Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ภูมิแพ้

ผื่นจากพิษของต้นโอ๊ค

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,920,591 คน

ผื่นจากพิษของต้นโอ๊ค

ผื่นที่เกิดจากต้นโอ๊คที่มีพิษนั้นเป็นปฏิกิริยาแพ้ที่เกิดจากการสัมผัสใบหรือต้นของต้นโอ๊คที่มีพิษ (Toxicodendron diversilobum) ต้นไม้นี้นั้นมีลักษณะเหมือนพุ่มที่มีแต่ใบและสามารถสูงได้ถึง 6 ฟุต ในบริเวณที่ไม่โดนแดด พืชนี้อาจจะโตเหมือนเถาวัลย์ ใบนั้นมักจะแบ่งเป็น 3 ส่วนย่อยๆ หรืออาจจะมีได้มากถึง 9 ในเล็กๆ และแต่ละใบนั้นมีความยาว 1-4 นิ้ว

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ใบนั้นจะเปลี่ยนเป็นสีแดงหรือเขียว พืชจะเริ่มผลิดอกที่มีสีขาว เหลือง หรือเขียว ในระหว่างหน้าร้อน ใบนั้นจะเป็นสีเขียว และจะเริ่มออกผล ในช่วงปลายฤดูร้อนใบจะเปลี่ยนเป็นสีแดงและส้ม

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีความบกพร่องในด้านของความเข้าใจ

เราอยากชวนคุณมาทดลองงานวิจัยกับเรา

Istock 541831614

ต้นโอ๊คที่มีพิษนี้มีการหลั่งน้ำมันที่ชื่อ urushiol เวลาที่ได้รับอันตรายเช่นเดียวกับเถาไอวี่ สารนี้นั้นจะถูกดูดซึมเข้าสู่ผิวหนังเวลาที่คุณสัมผัสกับต้นไม้

มีเพียง 15-20% ของประชากรเท่านั้นที่ไม่มีการแพ้ต่อพิษนี้ วิธีป้องกันที่ดีที่สุดก็คือการสังเกตต้นนั้นและหลีกเลี่ยงการสัมผัสพวกมัน

อาการของการแพ้

หากคุณแพ้พิษจากต้นโอ๊ค คุณจะเริ่มมีอาการหลังจากที่สัมผัสไปแล้ว 1-6 วัน ส่วนมากมักจะเริ่มสังเกตได้ตั้งแต่ 24-48 ชั่วโมงแรก

อาการที่ชัดเจนที่สุดก็คือการมีผื่นขึ้นที่ผิวหนัง ในระยะแรกคุณอาจจะรู้สึกแสบๆ คัน และระคายเคืองที่ผิวหนังเล็กน้อย ก่อนที่จะเริ่มมีผื่นแดงที่คันขึ้นเรื่อยๆ ผื่นนั้นอาจจะมีอาการรุนแรงในบริเวณที่สัมผัสกับต้นไม้ ต่อมาจะเกิดตุ่มขึ้นก่อนจะกลายเป็นตุ่มน้ำขนาดใหญ่และเริ่มมีสารคัดหลั่งออกมา หลังจากนั้นไม่กี่วันตุ่มน้ำนั้นจะเริ่มแห้งและกลายเป็นสะเก็ด

ผื่นนี้มักจะเกิดที่รอบๆ ข้อมือ ข้อเท้า และคอ ซึ่งเป็นบริเวณที่ผิวหนังนั้นบาง ผื่นมักจะรุนแรงที่สุดประมาณ 1 สัปดาห์หลังจากที่สัมผัสกับต้นไม้ และมีอาการอยู่ได้ 5-12 วัน ในบางรายอาจจะมีอาการนานถึงหลายเดือนหรือนานกว่านั้นได้

อาการแพ้อย่างรุนแรง

หากคุณมีอาการแพ้ต่อบางอย่าง ปฏิกิริยาที่ตอบสนองนั้นจะมีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้นในแต่ละครั้งที่คุณสัมผัสกับสารนั้น อาการของอาการแพ้ที่รุนแรงนั้นประกอบด้วย

  • หายใจลำบาก
  • มีปัญหาในการกลืน
  • บวมที่ใบหน้าหรือตา
  • ผื่นขึ้นที่ใบหน้า ริมฝีปาก ตา หรืออวัยวะเพศ
  • ผื่นที่ขึ้นมากกว่า 25% ของร่างกาย
  • มีการติดเชื้อเช่นมีหนองหรือสารสีเหลืองออกมาจากตุ่มน้ำ หรือตุ่มน้ำที่มีกลิ่น
  • มีไข้
  • ปวดหัว
  • คลื่นไส้
  • ต่อมน้ำเหลืองโต
  • อาการเหล่านี้อาจจะเป็นอันตรายต่อชีวิตและควรได้รับการรักษาทันที

วิธีการรักษาที่บ้าน

โดยส่วนใหญ่แล้ว ผื่นนี้สามารถรักษาได้ที่บ้าน หากคุณคิดว่าตัวเองสัมผัสกับต้นโอ๊คดังกล่าว คุณควรถอดเสื้อผ้าออก ซักเสื้อผ้าและทุกสิ่งที่อาจจะสัมผัสกับพิษจากต้นโอ๊ต น้ำมันจากพืชนี้สามารถคงอยู่ตามเนื้อผ้าและวัตถอื่นๆ และจะทำให้คุณเกิดผื่นเพิ่มขึ้นได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีความบกพร่องในด้านของความเข้าใจ

เราอยากชวนคุณมาทดลองงานวิจัยกับเรา

Istock 541831614

อย่าลืมล้างทำความสะอาดร่างกายด้วยน้ำสะอาดและสบู่ โดยเฉพาะมือ เล็บและผิวหนังที่อาจจะสัมผัสกับพืช

ผื่นนั้นอาจจะคันและทำให้คุณอยากเกา แต่การเกานั้นจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ การสัมผัสกับตุ่มน้ำนั้นอาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ ดังนั้นให้อาบน้ำที่ค่อนข้างอุ่นหรือเย็นเพื่อบรรเทาอาการคัน

การใช้โลชั่นคาลามไมน์หรือครีม hydrocortisone นั้นอาจจะช่วยบรรเทาอาการคันได้ชั่วคราว คุณอาจจะลองประคบเย็นที่บริเวณที่มีอาการคัน การรับประทานยาแก้แพ้นั้นอาจจะช่วยลดอาการคันได้ แต่การใช้ครีมแก้แพ้ที่ผิวหนังนั้นอาจจะทำให้อาการแย่ลงได้

ควรไปพบแพทย์หากอาการยังคงไม่ดีขึ้นภายใน 10 วัน แพทย์สามารถวินิจฉัยผื่นนี้ได้จากการตรวจร่างกาย

สิ่งที่ควรใส่ใจ

น้ำมันนั้นอาจจะติดต่อได้ คุณเกิดผื่นจากการที่สัมผัสกับต้นไม้แต่เสื้อผ้าและสิ่งอื่นๆ นั้นก็สัมผัสกับต้นไม้เช่นกัน ผื่นที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้เป็นโรคติดต่อ เพราะไม่มีน้ำมันอยู่ในตุ่มน้ำ ดังนั้นคุณจะไม่สามารถแพร่เชื้อจากร่างกายส่วนหนึ่งไปอีกส่วนหนึ่งจากการสัมผัสหรือการเกาได้ (แต่คุณก็ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสและการเกาอยู่ดี) และผื่นนั้นจะไม่แพร่จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง

ต้นโอ๊คที่ถูกเผานั้นอาจจะทำให้น้ำมันนั้นเข้าไปอยู่ในควันและทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการหายใจที่รุนแรงและมีการระคายเคืองในปอดได้ หากคุณสัมผัสกับควันที่เผาต้นโอ๊คควรไปพบแพทย์ทันที


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป