ความรู้สุขภาพ

เล็บขบ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 26, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 762,305 คน

เล็บขบ

เล็บขบเป็นภาวะที่เกิดขึ้นบ่อยที่ซึ่งขอบหรือด้านข้างของเล็บเท้างอกเข้าไปในเนื้ออ่อนจนทำให้เกิดความรู้สึกเจ็บปวด แดง บวม และบางครั้งอาจเกิดการติดเชื้อขึ้นด้วย เล็บขบมักจะเกิดกับนิ้วโป้งเท้ามากที่สุด

โดยมากแล้วคุณสามารถรักษาเล็บขบได้เองที่บ้าน แต่หากอาการรุนแรงหรือลุกลามออกไปยิ่งขึ้นควรให้แพทย์เป็นผู้ดูแลจะดีที่สุด เพื่อบรรเทาอาการไม่สบายตัวและช่วยเลี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ จากเล็บขบ

หากคุณเป็นเบาหวานหรือมีภาวะสุขภาพอื่น ๆ ที่ทำให้การไหลเวียนโลหิตไปยังเท้าลดน้อยลง คุณจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นภาวะแทรกซ้อนจากเล็บขบขึ้นกว่าปกติ

อาการของเล็บขบ

อาการของเล็บขบมีดังนี้:

  • เจ็บปวดและกดเจ็บที่นิ้วเท้าทั้งแบบด้านเดียวหรือสองด้านของเล็บ
  • บริเวณรอบเล็บเท้าแดง
  • นิ้วเท้ารอบเล็บบวม
  • การติดเชื้อที่เนื้อเยื่อรอบนิ้วเท้า

ควรไปพบแพทย์เมื่อไร?

ให้ไปพบแพทย์เมื่อ:

  • คุณประสบกับความไม่สบายนิ้วเท้าอย่างรุนแรง หรือมีหนองที่มีทีท่าว่าจะกระจายออกเป็นวงกว้างขึ้น
  • คุณเป็นเบาหวาน หรือเป็นภาวะสุขภาพอื่นที่ส่งผลต่อการไหลเวียนโลหิตไปยังเท้า และประสบกับอาการปวดเท้าหรือมีการติดเชื้อขึ้น

สาเหตุของเล็บขบ

สาเหตุการเกิดเล็บขบมีดังนี้:

  • สวมใส่รองเท้าคับเกินไปจนกดเล็บเท้า
  • การตัดเล็บเท้าสั้นเกินไปหรือไม่เป็นเส้นตรง
  • การบาดเจ็บที่เล็บเท้า
  • มีเล็บเท้าที่โค้งมากกว่าปกติ

ภาวะแทรกซ้อนของเล็บขบ

เล็บขบที่ไม่ทำการรักษาหรือไม่ทันสังเกตเห็นแต่แรกจะทำให้กระดูกข้างใต้ติดเชื้อได้

ภาวะแทรกซ้อนอาจมีความรุนแรงเป็นพิเศษหากว่าคุณเป็นเบาหวาน ซึ่งคุณจะมีการไหลเวียนโลหิตไปยังเท้าน้อย จึงทำให้การบาดเจ็บเล็กน้อยที่เท้าอย่างการบาด ตัด หรือเป็นเล็บขบอาจไม่เยียวยาตนเองเหมือนปกติ และอาจมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูงมากด้วย สำหรับแผลที่เท้าที่รักษาให้หายยากนั้นอาจต้องใช้การผ่าตัดเข้ามาช่วยเพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อเยื่อตาย ซึ่งจะส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดรอบร่างกายที่แย่ลง

การรักษาเล็บขบที่บ้านและการใช้ชีวิต

คุณสามารถทำการรักษาเล็บขบได้เองที่บ้านดังนี้:

  • แช่เท้าในน้ำอุ่น: ทำเช่นนี้เป็นเวลา 15 ถึง 20 นาที สามถึงสี่ครั้งต่อวัน การแช่น้ำอุ่นจะช่วยลดอาการบวมและบรรเทาอาการกดเจ็บได้
  • ดันสำลีหรือไหมขัดฟันใต้เล็บเท้า: หลังการแช่เท้าทุกครั้งให้นำก้อนสำลีหรือไหมขัดฟันใต้ขอบเล็บที่ขบ วิธีนี้จะช่วยดันเล็บที่โตเหนือขอบผิวขึ้น
  • ทาครีมปฏิชีวนะ: ให้ทาครีมปฏิชีวนะบริเวณที่มีความรู้สึกกดเจ็บและพันผ้าพันแผลรอบนิ้วเท้าไว้
  • สวมใส่รองเท้าเปิดโล่ง: พยายามสวมรองเท้าคีบหรือรองเท้าแตะไปจนกว่าอาการเล็บขบจะดีขึ้น
  • ทานยาแก้ปวด: คุณสามารถใช้ยาแก้ปวดทั่วไปที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาเช่นอะซิทามิโนเฟน อิบูโพรเฟน และนาโพรเซนหากมีอาการเจ็บปวดได้

การรักษาเล็บขบ

แพทย์สามารถวินิจฉัยภาวะเล็บขบได้จากอาการและการตรวจเล็บกับผิวหนังโดยรอบเล็บของคุณ หากการรักษาเองที่บ้านไม่ช่วยบรรเทาอาการของเล็บขบ แพทย์อาจแนะนำให้:

  • ยกเล็บ: สำหรับภาวะเล็บขบเล็กน้อย (แดงและเจ็บแต่ไม่มีหนอง) แพทย์อาจทำการค่อย ๆ ยกขอบเล็บที่ขบขึ้นและค้ำด้วยสำลี ไหมขัดฟัน หรือเฝือก เพื่อแยกเล็บจากผิวหนังข้างใต้เล็บ และช่วยให้เล็บงอกเหนือขอบผิวหนัง สำหรับการรักษาด้วยวิธีนี้ที่บ้าน คุณต้องทำการแช่เล็บและเปลี่ยนวัสดุค้ำเล็บทุกวัน
  • การถอดเล็บบางส่วน: สำหรับภาวะเล็บขบรุนแรงกว่าข้างต้น (แดง ปวด และมีหนอง) แพทย์จะทำการเล็มหรือถอนเล็บที่ขบออกบางส่วน ซึ่งก่อนดำเนินการ แพทย์จะฉีดยาชารอบนิ้วเท้าของคุณไว้ก่อน
  • ถอดเล็บ: หากคุณมีปัญหาเล็บขบซ้ำ ๆ แพทย์จะแนะนำให้คุณถอดเล็บออกพร้อมกับเนื้อเยื่อข้างใต้เล็บ (ฐานเล็บ) กระบวนการนี้อาจทำให้บางส่วนของเล็บไม่งอกกลับมา ซึ่งแพทย์อาจใช้สารเคมี เลเซอร์ หรือวิธีอื่นแทน

แพทย์อาจแนะนำให้คุณทานยาปฏิชีวนะหากว่าเล็บของคุณติดเชื้อหรือมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

การเตรียมตัวเข้าพบแพทย์

แพทย์สามารถทำการวินิจฉัยเล็บขบได้ โดยคุณควรสอบถามประเด็นต่าง ๆ ระหว่างการพบแพทย์ดังนี้:

  • ภาวะของคุณจะเป็นแบบชั่วคราวหรือระยะยาว (เรื้อรัง)?
  • ตัวเลือกการรักษากรณีคุณมีอะไรบ้าง และข้อดีข้อเสียของแต่ละอย่างมีอะไรบ้าง?
  • ผลลัพธ์การรักษาที่ควรคาดไว้คืออะไร?
  • คุณจะสามารถสังเกตเห็นว่าภาวะเล็บขบหายไปแล้วได้หรือไม่?
  • มีวิธีดูแลรักษาเล็บขบในแต่ละวันด้วยตนเองอย่างไรบ้าง?

แพทย์มักจะสอบถามคุณดังนี้:

  • คุณเริ่มมีอาการครั้งแรกเมื่อไร?
  • คุณมีอาการเช่นนี้ตลอดเวลาหรือไม่?
  • คุณใช้วิธีดูแลตนเองที่บ้านอะไรบ้าง?
  • คุณเป็นเบาหวานหรือมีภาวะสุขภาพอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดไปยังขาหรือเท้าไม่ดีหรือไม่?

การป้องกันเล็บขบ

สำหรับการป้องกันการเกิดเล็บขบนั้นมีดังนี้:

  • ตัดแต่งเล็บเท้าให้เป็นเส้นตรง: อย่าตัดเล็บเท้าตามแนวโค้งของเล็บ หากคุณชอบแต่งเล็บที่ร้านเสริมสวย ให้แจ้งช่างผู้ดูแลให้ตัดเล็บเท้าของคุณเป็นเส้นตรงเสีย ถ้าคุณเป็นภาวะที่ทำให้การไหลเวียนเลือดไปยังเท้าน้อยและไม่สามารถตัดเล็บเท้าของตนเองได้ ให้ไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเท้าเป็นผู้จัดการให้
  • คงความยาวเล็บเท้าเอาไว้: ตัดเล็บเท้าให้เสมอกับปลายนิ้วเท้า หากคุณตัดเล็บสั้นเกินไป แรงกดจากรองเท้าอาจส่งผลต่อการงอกของเล็บให้งอกลงเนื้อเยื่อได้
  • สวมใส่รองเท้าที่พอดี: รองเท้าที่กดนิ้วเท้ามากไปจะทำให้เล็บเท้างอกลงเนื้อเยื่อโดยรอบได้ ถ้าคุณมีความเสียหายที่เส้นประสาทที่เท้า คุณอาจไม่รู้สึกตัวว่ารองเท้าที่ใส่นั้นแน่นเกินไปหรือไม่ ดังนั้นควรเลือกซื้อรองเท้าที่พอดีกับเท้าที่สุดโดยการลองพร้อมรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ หรือเลือกซื้อจากร้านค้ารองเท้าสำหรับผู้ที่มีปัญหาที่เท้า
  • ตรวจสอบเท้าเป็นประจำ: หากคุณเป็นเบาหวาน ควรตรวจหาสัญญาณทางสุขภาพต่าง ๆ ของเท้าทุกวัน

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่