ค้นหาโรค อาการ หรือวิธีการรักษา

โรคกระดูกอักเสบติดเชื้อ (Osteomyelitis)

เผยแพร่ครั้งแรก 17 ธ.ค. 2017 อัปเดตล่าสุด 19 พ.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที

ความหมายของโรคกระดูกอักเสบติดเชื้อ

โรคกระดูกอักเสบติดเชื้อ เป็นการอักเสบและติดเชื้อที่บริเวณกระดูก ไขกระดูก (Bone marrow) และกล้ามเนื้อที่อยู่โดยรอบ

สาเหตุของโรคกระดูกอักเสบติดเชื้อ

ส่วนใหญ่ 70-80% ของผู้ป่วยโรคนี้ เกิดจากเชื้อสแตฟฟิโลคอคคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบและเชื้ออาจเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง เช่น 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจกระดูกวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 534 บาท ลดสูงสุด 61%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

  • เข้าทางเนื้อเยื่อ 
  • ทางแผลกดทับ 
  • ทางหลอดเลือด  
  • ทางแผลผ่าตัด 
  • เข้าทางกระดูกโดยตรง 
  • จากการผ่าตัดโดยมีการปนเปื้อนเชื้อ 
  • มีกระดูกหักแบบเปิด 
  • บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ เช่น แผลถูกปืนยิง เป็นต้น 
  • จากกระแสเลือดโดยการติดเชื้อที่ทอนซิล (Tonsils) 
  • เป็นฝี 
  • ทางเดินหายใจส่วนบน ได้แก่ จมูก คอหอย 
  • การติดเชื้อที่อาจเกิดจากการรับประทานอาหารไม่เพียงพอ 

สำหรับกลุ่มคนที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อจนทำให้เกิดโรคกระดูกอักเสบติดเชื้อ ได้แก่

พยาธิสรีรภาพ  

กลไกการเกิดโรค หรือ พยาธิสรีรภาพของโรคกระดูกอักเสบติดเชื้อ จะเริ่มจากเมื่อเชื้อโรคเข้าไปที่กระดูก จะเกิดการอักเสบเฉียบพลันจนมีอาการตามมา เช่น

  • มีอาการปวด 
  • บวมแดง 
  • ร้อนบริเวณที่มีการอักเสบ 
  • ข้อจะเคลื่อนไหวไม่ได้ตามปกติ
  • หากมีการเคลื่อนไหวจะมีอาการเจ็บปวดมาก 

และผลจากการอักเสบอย่างสุดท้ายคือ จะมีหนองและมีแรงดันภายในกระดูก จนกระทั่งหนองถูกดันออกมาที่ผิวกระดูกซึ่งอยู่ใต้เยื่อหุ้มกระดูก (Subperiosteum abscess) ทำให้กระดูกแยกตัวออกจากเยื่อหุ้มกระดูก และทำให้กระดูกขาดเลือดมาเลี้ยงและตายซึ่งเรียกว่า "ซีเควสตรัม" (Sequestrum) จากนั้นร่างกายจะพยายามซ่อมแซมกระดูกใหม่ เรียกว่า "อินโวลูครัม" (Involucrum) ล้อมรอบกระดูกที่ตายแล้ว ซึ่งจะพบในระยะที่กระดูกอักเสบและเข้าสู่ระยะเรื้อรัง 

การที่ร่างกายสร้างกระดูกใหม่  กระดูกที่ตายแล้วจะเป็นอุปสรรคและกีดกั้นยาปฏิชีวนะที่จะช่วยรักษา ฉะนั้นการรักษาจึงจะใช้เวลานาน เนื่องจากกระดูกตายที่ติดเชื้ออยู่จะทำให้เกิดการอักเสบเป็นหนองซ้ำแล้วซ้ำอีก จนเมื่อเข้าสู่ระยะอักเสบเรื้อรัง ร่ายกายจะขับกระดูกตายและหนองออกมาทางช่องทางที่เชื่อมระหว่างกระดูกที่ตายกับผิวหนัง ซึ่งกระดูกที่อักเสบติดเชื้อจะทำให้กระดูกอ่อนแอไม่สามารถรับแรงได้ตามปกติ ส่งผลทำให้กระดูกหักง่าย

อาการของผู้ป่วยโรคกระดูกอักเสบติดเชื้อ

  • มีไข้สูง 
  • มีอาการปวด 
  • ผิวหนังบวม แดง ร้อน 
  • ขยับเคลื่อนไหวไม่ได้ 
  • เมื่อเข้าสู่ระยะเรื้อรังจะมีกระดูกตาย

การวินิจฉัยโรค

แพทย์จะทำการซักประวัติผู้ป่วยว่ามีประวัติเกี่ยวกับการได้รับบาดเจ็บ การผ่าตัด และการมีแหล่งของเชื้อในร่างกายหรือไม่ เช่น ฝี ฟันผุ ทอนซิลอักเสบ เป็นต้น

การรักษา

ในการรักษาโรคนี้ จะต้องให้กระดูกที่อักเสบได้พัก และมีการจ่ายยาหรือสารอาหารเพื่อรักษากระดูกโดย

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจกระดูกวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 534 บาท ลดสูงสุด 61%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

  • ให้ยาปฏิชีวนะ 
  • ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ 
  • ให้เลือดหากมีอาการซีดมาก 
  • ให้อาหารที่มีแคลอรีสูง รวมทั้งโปรตีนและวิตามินสูง 

นอกจากนี้ ยังต้องมีการผ่าตัดเอาหนองใต้เยื่อหุ้มกระดูกออกด้วยหากกระดูกอักเสบเรื้อรัง หรือจะเป็นการรักษาโดยตัดกระดูกที่ตายออก การลดช่องว่างโดยการใส่หรือปลูกถ่ายกระดูก (Bone graft) และให้ยาปฏิชีวนะเฉพาะที่ หรืออาจต้องตัดแขนและขา (Amputation) หากจำเป็นจริงๆ

การพยาบาลดูแลผู้ป่วย  

ให้ดูแลในส่วนกระดูกที่มีการอักเสบติดเชื้อเพื่อให้กระดูกได้พัก อาจเป็นการใส่เฝือก หรือการใส่เครื่องดึงถ่วงน้ำหนักให้ติดกับผิวหนัง (Skin traction) การให้ยาปฏิชีวนะตามแผนการรักษา ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ดื่มน้ำมากๆ และติดตามผลเลือด เช่น อัตราการตกตะกอนของเม็ดเลือดแดงใน 1 ชั่วโมง (Erythrocyte Sedimentation Rate: ESR) และเซลล์เม็ดเลือดขาว (White Blood Cell: WBC) เป็นต้น 

นอกจากนี้ยังมีการพยาบาลผู้ป่วยส่วนอื่นๆ ที่สำคัญอีก เช่น 

  • การถ่ายภาพรังสีบริเวณกระดูกที่อักเสบ 
  • ทำแผลผ่าตัด 
  • การระบายหนองออก 
  • ดูแลให้ผู้ป่วยพักผ่อนให้เพียงพอ 
  • ให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารที่มีโปรตีน วิตามิน และแคลอรีสูง 
  • ลดอาการปวดโดยการประคองอวัยวะส่วนที่อักเสบอย่างระมัดระวัง 
  • ประคบเย็น 
  • ให้ยาแก้ปวด 
  • ฟื้นฟูสภาพโดยการออกกำลังกล้ามเนื้อและข้อบ่อยๆ 
  • ลดความวิตกกังวลของผู้ป่วย โดยให้ความรู้และการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง 

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความก่อนหน้า
โรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis)
โรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis)
บทความต่อไป
โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis)
โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis)