มะเร็งและโรคร้าย

ภาวะความดันโลหิตสูง (High Blood Pressure (Hypertension)

ภาวะความดันโลหิตสูง (High Blood Pressure (Hypertension)
เผยแพร่ครั้งแรก 17 เม.ย. 2019 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 4 นาที
ภาวะความดันโลหิตสูง (High Blood Pressure (Hypertension)

ต้องมีค่าความดันโลหิตเท่าไร จึงจะเรียกว่ามีภาวะความดันโลหิตสูง ภาวะนี้เป็นอันตรายหรือไม่ และเสี่ยงต่อการเป็นโรคอะไรบ้าง?

ภาวะความดันโลหิตสูง (High Blood Pressure หรือ Hypertension) ใช้เรียกภาวะที่ความดันโลหิตมีค่า 140/90 mmHg หรือมากกว่านั้น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 370 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

ตัวเลข 2 ชุดที่ใช้แทนค่าความดันโลหิต หมายถึง

  • Systolic pressure : ค่าความดันที่เกิดขึ้นขณะที่หัวใจเต้นและฉีดเลือดออกไปเลี้ยงร่างกาย
  • Diastolic pressure : ค่าความดันโลหิตขณะที่หัวใจคลายตัวระหว่างการเต้นแต่ละครั้ง

ตัวเลขทั้งสองค่าจะถูกวัดในหน่วย millimetres of mercury (mmHg) และ Systolic pressure มักจะถูกแสดงออกมาก่อน Diastolic pressure เสมอ

เส้นแบ่งระหว่างค่าความดันปกติกับค่าความดันที่สูงนั้นไม่มีการแบ่งไว้ตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละบุคคล แต่แพทย์ส่วนใหญ่ต่างเห็นพ้องกันว่าค่าความดันโลหิตที่ดีที่สุดสำหรับคนที่มีสุขภาพดี คือประมาณ 120/80mmHg

อาการของภาวะความดันโลหิตสูง

ภาวะความดันโลหิตสูง มักไม่ทำให้เกิดอาการหรือปัญหาใด ๆ ในทันที เว้นแต่จะเป็นกรณีหายากหรือผู้ที่มีปัญหาความดันโลหิตสูงมาก

อาการที่สามารถพบได้จากภาวะความดันโลหิตสูง มีดังนี้

  • ปวดศีรษะ
  • การมองเห็นไม่ชัดเจนหรือเห็นภาพซ้อน
  • เลือดกำเดาออกบ่อยครั้ง
  • หายใจลำบาก

ถ้าหากมีความดันโลหิตสูงมาก แล้วไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ก็อาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Diseases) เช่น

  • โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Heart Disease) : ภาวะที่หลอดเลือดแดงหลักที่ส่งเลือดให้หัวใจ เกิดอุดตันด้วยคราบไขมันสะสม
  • โรคหลอดเลือดสมอง (Strokes) : ภาวะร้ายแรงที่เกิดการติดขัดของหลอดเลือดที่ส่งเลือดไปเลี้ยงสมอง
  • ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย/ภาวะหัวใจวาย (Heart Attacks) : ภาวะร้ายแรงที่เส้นทางส่งเลือดไปยังหัวใจเกิดการอุดตันขึ้น
  • ลิ่มเลือด (Thrombosis) : ภาวะร้ายแรงที่ทำให้เกิดลิ่มเลือดขึ้นภายในหลอดเลือด
  • หลอดเลือดโป่งพอง (Aneurysm) : ภาวะร้ายแรงที่ทำให้ผนังหลอดเลือดอ่อนแรงลงจนทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดบวมออก
  • โรคไต (Kidney Disease) : ภาวะความดันโลหิตสูงสามารถสร้างความเสียหายให้กับหลอดเลือดขนาดเล็กภายในไตและทำให้ไตทำงานบกพร่องลงได้

สาเหตุของภาวะความดันโลหิตสูง

ภาวะความดันโลหิตสูง มีอยู่ 2 ชนิด คือ

  • ภาวะความดันโลหิตสูงชนิดปฐมภูมิ (Primary High Blood Pressure)
  • ภาวะความดันโลหิตสูงชนิดทุติยภูมิ (Secondary High Blood Pressure)

ภาวะความดันโลหิตสูงชนิดปฐมภูมิ

สาเหตุของภาวะความดันโลหิตสูงชนิดปฐมภูมิยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ก็มีปัจจัยเสี่ยงหลายชนิด ที่อาจทำให้เกิดภาวะนี้ได้ เช่น

  • อายุที่เพิ่มขึ้น
  • ประวัติครอบครัว
  • มีเชื้อสายแอฟริกาแคริปเปียนหรือเอเชียใต้
  • การรับประทานอาหารไขมันสูง
  • การรับประทานอาหารที่มีเกลือสูง
  • ขาดการออกกำลังกาย
  • มีน้ำหนักร่างกายมากเกิน
  • การสูบบุหรี่
  • การบริโภคแอลกอฮอล์มากเกินไป
  • ความเครียด

ภาวะความดันโลหิตสูงชนิดทุติยภูมิ

ภาวะความดันโลหิตสูงบางกรณี (ประมาณ 5-10% ของทั้งหมด) เป็นผลมาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 370 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195
  • ภาวะของไต เช่น การติดเชื้อที่ไต หรือโรคไต
  • การตีบแคบลงของหลอดเลือดแดง
  • ภาวะฮอร์โมนต่าง ๆ เช่น โรคคุชชิ่ง (Cushing's Syndrome)
  • การใช้ยา เช่น การคุมกำเนิดชนิดรับประทาน หรือยาแก้ปวดกลุ่มต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Nonsteroidal Anti-Inflammatory Drugs (NSAIDs)) เช่น ไอบูโพรเฟน
  • การบริโภคแอลกอฮอล์มากเกินไป
  • การใช้ยาเสพติด เช่น Cocaine, Amphetamines, และ Crystal Meth

การวินิจฉัยภาวะความดันโลหิตสูง

วิธีเดียวที่จะทราบว่าคุณมีความดันโลหิตสูงหรือไม่ คือการวัดความดันเป็นประจำเท่านั้น ก่อนจะวัดความดันโลหิต ควรนั่งเฉยๆ อย่างน้อย 5 นาทีและปัสสาวะให้เรียบร้อย เพื่อให้ได้ผลการวัดที่แม่นยำที่สุด ระหว่างทำการวัดความดันไม่ควรพูดคุยหรือทำกิจกรรมอื่น ๆ

การมีค่าความดันโลหิตสูง ไม่ได้หมายความว่าคุณจะมีภาวะความดันโลหิตสูงเสมอไป เพราะความดันสามารถเปลี่ยนแปลงค่าได้ตลอดทั้งวัน ความรู้สึกตื่นเต้นหรือกังวลที่จะมาพบแพทย์ก็ทำให้ความดันเลือดสูงขึ้นได้ด้วย

หากเป็นเช่นนี้ แพทย์อาจให้อุปกรณ์สำหรับวัดความดันเลือดกลับไปดำเนินการตรวจสอบเองที่บ้านเพื่อป้องกันภาวะ White Coat Syndrome (อาการกลัวแพทย์จนความดันขึ้น)

อุปกรณ์ที่ใช้วัดระดับความดันโลหิตที่นิยมใช้ในปัจจุบัน มีดังนี้

  1. Sphygmomanometer : เป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ติดด้วยสายรัดแขนพองลมและมีตัววัดปรอทเหมือนกับปรอทวัดไข้ แพทย์จะทำการวัดชีพจรด้วยการใช้ Stethoscope ประกบที่หลอดเลือดแดง
  2. Digital Sphygmomanometer : เป็นเครื่องวัดกึ่งอัตโนมัติที่ใช้ตัวเซนเซอร์ไฟฟ้าในปลอกแขนวัดชีพจร ซึ่งปลอกแขนจะพองลมเพื่อจำกัดการไหลของเลือดที่แขนของก่อนจะค่อย ๆ คลายตัว
  3. อุปกรณ์วัดความดันแบบดิจิตัล (Digital Blood Pressure Devices) : คืออุปกรณ์วัดความดันที่หาซื้อได้ทั่วไป

การรักษาภาวะความดันโลหิตสูง

การรักษาภาวะความดันโลหิตสูง จะขึ้นอยู่กับระดับความดันโลหิตและความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดของคุณ (โดยการนำปัจจัยหลาย ๆ อย่างมาพิจารณารวมกัน)

มียามากมายที่ใช้ในการรักษาภาวะความดันโลหิตสูง ซึ่งผู้ป่วยอาจต้องใช้ยามากกว่าหนึ่งประเภทเพื่อให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น ยาส่วนมากจะมีผลข้างเคียงอยู่บ้าง โดยอาการที่พบ มีดังนี้

  • ง่วงนอน
  • เจ็บปวดบริเวณที่อยู่ของไต (ตรงด้านข้างของหลังส่วนล่าง)
  • ไอแห้ง
  • วิงเวียน, หน้ามืด, หรือหมดสติ
  • ผื่นขึ้นผิวหนัง

ยาที่มักนำมาใช้ในการรักษาภาวะความดันโลหิตสูง มีดังนี้

  • Angiotensin-Converting Enzyme (ACE) Inhibitors : ออกฤทธิ์ด้วยการเข้ายับยั้งกิจกรรมของฮอร์โมนบางตัวที่ช่วยควบคุมความดันโลหิต ซึ่งจะช่วยลดปริมาณน้ำในเลือดและขยายหลอดเลือดแดงออกซึ่งช่วยลดความดันโลหิตลง หากได้รับผลข้างเคียงรุนแรง แพทย์จะเปลี่ยนไปใช้ยาที่ออกฤทธิ์คล้ายกัน คือ Angiotensin-2 Receptor Antagonist แทน
  • Calcium Channel Blockers : ออกฤทธิ์ด้วยการคลายกล้ามเนื้อของผนังหลอดเลือดแดง ทำให้หลอดเลือดขยายและลดความดันโลหิตลง ตัวอย่างยากลุ่มนี้ ได้แก่ Diltiazem, Verapamil, Amolodipine, Nifedipine
  • ยาขับปัสสาวะชนิด Thiazide : ออกฤทธิ์ด้วยการลดปริมาณน้ำในเลือดและขยายผนังหลอดเลือดแดงออก นอกจากนี้ยังสามารถลดระดับโพแทสเซียมในเลือดที่รบกวนการทำงานของหัวใจและไตลง ตัวอย่างยากลุ่มนี้ ได้แก่ Bendrofluazide, Furosemide, Torasemide
  • Alpha-Blockers : ออกฤทธิ์ด้วยการป้องกันกล้ามเนื้อที่ผนังหลอดเลือด (Alpha Receptors) จากการถูกกระตุ้นและการรัดตัวของกล้ามเนื้อในผนังหลอดเลือด ยาจะช่วยให้หลอดเลือดคลายตัวและเปิดกว้างออกจนทำให้เลือดไหลผ่านได้ง่ายขึ้น ยากลุ่มนี้ก็มักไม่นิยมนำมาใช้ นอกจากใช้ยาอื่นรักษาไปแล้ว แต่ความดันโลหิตยังคงมีค่าสูงอยู่
  • Beta-Blockers : ออกฤทธิ์ด้วยการชะลอการเต้นและแรงดันของหัวใจลง การลดลงนี้ทำให้เลือดถูกสูบฉีดออกไปเลี้ยงร่างกายได้ดีขึ้น ตัวอย่างของยากลุ่มนี้ ได้แก่ Atenolol, Bisoprolol, Carvedilol, Sotalol, Propranolol

การป้องกันภาวะความดันโลหิตสูง

ภาวะความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมได้ ด้วยการปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต เช่น

  • ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาที/วัน อย่างน้อย 5 ครั้ง/สัปดาห์ (เช่น การเดิน, ปั่นจักรยาน, หรือว่ายน้ำ)
  • ลดปริมาณแอลกอฮอล์ให้อยู่ภายใต้ระดับที่แนะนำ (ผู้ชายให้น้อยกว่า 21 หน่วย/สัปดาห์, ผู้หญิงให้น้อยกว่า 14 หน่วย/สัปดาห์)
  • รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และจำกัดการบริโภคเกลือให้น้อยกว่า 6 กรัม/วัน
  • ลดน้ำหนัก หากคุณมีน้ำหนักร่างกายเกินหรือมีภาวะอ้วน
  • จำกัดปริมาณการบริโภคคาเฟอีนให้น้อยลง
  • ใช้เทคนิคบำบัดผ่อนคลายต่าง ๆ เช่น การทำสมาธิ หรือโยคะ

46 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
High blood pressure: What is high, symptoms, causes, and more. Medical News Today. (https://www.medicalnewstoday.com/articles/159283)
High blood pressure (hypertension). NHS (National Health Service). (https://www.nhs.uk/conditions/high-blood-pressure-hypertension/)
High blood pressure (hypertension) - Symptoms and causes - Mayo Clinic (https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/high-blood-pressure/symptoms-causes/syc-20373410)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
ยา Dopamine (โดปามีน) สามารถใช้รักษาภาวะหัวใจล้มเหลวได้
ยา Dopamine (โดปามีน) สามารถใช้รักษาภาวะหัวใจล้มเหลวได้

ยา Dopamine (โดปามีน) ทำให้หัวใจแข็งแรงขึ้นในขณะที่หัวใจล้มเหลว ช่วยบรรเทาอาการความดันโลหิตได้

รู้จักอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่พบได้บ่อยๆ
รู้จักอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่พบได้บ่อยๆ

หากอยากรู้ว่า อุปกรณ์การแพทย์ชิ้นไหน ทำงานอย่างไร ต้องไม่พลาดบทความนี้