ความรู้สุขภาพ

เล็บขบ

เล็บขบ เกิดจากอะไร มีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงอย่างไรบ้าง รักษาด้วยตัวเองที่บ้านได้หรือไม่ และเป็นเล็บขบแบบใดที่ต้องไปหาหมอ
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 24, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,208,242 คน

เล็บขบ

เล็บขบ เป็นอาการที่ขอบเล็บหรือด้านข้างของเล็บเท้างอกเข้าไปในเนื้ออ่อนจนทำให้เกิดความรู้สึกเจ็บปวด บวมแดง บางครั้งอาจพบหนองจากการติดเชื้อด้วย เล็บขบสามารถเกิดได้บ่อย และมักจะเกิดกับนิ้วหัวแม่เท้ามากที่สุด แม้โดยทั่วไป เล็บขบจะสามารถรักษาได้ด้วยตัวเองที่บ้าน แต่ถ้ามีอาการรุนแรง เช่น มีหนองไหลจากแผลจำนวนมาก เริ่มมีอาการติดเชื้อลุกลาม รวมถึงเป็นผู้ป่วยเบาหวานอยู่ก่อนแล้ว ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อรักษาให้ถูกต้องจะดีที่สุด 

อาการของเล็บขบ

อาการของเล็บขบ มีดังนี้

โฆษณาจาก HonestDocs
ขูดหินปูน ลดเพิ่ม 40% กว่า 20 คลินิก

ลดกลิ่นปาก ลดเลือดออก เราจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน

%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b8%99bannerinternal ad
  • เจ็บปวดที่นิ้วเท้าที่มีอาการ และกดเจ็บที่นิ้วเท้าทั้งแบบด้านเดียวหรือสองด้านของเล็บ
  • บริเวณรอบเล็บเท้าบวมแดง
  • บริเวณที่เกิดเล็บขบมีหนองไหลออกมาจากการติดเชื้อ
  • หากมีอาการรุนแรง จะรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่ก้าวเดิน

สาเหตุของเล็บขบ 

เล็บขบ สามารถเกิดขึ้นได้จากสาเหตุต่อไปนี้

  • สวมใส่รองเท้าคับเกินไปจนเล็บเท้าถูกกด หรือถูกบีบรัดเป็นประจำ 
  • การตัดเล็บเท้าสั้นเกินไป หรือตัดเล็บแบบโค้งมน
  • มีเล็บเท้าที่โค้งมากกว่าปกติ ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อราที่เล็บเท้า
  • การได้รับบาดเจ็บบริเวณเล็บเท้า

หากเป็นเล็บขบแล้วไม่รีบทำการรักษา อาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่กระดูก ซึ่งอาจมีความรุนแรงถึงขั้นต้องตัดขาได้

อ่านเพิ่มเติม : กระดูกติดเชื้อ

ภาวะแทรกซ้อนของเล็บขบอาจมีความรุนแรงเป็นพิเศษหากเกิดขึ้นกับผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงเท้าน้อยกว่าคนทั่วไป ซึ่งจะทำให้การบาดเจ็บเล็กน้อยบริเวณเท้า เช่น เล็บขบ แผลถูกบาด กลายเป็นเรื่องใหญ่เนื่องจากแผลไม่สามารถเยียวยาตัวเองได้ตามปกติ และอาจมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูงมากด้วย 

อ่านเพิ่มเติม : 7 วิธีดูแลฝ่าเท้าของผู้ป่วยโรคเบาหวาน

การรักษาเล็บขบที่บ้าน

หากมีอาการไม่รุนแรงมาก สามารถรักษาเล็บขบด้วยตัวเองที่บ้านได้ดังต่อไปนี้

โฆษณาจาก HonestDocs
ขูดหินปูน ลดเพิ่ม 40% กว่า 20 คลินิก

ลดกลิ่นปาก ลดเลือดออก เราจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน

%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b8%99bannerinternal ad
  • แช่เท้าในน้ำอุ่น : แช่เท้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที ประมาณ 3-4 ครั้งต่อวัน การแช่น้ำอุ่นจะช่วยลดอาการบวมและบรรเทาอาการกดเจ็บได้
  • ดันสำลีหรือไหมขัดฟันใต้เล็บเท้า : หลังการแช่เท้าทุกครั้งให้นำก้อนสำลีหรือไหมขัดฟันดันบริเวณใต้ขอบเล็บที่กำลังขบอยู่ วิธีนี้จะช่วยดันเล็บที่โตเหนือขอบผิวขึ้นจนสามารถตัดออกได้
  • ทาครีมปฏิชีวนะ : หากพบหนองที่เกิดจากการติดเชื้อ ให้ทาครีมปฏิชีวนะบริเวณดังกล่าวแล้วพันผ้าพันแผลรอบนิ้วเท้าไว้
  • สวมรองเท้าแตะ : พยายามสวมรองเท้าคีบหรือรองเท้าแตะจนกว่าอาการเล็บขบจะดีขึ้น ระหว่างนี้ควรงดใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าที่ไม่มีการระบาย เพราะนอกจากจะทำให้รู้สึกเจ็บแล้ว อาจทำให้เกิดการติดเชื้อมากขึ้น
  • รับประทานยาแก้ปวด : หากรู้สึกปวดนิ้วเท้ามาก สามารถรับประทานยาแก้ปวดทั่วไปที่หาซื้อได้ตามร้านขายยา เช่น พาราเซตามอล หรือไอบูโพรเฟน 

การรักษาเล็บขบโดยแพทย์

หากรักษาเล็บขบที่บ้านแล้ว แต่อาการไม่ดีขึ้นหรือมีอาการรุนแรงขึ้น จะต้องให้แพทย์เป็นผู้รักษา ซึ่งจะมีวิธีรักษาดังนี้

  • ยกเล็บ : สำหรับภาวะเล็บขบเล็กน้อย แพทย์อาจยกขอบเล็บที่ขบขึ้นและค้ำด้วยสำลี ไหมขัดฟัน หรือเฝือก เพื่อแยกเล็บจากผิวหนังข้างใต้เล็บ และช่วยให้เล็บงอกปกติเหนือขอบผิวหนัง 
  • การถอดเล็บบางส่วน : สำหรับภาวะเล็บขบรุนแรงและมีการติดเชื้อ แพทย์จะเล็มหรือถอนเล็บที่ขบออกบางส่วน ซึ่งก่อนดำเนินการ แพทย์จะฉีดยาชารอบนิ้วเท้าไว้ก่อน เพื่อลดความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น
  • ถอดเล็บ : หากมีปัญหาเล็บขบซ้ำ ๆ แพทย์จะแนะนำให้ถอดเล็บออกพร้อมกับเนื้อเยื่อข้างใต้เล็บ (ฐานเล็บ) กระบวนการนี้อาจทำให้บางส่วนของเล็บไม่งอกกลับมา ซึ่งแพทย์อาจใช้สารเคมี เลเซอร์ หรือวิธีอื่นแทน

การป้องกันเล็บขบ

วิธีการป้องกันการเกิดเล็บขบ ได้แก่

  • ตัดแต่งเล็บเท้าให้เป็นเส้นตรง และคงความยาวเล็บเท้าเอาไว้ : อย่าตัดเล็บเท้าตามแนวโค้งของเล็บ และควรตัดเล็บเท้าให้เสมอกับปลายนิ้วเท้า เพราะถ้าหากตัดสั้นหรือโค้งมนมากเกินไป อาจทำให้เล็บงอกลงไปใต้เนื้อเยื่อ
  • สวมใส่รองเท้าที่พอดี : รองเท้าที่กดนิ้วเท้ามากไป อาจทำให้เล็บเท้างอกลงเนื้อเยื่อโดยรอบได้ เพราะฉะนั้นจึงควรเลือกซื้อรองเท้าที่พอดีกับเท้าที่สุด หรือเลือกซื้อจากร้านตัดรองเท้าพิเศษสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับเท้า 

อ่านเพิ่มเติม : วิธีเลือกซื้อรองเท้าเพื่อสุขภาพ

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่