Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
ความรู้สุขภาพ

ผมแห้ง สาเหตุ อาการและวิธีรักษาป้องกันอย่างถูกจุด

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ: 8 เม.ย. 2018 อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
ผมแห้ง สาเหตุ อาการและวิธีรักษาป้องกันอย่างถูกจุด

ผมแห้งเป็นปัญหาผมที่พบได้มาก โดยเฉพาะผู้หญิง ยิ่งหากไว้ผมยาวแต่ไม่ใส่ใจดูแลบำรุงผมให้ดีด้วยแล้ว โอกาสที่จะเกิดปัญหาผมแห้งเสียยิ่งมีสูงมากทีเดียว วันนี้เราเลยจะพาคุณไปทำความรู้จักเกี่ยวกับสาเหตุของปัญหาผมแห้ง ตลอดจนวิธีดูแลรักษาและป้องกันอย่างถูกจุด ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

ทำความรู้จักกับปัญหาผมแห้ง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
🩺 ตรวจภูมิแพ้อากาศและอาหาร รวม 40 ชนิด (ตรวจเลือด) 3,580 บาท (จากเดิม 5,600 บาท)

📌 การตรวจภูมิแพ้ด้วยการเจาะเลือด 1 ครั้ง สามารถระบุสารก่อภูมิแพ้ได้หลายชนิด พร้อมระดับความรุนแรงในการแพ้

Internal ads

ผมแห้งเป็นลักษณะของเส้นผมที่ขาดความชุ่มชื้น ไร้น้ำหนัก โดยเกิดจากการที่น้ำมันธรรมชาติภายในเส้นผมถูกทำลาย หรือเกล็ดผมหลุดลอกออกไปจนทำให้ประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำของเส้นผมลดลง โดยปกติแล้ว ความชุ่มชื้นของเส้นผมที่สุขภาพดีควรอยู่ที่ 10% แต่หากความชุ่มชื้นมีระดับที่ต่ำกว่านี้ย่อมหมายถึงเส้นผมมีสุขภาพไม่ดี ส่งผลให้เกิดปัญหาผมแห้งเสีย ชี้ฟูและไร้ซึ่งน้ำหนักได้ อย่างไรก็ตาม การขาดความชุ่มชื้นของเส้นผมสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายปัจจัยรวมกัน

สาเหตุที่ทำให้ผมแห้ง

ผมแห้งเสียสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โดยส่วนมากมักมาจากพฤติกรรมที่ผิดๆ จนทำให้เส้นผมเกิดความแห้งเสีย และอาจจะมีอีกหลายปัจจัยร่วมด้วย ดังเช่นปัจจัยเหล่านี้

1.สระผมบ่อย

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าการสระผมบ่อยเป็นการทำให้เส้นผมนุ่มลื่นเงางาม แต่ในความเป็นจริงแล้ว คุณรู้หรือไม่ว่าการสระผมบ่อยจะเป็นการทำลายน้ำมันธรรมชาติของเส้นผมให้หายไป โดยเฉพาะการใช้แชมพูที่มีส่วนประกอบของสารเคมีหรือน้ำหอม ยิ่งมีโอกาสทำให้ผมแห้งเสียกว่าเดิมได้มากทีเดียว

2.การใช้น้ำอุ่นสระผม

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ทรีตเมนต์เพิ่มความกระจ่างใส, เพิ่มความชุ่มชื้น และผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

เปรียบเทียบราคาทรีตเมนต์หน้า ที่คลินิกเสริมความงามทั่วกรุงเทพที่นี่

Facialtreatmentinternal ad

ในฤดูหนาวคนส่วนใหญ่มักจะนิยมอาบน้ำอุ่นกัน แต่รู้หรือไม่ว่าอุณภูมิของน้ำที่สูงกว่าปกติล้วนมีผลทำให้ผมแห้งเสียขาดความชุ่มชื้น และยังทำลายการผลิตน้ำมันที่บริเวณหนังศีรษะอีกด้วย ซึ่งจะทำให้หนังศีรษะแห้ง เกิดปัญหารังแคได้ง่าย

3.ใช้อุปกรณ์ทำผมไฟฟ้าบ่อยเกินไป

ประเภทเครื่องหนีบผม เครื่องม้วนผม หรือไดรฟ์เป่าผม เป็นต้น เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้จะใช้ความร้อนในการจัดแต่งทรงผม ซึ่งความร้อนที่ได้รับล้วนมีผลต่อเส้นผมคือ ทำให้เส้นผมแห้งเสียได้ง่าย และหากใช้บ่อยๆ อาจจะทำให้ผมแตกปลายได้อีกด้วย

4.การใช้สารเคมีกับเส้นผม

เช่น การย้อมผม การดัดผม หรือการยืดผม เป็นต้น เนื่องจากสารเคมีที่ผสมอยู่ในน้ำยาทำผมดังกล่าว จะเป็นตัวทำลายเกล็ดผมให้หลุดลอกออกไป ส่งผลต่อการกักเก็บความชุ่มชื้นของเส้นผมให้ลดลงไปด้วย ซึ่งจะทำให้เส้นผมแห้งเสียและหยาบกระด้างได้ง่ายทีเดียว

5.แสงแดด

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ทรีตเมนต์เพิ่มความกระจ่างใส, เพิ่มความชุ่มชื้น และผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

เปรียบเทียบราคาทรีตเมนต์หน้า ที่คลินิกเสริมความงามทั่วกรุงเทพที่นี่

Facialtreatmentinternal ad

สังเกตได้ว่าเมื่อต้องเจอกับสภาพอากาศร้อนบวกกับแสงแดดที่รุนแรงเป็นเวลานาน เส้นผมจะมีลักษณะแห้งกร้าน นั่นเป็นผลมาจากรังสีอัลตราไวโอเลต จะส่งผลให้โปรตีนเคราตินในเส้นผมถูกทำลายไป จนทำให้เส้นผมเกิดความแห้งกร้านในที่สุด

6.ความเครียด

เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่หลายคนอาจจะคาดไม่ถึง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความเครียดมีผลทำให้ระบบฮอร์โมนในร่างกายต่ำลง เกิดความแปรปรวนขึ้น ทำให้สารอาหารที่ส่งไปหล่อเลี้ยงเส้นผมไม่เพียงพอ จนเส้นผมขาดสารอาหาร ส่งผลทำให้เส้นผมแห้งเสียและไร้น้ำหนักได้

ลักษณะอาการ

เส้นผมที่แห้งจะมีลักษณะแห้งกร้าน ไร้น้ำหนัก และชี้ฟู เมื่อมีการสะท้อนกับแสงจะไม่พบความเงางามเหมือนผมที่มีสุขภาพดีทั่วไป หากลองใช้มือสัมผัสจะรู้สึกได้ว่าเส้นผมมีความกระด้างกว่าปกติ เมื่อถูกลมพัดเส้นผมก็จะพันกันง่าย เมื่อใช้มือสางจะสางไม่ค่อยไป ในบางรายที่ผมแห้งมากๆ ส่งผลให้เกิดการแตกแยกของเส้นผมขึ้นบริเวณปลายผม หรือที่เรียกว่าผมแตกปลาย ซึ่งถือเป็นปัญหาผมที่เพิ่มขึ้นมาจากเดิมอีกหนึ่งปัญหา

วิธีดูแลรักษาปัญหาผมแห้ง

ไม่ควรสระผมบ่อย ควรสระผมประมาณ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยให้เลือกใช้แชมพูที่มีความอ่อนโยน และไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม หลังจากที่สระผมแล้วควรใช้ครีมนวดผมตามทุกครั้ง สำหรับคนที่มีหนังศีรษะมันง่ายให้ใช้วิธีการนวดผมแค่บริเวณปลายผม หรือนวดให้ห่างจากหนังศีรษะประมาณ 3-4 นิ้ว

บำรุงผมด้วยทรีทเม้นท์ โดยให้ทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพราะทรีทเม้นท์จะเข้าไปเติมเต็มในส่วนที่เกล็ดผมหลุดลอกออกไป ทำให้ผมกลับมากักเก็บน้ำได้มากขึ้น โดยเฉพาะคนที่ใช้สารเคมีกับผม เช่น ทำสีผม หรือยืดผม เป็นต้น ยิ่งไม่ควรพลาดการทำทรีทเม้นท์ผมเด็ดขาด โดยอาจจะทำสัปดาห์ละ 2 ครั้งก็ยังได้

หวีหรือแปรงผม ให้แปรงจากบริเวณโคนผมไปยังปลายผม เพราะการหวีหรือแปรงผมจะเป็นการช่วยกระจายน้ำมันจากหนังศีรษะไปยังบริเวณส่วนปลาย ซึ่งจะช่วยให้น้ำมันหล่อเลี้ยงเส้นผมตั้งแต่โคนจรดปลายได้อย่างทั่วถึงนั่นเอง

หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องมือจัดแต่งทรงผมที่ให้ความร้อน หากจำเป็นต้องใช้ ให้หาเซรั่มหรือสเปย์บำรุงผมหรือสเปรย์ป้องกันความร้อนฉีดก่อน เพื่อช่วยลดการสูญเสียความชุ่มชื้นของผม

วิธีป้องกันปัญหาผมแห้ง

1.ลดการใช้เครื่องมือจัดแต่งทรงผมที่ให้ความร้อน โดยอาจจะนานๆ ใช้ทีก็เพียงพอแล้ว โดยเฉพาะใครที่มีปัญหาผมแห้งมากหรือไม่อยากให้ผมแห้งเสีย แนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าในการทำผมดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นที่หนีบผม หรือที่ม้วนผมลอนก็ตาม ลองจัดแต่งทรงผมด้วยวิธีธรรมชาติอื่นๆ เช่น ทำทรงผมเปียในหลากหลายแบบหลายสไตล์ดู แล้วตกแต่งผมด้วยเครื่องประดับสวยๆ อย่างกิ๊บหรือโบว์น่ารักๆ ก็เพียงพอแล้ว

2.หลีกเลี่ยงการทำผมที่จะต้องใช้สารเคมี เช่น การย้อมผม การดัดผม หรือการยืดผม หรือหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้หาเซรั่มหรือทรีทเม้นท์มาเป็นตัวช่วยในการบำรุงผมอยู่เป็นประจำ และไม่ควรทำผมด้วยการใช้สารเคมีบ่อยเกินไป ควรเว้นระยะห่าง โดยนานๆ ทีอาจจะทำผมด้วยวิธีนี้สักครั้ง ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้ผมแห้งเสียได้

3.หลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดนานๆ หรือหากมีความจำเป็นที่จะต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือเจอแดดบ่อยๆ ควรฉีดสเปรย์หรือเซรั่มป้องกันแสงแดด และสวมหมวกปกปิดหรือกางร่มเมื่อออกจากบ้าน ก็จะช่วยป้องกันแสงแดดไม่ให้ทำร้ายเส้นผมจนแห้งกรอบได้แล้ว

4.ทานอาหารที่มีประโยชน์ ควรรับประทานอาหารที่ให้สารอาหารประเภทโอเมก้า 3 เช่น ปลาทู ปลาแซลมอน อาหารทะเลและนมถั่วเหลือง เป็นต้น เพราะอาหารเหล่านี้จะช่วยบำรุงเส้นผมให้สวยเงางามและมีน้ำหนักได้

5.ดื่มน้ำเยอะๆ เพราะการดื่มน้ำจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับร่างกาย ไม่เว้นแม้กระทั่งเส้นผมก็จะได้รับการบำรุงไปด้วยเช่นกัน

ปัญหาผมแห้งเสีย ล้วนเป็นปัญหาที่หลายคนกำลังพบเจออยู่ แต่หากคุณได้ทราบถึงสาเหตุ และวิธีรักษาป้องกันก็จะทำให้เส้นผมที่เคยแห้งเสียกลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง โดยนำคำแนะนำจากเราไปปฏิบัติตาม รับรองเลยว่าเส้นผมจะกลับมาสวยชุ่มชื้นมีน้ำหนักและมีสุขภาพดี ไร้ปัญหาผมแห้งเสียอีกต่อไปได้อย่างแน่นอน


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป