุดได้ เช่น ในผู้ป่วยเด็กที่ไม่ให้ความร่วมมือ

อุปกรณ์และวัสดุที่ใช้อุดฟันมีอะไรบ้าง?

อุปกรณ์และวัสดุที่ใช้ในการอุดฟัน นอกจากวัสดุหลักข้างต้นแล้วจะมีวัสดุเสริม ได้แก่ 

  • วัสดุรองพื้นวัสดุอุดเพื่อปกป้องโพรงประสาทฟันในกรณีที่ฟันผุลึกมากจะมีอุปกรณ์อื่นประกอบการรักษา ได้แก่ อุปกรณ์กำจัดเนื้อฟันที่ผุ แผ่นยางกันน้ำลายพร้อมอุปกรณ์ยึดแผ่นยาง
  • เครื่องมืออุดและตกแต่งวัสดุอุด 
  • ผ้าก๊อซและสำลีกันน้ำลาย 
  • ท่อดูดน้ำลาย 
  • ด้ายแยกเหงือก 
  • อุปกรณ์กั้นระหว่างซี่ฟัน 

ขั้นตอนการอุดฟันเป็นอย่างไร ใช้เวลานานหรือไม่?

ก่อนการอุดฟัน ทันตแพทย์จะตรวจวินิจฉัยก่อนว่า ฟันซี่นั้นสามารถอุดได้หรือไม่ และเหมาะสมกับวัสดุชนิดใด มีข้อพิจารณาโดยทั่วไปคือ ฟันซี่ที่ผุจะต้องไม่ลุกลามเข้าไปในโพรงประสาทฟัน ฟันจะต้องมีส่วนที่เหลือเพียงพอต่อการยึดของวัสดุที่ใช้ในการอุด นอกจากนี้สภาพเหงือกบริเวณฟันซี่ที่จะอุดควรอยู่ในสภาพปกติ 

บางกรณีทันตแพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยขูดหินปูนก่อนที่จะทำการอุดฟัน ระยะเวลาในการอุดจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสภาพฟันและความร่วมมือของผู้ป่วย โดยปกติใช้เวลา 20-40 นาที มีขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1. ในรายที่ฟันผุลึกมาก หรือผู้ป่วยกลัวมาก ทันตแพทย์อาจพิจารณาฉีดยาชาเฉพาะที่เพื่อระงับความรู้สึกบริเวณฟันซี่นั้นก่อน ยาชาจะออกฤทธิ์อยู่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง
  2. ทันตแพทย์จะกำจัดเอาเนื้อฟันส่วนที่ผุซึ่งมีการติดเชื้อออกโดยใช้เครื่องมือกรอ หรือตักผ่าน หลังจากนำฟันส่วนที่ผุออกไปแล้ว ถ้าฟันผุลึกเข้าไปชั้นในของเนื้อฟัน ทันตแพทย์จะใส่วัสดุรองพื้นอีกชั้น วัสดุดังกล่าวจะช่วยลดการเสียวฟัน 
  3. จากนั้นทันตแพทย์จะตกแต่งหลุมบนฟันเพื่อเตรียมการอุด กรณีฟันผุที่อยู่ด้านต่างๆ ของตัวฟัน จะมีขั้นตอนการเตรียมหลุมฟันสำหรับการอุดในขั้นตอนสุดท้ายต่างกันออกไป ได้แก่ ในกรณีที่ผุใต้ขอบเหงือกจะต้องใส่ด้ายแยกเหงือก กรณีผุบริเวณซอกฟันต้องใส่อุปกรณ์กั้นวัสดุระหว่างซี่ฟัน กรณีฟันหน้าที่ต้องการความสวยงามสูงอาจต้องทำเบ้าซิลิโคนเพื่อก่อรูปร่างฟัน เป็นต้น
  4. การอุดด้วยอะมัลกัม ทันตแพทย์จะผสมโลหะเพื่อให้เกิดเป็นอะมัลกัม จากนั้นจะกดใส่ในหลุมที่ได้เตรียมไว้จนแน่น แล้วตกแต่งจนได้ขนาดและรูปร่างที่เหมาะสม ไม่อุดปริมาณมากเกินจนล้นเมื่อ กัดเคี้ยว
  5. ในการอุดฟันด้วยวัสดุสีเหมือนฟัน ทันตแพทย์จะปรับสภาพผิวฟันด้วยเจลก่อนอุด ล้างน้ำ จากนั้นทาสารยึดติด แล้วใส่วัสดุอุดฟัน ตกแต่งจนได้ขนาดและรูปร่างที่เหมาะสม จากนั้นจะบ่มด้วยแสง  LED เพื่อให้วัสดุอุดก่อตัวและแข็งแรง
  6. หลังจากอุดฟันเสร็จแล้ว ทันตแพทย์จะขัดแต่งผิวฟันให้เรียบเป็นขั้นตอนสุดท้าย สำหรับอะมัลกัม ทันตแพทย์จะนัดผู้ป่วยมาขัดหลังจากอุดไปเกินกว่า 24 ชั่วโมง ซึ่งจะเป็นเวลาที่วัสดุชนิดนี้จะ แข็งแรงและเข้ารูปเต็มที่ (set) ส่วนวัสดุสีเหมือนฟัน สามารถขัดแต่งให้เรียบได้ทันทีหลังจากอุดฟันเสร็จ

การดูแลตัวเองหลังการอุดฟัน

  • หลังการอุดฟันต้องดูแลฟันเหล่านั้นเป็นพิเศษทั้งในระยะสั้นและยาว สำหรับงานอุดด้วยวัสดุอะมัลกัม ควรงดเคี้ยวด้านที่อุด 24 ชั่วโมง เพื่อให้วัสดุอุดฟันแข็งแรงและเข้ารูปเต็มที่ จากนั้นควรกลับไปพบให้ทันตแพทย์เพื่อขัดแต่งวัสดุที่ใช้ในการอุดฟันอีกครั้ง ส่วนวัสดุสีเหมือนฟัน สามารถเคี้ยวได้เลย 
  • ส่วนในรายที่อุดฟันหน้าไม่ควรใช้ฟันหน้ากัดฉีกอาหารที่มีลักษณะแข็งเพราะจะทำให้วัสดุที่อุดแตกได้ และการแตกของวัสดุอาจลุกลามไปถึงเนื้อฟันส่วนที่ดี 
  • ส่วนในกรณีที่มีฟันผุลึกผู้ที่ได้รับการอุดฟันอาจมีการเสียวฟันภายหลังการอุดฟันจึงควรงดอาหารที่ร้อนจัดและเย็นจัด ปกติแล้วอาการเสียวฟันจะลดลงภายใน 2-3 สัปดาห์ ในกรณีหลังจากอุดฟันไปแล้ว 1 เดือน แต่ผู้ป่วยยังคงมีอาการเสียวฟันอยู่ควรกลับมาพบทันตแพทย์เพื่อทำการแก้ไขต่อไป
  • ในระยะยาวควรพบทันตแพทย์อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อตรวจเช็กทั้งวัสดุอุดฟัน ตัวฟัน และเหงือก 
  • ควรแปรงฟันด้วยยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ 
  • ใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณซอกฟันที่อยู่ใกล้กับวัสดุอุด

แม้การอุดฟันจะเป็นวิธีการรักษาสำคัญที่ช่วยคงสภาพฟันให้ยังสามารถใช้งานอยู่ได้อีกนานเป็นสิบปี แต่วิธีดีที่สุดคือ การหมั่นทำความสะอาดฟัน เหงือก และช่องปากให้สะอาดในทุกๆ วัน เมื่อสุขภาพปากและฟันแข็งแรงจะส่งผลให้สุขภาพกายและสุขภาพใจดีตามไปด้วยนั่นเอง   


ที่มาของข้อมูล

Alcaraz MGR, Veitz-Keenan A, Sahrmann P, Schmidlin PR, Davis D, Iheozor-Ejiofor Z. Direct composite resin fillings versus amalgam fillings for permanent or adult posterior teeth. Cochrane Database of Systematic Reviews. 2014.

Fejerskov, O., Nyvad, B. & Kidd, E. (eds). Dental Caries: The Disease and Its Clinical Management, 3rd 2015; Edn. Oxford, Wiley Blackwell.

Pant V, Rathore M, Singh A. The dental amalgam toxicity fear: A myth or actuality. Toxicology International. 2012;19(2):81–8.


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
5 อาหารที่น่าตกใจสำหรับการมีสุขภาพฟันที่ดี
5 อาหารที่น่าตกใจสำหรับการมีสุขภาพฟันที่ดี

อาหารที่สามารส่งเสริมสุขภาพของช่องปากได้อย่างน่ามหัศจรรย์

ดูในแอป