ความรู้สุขภาพ

ผมแห้ง สาเหตุ อาการและวิธีรักษาป้องกันอย่างถูกจุด

สาเหตุของผมแห้งเสีย วิธีป้องกันผมแห้งเสีย และการป้องกันไม่ให้ผมแห้งเสีย
เผยแพร่ครั้งแรก 8 เม.ย. 2018 อัปเดตล่าสุด 9 ส.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 4 นาที
ผมแห้ง สาเหตุ อาการและวิธีรักษาป้องกันอย่างถูกจุด

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • ผมแห้ง คือผมที่สูญเสียน้ำมันในเส้นผม ทำให้ไม่มีน้ำหนัก ดูชี้ฟูไม่สวยงาม จัดแต่งทรงได้ยาก ไม่มีความลื่นเงางามเหมือนผมปกติ
  • สาเหตุที่ทำให้ผมแห้งเสียเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น การสระผมบ่อยเกินไป การใช้ความร้อนกับเส้นผมมากเกินไป หรือการใช้สารเคมีที่มีส่วนทำลายเกร็ดผม
  • การดูแลรักษาผมที่แห้งเสีย ทำได้โดยการใช้ทรีตเมนต์บำรุงให้ความชุ่มชื้นผม เลี่ยงการสระผมบ่อยเกินไป หวีหรือแปรงผมเป็นประจำ เพื่อกระจายน้ำมันให้ทั่วทั้งเส้นผม ที่สำคัญคือเลี่ยงการใช้ความร้อนกับเส้นผม
  • วิธีป้องกันผมแห้งเสียที่ดีที่สุด คือการกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อเส้นผม เช่น Zinc, Protein, Iron, Folic acid ร่วมกับการหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ผใแห้งเสีย
  • ดูแพ็กเกจทรีตเมนต์บำรุงผมได้ที่นี่

ผมแห้งเป็นปัญหาผมที่พบได้มาก โดยเฉพาะผู้หญิง ยิ่งหากไว้ผมยาวแต่ไม่ใส่ใจดูแลบำรุงผมให้ดีด้วยแล้ว โอกาสที่จะเกิดปัญหาผมแห้งเสียยิ่งมีสูงมากทีเดียว วันนี้เราเลยจะพาคุณไปทำความรู้จักเกี่ยวกับสาเหตุของปัญหาผมแห้ง ตลอดจนวิธีดูแลรักษาและป้องกันอย่างถูกจุด ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

ทำความรู้จักกับปัญหาผมแห้ง

ผมแห้งเป็นลักษณะของเส้นผมที่ขาดความชุ่มชื้น ไร้น้ำหนัก โดยเกิดจากการที่น้ำมันธรรมชาติภายในเส้นผมถูกทำลาย หรือเกล็ดผมหลุดลอกออกไปจนทำให้ประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำของเส้นผมลดลง 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ทรีตเมนต์บำรุงผม นวดศีรษะผ่อนคลายวันนี้ ที่คลินิกใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 332 บาท ลดสูงสุด 1650 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads b 28

โดยปกติแล้ว น้ำมันในเส้นผมจะทำหน้าที่ให้ความชุ่มชื้นกับเส้นผม ทำให้ดูเงางาม สลวย และช่วยสะท้อนแสงกลับออกไปได้ส่วนหนึ่ง แต่ผมแห้งอาจเกิดได้จากหลายปัจจัยที่ทำให้ไขมันในเส้นมีไม่เพียงพอ ทำให้ผมแห้งกร้าน ชี้ฟู และดูไม่สวยงาม

สาเหตุที่ทำให้ผมแห้ง

ผมแห้งเสียสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โดยส่วนมากมักมาจากพฤติกรรมที่ผิดๆ จนทำให้เส้นผมเกิดความแห้งเสีย และอาจจะมีอีกหลายปัจจัยร่วมด้วย ดังเช่นปัจจัยเหล่านี้

1. สระผมบ่อย

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าการสระผมบ่อยเป็นการทำให้เส้นผมนุ่มลื่นเงางาม แต่ในความเป็นจริงแล้ว คุณรู้หรือไม่ว่าการสระผมบ่อยจะเป็นการทำลายน้ำมันธรรมชาติของเส้นผมให้หายไป โดยเฉพาะการใช้แชมพูที่มีส่วนประกอบของสารเคมีหรือน้ำหอม ยิ่งมีโอกาสทำให้ผมแห้งเสียกว่าเดิมได้มากทีเดียว

2. การใช้น้ำอุ่นสระผม

ในฤดูหนาวคนส่วนใหญ่มักจะนิยมอาบน้ำอุ่นกัน แต่รู้หรือไม่ว่าอุณภูมิของน้ำที่สูงกว่าปกติล้วนมีผลทำให้ผมแห้งเสียขาดความชุ่มชื้น และยังทำลายการผลิตน้ำมันที่บริเวณหนังศีรษะอีกด้วย ซึ่งจะทำให้หนังศีรษะแห้ง เกิดปัญหารังแคได้ง่าย

3. ใช้อุปกรณ์ทำผมไฟฟ้าบ่อยเกินไป

ประเภทเครื่องหนีบผม เครื่องม้วนผม หรือไดรฟ์เป่าผม เป็นต้น เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้จะใช้ความร้อนในการจัดแต่งทรงผม ซึ่งความร้อนที่ได้รับล้วนมีผลต่อเส้นผมคือ ทำให้เส้นผมแห้งเสียได้ง่าย และหากใช้บ่อยๆ อาจจะทำให้ผมแตกปลายได้อีกด้วย

4. การใช้สารเคมีกับเส้นผม

เนื่องจากสารเคมีที่ผสมอยู่ในน้ำยาทำผม เช่น การย้อมผม การดัดผม หรือการยืดผม จะเป็นตัวทำลายเกล็ดผมให้หลุดลอกออกไป ส่งผลต่อการกักเก็บความชุ่มชื้นของเส้นผมให้ลดลงไปด้วย ซึ่งจะทำให้เส้นผมแห้งเสียและหยาบกระด้างได้ง่ายทีเดียว

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ทรีตเมนต์บำรุงผม นวดศีรษะผ่อนคลายวันนี้ ที่คลินิกใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 332 บาท ลดสูงสุด 1650 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads b 28

5. แสงแดด

สังเกตได้ว่าเมื่อต้องเจอกับสภาพอากาศร้อนบวกกับแสงแดดที่รุนแรงเป็นเวลานาน เส้นผมจะมีลักษณะแห้งกร้าน นั่นเป็นผลมาจากรังสีอัลตราไวโอเลตหรือที่มักเรียกกันว่ารังสี UV จะส่งผลให้โปรตีนเคราตินในเส้นผมถูกทำลายไป จนทำให้เส้นผมเกิดความแห้งกร้านในที่สุด

6. ความเครียด

มีหลักฐานมากมายที่แสดงให้เห็นว่าความเครียดมีความสัมพันธ์กับการหลุดล่วงของเส้นผม เนื่องจากความเครียดจะไปแทรกแซงวงจรการหลุดล่วงของเส้นผมตามธรรมชาติ อาจมีผลให้ผมหงอกก่อนวัย ผมหลุดร่วง และผมเสีย ดังนั้นการจัดการกับความเครียดจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ลักษณะอาการผมแห้ง

เส้นผมที่แห้งจะมีลักษณะแห้งกร้าน ไร้น้ำหนัก และชี้ฟู เมื่อมีการสะท้อนกับแสงจะไม่พบความเงางามเหมือนผมที่มีสุขภาพดีทั่วไป หากลองใช้มือสัมผัสจะรู้สึกได้ว่าเส้นผมมีความกระด้างกว่าปกติ เมื่อถูกลมพัดเส้นผมก็จะพันกันง่าย เมื่อใช้มือสางจะสางไม่ค่อยไป ในบางรายที่ผมแห้งมากๆ ส่งผลให้เกิดการแตกแยกของเส้นผมขึ้นบริเวณปลายผม หรือที่เรียกว่าผมแตกปลาย ซึ่งถือเป็นปัญหาผมที่เพิ่มขึ้นมาจากเดิมอีกหนึ่งปัญหา

วิธีดูแลรักษาปัญหาผมแห้ง

1. ไม่ควรสระผมบ่อย

ควรสระผมประมาณ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยให้เลือกใช้แชมพูที่มีความอ่อนโยน และไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม หลังจากที่สระผมแล้วควรใช้ครีมนวดผมตามทุกครั้ง สำหรับคนที่มีหนังศีรษะมันง่ายให้ใช้วิธีการนวดผมแค่บริเวณปลายผม หรือนวดให้ห่างจากหนังศีรษะประมาณ 3-4 นิ้ว

2. บำรุงผมด้วยทรีตเมนต์

โดยให้ทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพราะทรีทเม้นท์จะเข้าไปเติมเต็มในส่วนที่เกล็ดผมหลุดลอกออกไป ทำให้ผมกลับมากักเก็บน้ำได้มากขึ้น โดยเฉพาะคนที่ใช้สารเคมีกับผม เช่น ทำสีผม หรือยืดผม เป็นต้น ยิ่งไม่ควรพลาดการทำทรีทเม้นท์ผมเด็ดขาด โดยอาจจะทำสัปดาห์ละ 2 ครั้งก็ยังได้

3. หวีหรือแปรงผม

ให้แปรงจากบริเวณโคนผมไปยังปลายผม เพราะการหวีหรือแปรงผมจะเป็นการช่วยกระจายน้ำมันจากหนังศีรษะไปยังบริเวณส่วนปลาย ซึ่งจะช่วยให้น้ำมันหล่อเลี้ยงเส้นผมตั้งแต่โคนจรดปลายได้อย่างทั่วถึงนั่นเอง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ทรีตเมนต์บำรุงผม นวดศีรษะผ่อนคลายวันนี้ ที่คลินิกใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 332 บาท ลดสูงสุด 1650 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads b 28

4. หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องมือจัดแต่งทรงผมที่ให้ความร้อน

หากจำเป็นต้องใช้ ให้หาเซรั่มหรือสเปย์บำรุงผมหรือสเปรย์ป้องกันความร้อนฉีดก่อน เพื่อช่วยลดการสูญเสียความชุ่มชื้นของผม

วิธีป้องกันปัญหาผมแห้ง

1. ลดการใช้เครื่องมือจัดแต่งทรงผมที่ให้ความร้อน

โดยอาจจะนานๆ ใช้ทีก็เพียงพอแล้ว โดยเฉพาะใครที่มีปัญหาผมแห้งมากหรือไม่อยากให้ผมแห้งเสีย แนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าในการทำผมดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นที่หนีบผม หรือที่ม้วนผมลอนก็ตาม ลองจัดแต่งทรงผมด้วยวิธีธรรมชาติอื่นๆ เช่น ทำทรงผมเปียในหลากหลายแบบหลายสไตล์ดู แล้วตกแต่งผมด้วยเครื่องประดับสวยๆ อย่างกิ๊บหรือโบว์น่ารักๆ ก็เพียงพอแล้ว

2. หลีกเลี่ยงการทำผมที่จะต้องใช้สารเคมี

เช่น การย้อมผม การดัดผม หรือการยืดผม หรือหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้หาเซรั่มหรือทรีทเม้นท์มาเป็นตัวช่วยในการบำรุงผมอยู่เป็นประจำ และไม่ควรทำผมด้วยการใช้สารเคมีบ่อยเกินไป ควรเว้นระยะห่าง โดยนานๆ ทีอาจจะทำผมด้วยวิธีนี้สักครั้ง ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้ผมแห้งเสียได้

3. หลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดนานๆ

หรือหากมีความจำเป็นที่จะต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือเจอแดดบ่อยๆ ควรฉีดสเปรย์หรือเซรั่มป้องกันแสงแดด และสวมหมวกปกปิดหรือกางร่มเมื่อออกจากบ้าน ก็จะช่วยป้องกันแสงแดดไม่ให้ทำร้ายเส้นผมจนแห้งกรอบได้แล้ว

4. กินอาหารที่มีประโยชน์

สารอาหารที่กินเข้ามีส่วนสำคัญต่อการเจริญเติบโตและป้องกันความเสียหายของเส้นผมได้ โดยอาจเลือกกินสารอาหารดังต่อไปนี้

  • ซิงค์ (Zinc)
  • ธาตุเหล็ก (Iron)
  • กรดโฟลิก (Folic acid)
  • โปรตีน (Protein)
  • สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants)

สารอาหารเหล่านี้เป็นสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะ ดังนั้นควรกินอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารเหล่านี้เพื่อป้องกันผมร่วงหรือผมเสีย

5. ดื่มน้ำเยอะๆ

เพราะการดื่มน้ำจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับร่างกาย ไม่เว้นแม้กระทั่งเส้นผมก็จะได้รับการบำรุงไปด้วยเช่นกัน

ปัญหาผมแห้งเสีย ล้วนเป็นปัญหาที่หลายคนกำลังพบเจออยู่ แต่หากคุณได้ทราบถึงสาเหตุ และวิธีรักษาป้องกันก็จะทำให้เส้นผมที่เคยแห้งเสียกลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง โดยนำคำแนะนำจากเราไปปฏิบัติตาม รับรองเลยว่าเส้นผมจะกลับมาสวยชุ่มชื้นมีน้ำหนักและมีสุขภาพดี ไร้ปัญหาผมแห้งเสียอีกต่อไปได้อย่างแน่นอ

ดูแพ็กเกจทรีตเมนต์บำรุงผม เปรียบเทียบราคา โปรโมชันล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจเหล่านี้ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @hdcoth และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


10 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Healthline, Why Do I Have Dry Hair?, (https://www.healthline.com/health/dry-hair), 10 May 2018.
Healthline, How to Stop Hair Breakage, (https://www.healthline.com/health/hair-breakage), 4 January 2018.
Dry Hair? Best Shampoos, Conditioners, Treatment, Oils. Health.com. (https://www.health.com/beauty/best-products-dry-damaged-hair)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป