Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
การตั้งครรภ์

ปัญหามีบุตรยากในผู้ชาย สาเหตุและวิธีรักษา | HonestDocs

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ: 10 มี.ค. 2019 อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
ปัญหามีบุตรยากในผู้ชาย สาเหตุและวิธีรักษา | HonestDocs

ภาวะมีบุตรยาก (Infertility) เกิดขึ้นเมื่อคู่รักไม่สามารถตั้งครรภ์ได้หลังจากมีเพศสัมพันธุ์ตามปกติโดยไม่คุมกำเนิด อาจเป็นเพราะว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนั้นไม่เอื้อต่อการตั้งครรภ์ หรือเพศหญิงนั้นไม่สามารถอุ้มครรภ์ได้จนครบระยะ โดยส่วนมากแล้วภาวะมีบุตรยากหมายถึงการไม่สามารถตั้งครรภ์ได้หลังจากมีเพศสัมพันธุ์สม่ำเสมออย่างน้อย 12 เดือนโดยไม่คุมกำเนิด

ในประเทศสหรัฐอเมริกา 10% ของหญิงอายุระหว่าง 15-44 ปีนั้นมีปัญหาตั้งครรภ์ลำบากหรือรักษาครรภ์ให้ครบวาระยาก 8-12% ของคู่รักทั่วโลกเคยประสบปัญหามีบุตรยากมาแล้ว และ 45-50%ของเคสเหล่านี้มีสาเหตุจากเพศชาย ซึ่งสามารถรักษาได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
เข้าร่วมงานวิจัยทางการแพทย์วันนี้

ค้นหางานวิจัยที่คุณสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อรับการรักษาใหม่ที่อาจทำให้อาการของคุณดีขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการทำดีเพื่อสังคม

Hd clinical trial ad

สาเหตุของการเกิดภาวะมีบุตรยากในเพศชาย

ในเพศชาย ภาวะมีบุตรยากอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่นน้ำอสุจิและตัวอสุจิมีปัญหา น้ำอสุจิ (Semen) คือของเหลวสีขาวขุ่นที่จะหลั่งออกมาจากองคชาติของเพศชาย ระหว่างการถึงจุดสุดยอดทางเพศสัมพันธุ์ ของเหลวนี้มาจากต่อมลูกหมาก ต่อมสร้างน้ำเลี้ยงอสุจิ และต่อมทางเพศต่างๆ ส่วนตัวอสุจิ (Sperm) เป็นเชื้อที่ถูกผลิตจากอัณฑะ เมื่อเพศชายหลั่งและปล่อยน้ำอสุจิออกมาทางองคชาติ น้ำเลี้ยงอสุจิหรือน้ำอสุจิจะช่วยพาตัวอสุจิไปยังไข่ หากเป็นช่วงเวลาที่มีการตกไข่พอดี อสุจิจะเข้าปฏิสนธิกับไข่ จากนั้นเซลล์จะมีการแบ่งตัวแล้วเคลื่อนเข้าไปฝังในมดลูก เตรียมพร้อมสำหรับการเจริญเติบโตเป็นทารกต่อไป

ปัญหาในเพศชายที่ส่งผลให้ไม่สามารถปฏิสนธิได้ หรือปฏิสนธิไม่สำเร็จ มีดังต่อไปนี้

  • จำนวนอสุจิน้อย หรือหลั่งอสุจิออกมาจำนวนน้อยกว่า 15 ล้านตัวต่อครั้ง มีหลักฐานพบว่า 1 ใน 3 ของคู่รักที่มีบุตรยากนั้นมีสาเหตุมาจากจำนวนอสุจิน้อย
  • อสุจิเคลื่อนไหวได้ไม่ปกติ หรือมีปัญหาเรื่องความเข้มข้น ทำให้ไม่สามารถว่ายไปหาไข่ได้อย่างที่ควรเป็น
  • อสุจิบกพร่อง เช่น อาจมีรูปร่างผิดปกติ ทำให้ว่ายไปปฏิสนธิกับไข่ได้ยาก หรือไม่สามารถเดินทางไปยังไข่ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ โดยเฉลี่ยแล้ว 2% ของผู้ชายมีอสุจิบกพร่อง
  • อยู่ในระหว่างมีอาการเจ็บไข้ได้ป่วยบางอย่างซึ่งส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์ เช่น อันฑะติดเชื้อ มะเร็ง หรืออยู่ในระหว่างผ่าตัด โรคอื่นๆ ได้แก่
    • โรคซิลติก ไฟโบรซิส (Cystic Fibrosis) ทำให้เกิดการสร้างเสมหะเข้มข้น เสมหะเหล่านี้มักเกิดในปอด แต่อาจทำให้ผู้ป่วยไม่มีหลอดอสุจิหรือหลอดอสุจิอุดตัน ซึ่งหลอดอสุจินี้ทำหน้าที่พาอสุจิจากถุงเก็บตัวอสุจิ (Epididymis) ไปยังท่อฉีดอสุจิและท่อปัสสาวะ
    • โรคคางทูมลงอัณฑะ ปกติคางทูมลงอัณฑะมักเกิดกับอัณฑะข้างเดียว ซึ่งจะไม่ทำให้เป็นหมัน แต่หากเป็นทั้งสองข้าง (มีโอกาสเป็นได้ 10%) ก็อาจส่งผลต่อการผลิตตัวอสุจิ
  • อัณฑะมีอุณหภูมิสูงเกินไป สาเหตุอาจเกิดจากลูกอัณฑะไม่ลงถุง หลอดเลือดดำอัณฑะขอด มีเส้นเลือดขอดที่ต่อมลูกหมาก หรือใช้ห้องซาวน่าหรืออ่างน้ำร้อน ใส่เสื้อผ้าคับเกินไป รวมไปถึงทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูง
  • ท่อฉีดอสุจิอุดตัน ส่งผลให้การหลั่งผิดปกติ เช่น น้ำอสุจิหลั่งเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะ แทนที่จะออกมานอกร่างกาย
  • ถุงเก็บตัวอสุจิอุดตัน โดยถุงเก็บตัวอสุจิจะมีโครงสร้างคล้ายท่อยาวที่ขดไปมา ทำหน้าที่ช่วยกักเก็บและส่งผ่านอสุจิ หากท่อเหล่านี้อุดตันก็จะไม่สามารถหลั่งอสุจิได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ฮอร์โมนไม่สมดุล เช่น เกิดภาวะฮอร์โมนเพศต่ำ (Hypogonadism) ทำให้ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนพร่อง (Testosterone Deficiency)
  • รูเปิดท่อปัสสาวะต่ำกว่าปกติ (Hypospadias) เกิดขึ้นเมื่อรูท่อปัสสาวะนั้นเปิดอยู่ภายในองคชาติแทนที่จะเป็นบริเวณปลายองคชาติ สามารถผ่าตัดแก้ไขได้ตั้งแต่ยังเป็นทารก หากไม่ได้รับการแก้ไขในวัยเด็ก ก็อาจทำให้อสุจิเข้าสู่ช่องคลอดของฝ่ายหญิงได้ยากขึ้น ภาวะรูเปิดท่อปัสสาวะต่ำกว่าปกตินี้เกิดขึ้น 1 ใน 500 ของทารกเกิดใหม่

สาเหตุอื่นๆ อาจรวมไปถึง

  • อายุ - ความสมบูรณ์ทางเพศของผู้ชายจะลดลงเมื่ออายุเข้าสู่วัย 40 ปี
  • การได้รับสารเคมี - เช่น ยาฆ่าแมลง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นหมันได้
  • ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป - การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปสามารถทำให้ภาวะเจริญพันธุ์ (Fertility) แย่ลงได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลแสดงให้เห็นว่าการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณปกตินั้นจะส่งผลอะไร แต่อาจมีผลกระทบต่อผู้ที่มีปัญหาอสุจิน้อยอยู่แล้ว
  • น้ำหนักตัวเกินและความอ้วน - เนื่องจากดัชนีมวลกายมีผลกระทบโดยตรงต่อจำนวนและคุณภาพของสเปิร์ม
  • ความเครียดทางจิตใจ - ความเครียดสามารถส่งผลให้ความต้องการทางเพศลดลง หรือมีผลกระทบต่อกิจกรรมทางเพศ
  • ความผิดปกติทางพันธุกรรม - เพศชายควรมีโครโมโซม X 1 ตัว และ โครโมโซม Y 1 ตัว ในกรณีที่เพศชายมีโครโมโซม X เกินมา 1 ตัว (XXY) หรือที่เรียกว่า “กลุ่มอาการไคล์เฟลเตอร์ (Klinefelter´s Syndrome)” จะทำให้อัณฑะเติบโตผิดปกติ ฮอร์โมนเพศชายน้อย จำนวนอสุจิต่ำ หรือไม่มีอสุจิเลย

นอกจากนี้ การใช้ยาบางอย่างก็เพิ่มความเสี่ยงภาวะมีบุตรยากในเพศชายได้ ตัวอย่างเช่น

  • ซัลฟาซาลาซีน (Sulfasalazine) : ยาแก้อักเสบตัวนี้มักใช้ในการรักษาโรคโครห์นหรือข้ออักเสบรูมาตอยด์ แต่มีผลข้างเคียงคือทำให้จำนวนอสุจิลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้วจำนวนอสุจิจะกลับมาเป็นปกติหลังหยุดใช้ยา
  • อนาบอลิก สเตียรอยด์ (Anabolic Steriods) : นิยมใช้ในหมู่นักเพาะกล้ามและนักกีฬา การใช้ยานี้ในระยะยาวสามารถลดจำนวนและความสามารถในการเคลื่อนที่ของอสุจิได้อย่างรุนแรง
  • ยากลุ่มอะเซตามิโนเฟน (Acetaminophen) : มีผลการวิจัยากห้องทดลองชี้ให้เห็นว่า การใช้ยากลุ่มนี้ในระยะยาวส่งผลให้ร่างกายของผู้ชายผผลิตฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนน้อยลง
  • เคมีบำบัด (Chemotherapy) : การรับการรักษาด้วยวิธีเคมีบำบัด หรือที่เรียกว่าการทำ “คีโม” บางประเภทอาจส่งผลต่อจำนวนอสุจิ
  • ยาเสพติด : การใช้กัญชาและโคเคนสามารถทำให้อสุจิมีปริมาณน้อยลง

วิธีวินิจฉัยภาวะมีบุตรยากในเพศชาย

เพื่อจะวินิจฉัยว่าสาเหตุการมีบุตรยากของคุณคืออะไร แพทย์จะสอบถามเพศชายเกี่ยวกับประวัติทางเพศ ยา และพฤติกรรมทางเพศ พร้อมตรวจร่างกาย ตรวจอัณฑะเพื่อหาก้อนเนื้อหรือความผิดปกติ รวมไปถึงตรวจดูรูปร่างและโครงสร้างขององคชาติเพื่อหาความผิดปกติ นอกนั้นมีวิธีการดังต่อไป

  • วิเคราะห์อสุจิ โดยแพทย์อาจนำตัวอย่างอสุจิไปทดสอบความเข้มข้น การเคลื่อนที่ สี คุณภาพ การติดเชื้อ และดูว่ามีเลือดปนอยู่หรือไม่ อาจมีการเก็บตัวอย่างหลายครั้งเพราะจำนวนอสุจิสามารถเปลี่ยนแปลงได้
  • ตรวจเลือดในห้องปฏิบัติ เพื่อวัดระดับเทสโทสเตอโรนและฮอร์โมนอื่นๆ
  • อัลตราซาวด์ เพื่อตรวจสอบปัญหา เช่น ท่อฉีดอสุจิตีบตันหรือการหลั่งน้ำอสุจิย้อนทาง
  • ตรวจหาเชื้อคลามิเดีย ซึ่งเป็นเชื้อที่สามารถส่งผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์ แต่ก็สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ

การรักษาภาวะมีบุตรยากในเพศชาย

การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุของภาวะมีบุตรยากในแต่ละบุคคล ดังนี้

  • เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ หรือหลั่งไว สามารถรักษาได้ด้วยยา การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม หรือใช้ทั้งสองวิธีร่วมกันเพื่อช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศ
  • หลอดเลือดดำอัณฑะขอด อาจรักษาด้วยการผ่าตัดเอาเส้นเลือดขอดออกจากถุงอัณฑะ
  • ท่อฉีดอสุจิอุดตัน สามารถเจาะนำอสุจิออกมาจากอัณฑะโดยตรงแล้วฉีดเข้าสู่ไข่ ในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์
  • การหลั่งน้ำอสุจิย้อนทาง (Retrograde Ejeculation) สามารถแก้ไขได้ด้วยการเจาะนำอสุจิออกมาจากกระเพาะปัสสาวะโดยตรงแล้วฉีดเข้าสู่ไข่ ในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์
  • ถุงเก็บเชื้ออสุจิอุดตัน สามารถแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัด
  • มีบางคำแนะนำกล่าวว่า ผู้ต้องการมีบุตรควรลดความถี่ในการร่วมเพศลง เพื่อให้ร่างกายมีอสุจิสะสมเพิ่มขึ้น แต่ ณ ปัจจุบันยังไม่มีผลการวิจัยที่แสดงความแตกต่างอย่างชัดเจน

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป