การกินเพื่อสุขภาพ

ดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ ดื่มอย่างไรจึงจะเพียงพอต่อร่างกายต้องการ

เรียนรู้วิธีดื่มน้ำอย่างเหมาะสม ดื่มอย่างไร ปริมาณเท่าไร เวลาไหนไม่ควรดื่ม
เผยแพร่ครั้งแรก 28 มี.ค. 2017 อัปเดตล่าสุด 12 พ.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
ดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ ดื่มอย่างไรจึงจะเพียงพอต่อร่างกายต้องการ

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • น้ำ เป็นส่วนประกอบสำคัญถึง 2 ใน 3 ขอร่างกายที่ขาดไม่ได้ หากขาดน้ำ เซลล์ในร่างกายจะเริ่มแห้ง ซึ่งสังเกตได้จากผิวหนังที่จะเริ่มขาดความชุ่มชื้น และเริ่มแห้งกรัง ตกเป็นสะเก็ด
  • วิธีคำนวณว่า คุณควรดื่มน้ำเท่าไร ให้นำเลข 33 คูณกับเลขน้ำหนักของคุณ และใช้หน่วยเป็น CC เช่น หากน้ำหนัก 65 กิโลกรัม ก็ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 33x65 = 2,145 CC
  • อุณหภูมิน้ำดื่มที่ดีที่สุด คือ น้ำในอุณหภูมิห้อง เพื่อที่ร่างกายจะได้ไม่ต้องปรับสมดุลด้านอุณหภูมิ และคุณไม่ควรดื่มน้ำก่อนกินอาหาร 15 นาที และหลังกินอาหาร 45 นาที เพื่อจะได้ไม่ไปรบกวนระบบย่อยอาหาร
  • หากดื่มน้ำมากเกินไป จะส่งผลเสียต่อร่างกายได้ โดยเรียกอาการนี้ได้ว่า “อาการน้ำเป็นพิษ” ซึ่งจะทำให้เลือดในร่างกายจางลง และทำให้สมดุลร่างกายผิดปกติ
  • การดื่มน้ำให้เพียงพอเป็นวิธีเสริมสุขภาพให้แข็งแรง แต่นอกเหนือจากนั้น คุณยังควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และหมั่นไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ (ดูแพ็กเกจตรวจสุขภาพทั้งผู้หญิง และผู้ชายทุกวัยได้ที่นี่)

จริงอยู่ว่า การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบห้าหมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง แต่ "น้ำ" ก็เป็นสิ่งที่ร่างกายขาดไม่ได้ 

ความสำคัญของน้ำ

น้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญในการปรับสมดุลของร่างกาย โดยน้ำมีสัดส่วนถึง 2 ใน 3 ของร่างกายมนุษย์  ดังนั้นหากเราได้รับน้ำในปริมาณที่น้อยเกินไป เซลล์ร่างกายก็จะแห้ง ซึ่งสังเกตได้จากผิวหนังที่เริ่มแห้ง หรือตกสะเก็ด 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

นอกจากนี้ น้ำยังมีส่วนช่วยในการลำเลียงสารไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย ช่วยในการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายไม่ว่าจะเป็นเหงื่อ หรือปัสสาวะ อีกทั้งยังช่วยให้อุจาระไม่แข็งจนเกินไป 

ปริมาณน้ำที่ควรดื่มต่อวัน

สำหรับคนทั่วไปให้คำนวณง่าย คือ นำน้ำหนักตัวคูณด้วย 33 โดยหน่วยเป็น CC 

ตัวอย่าง เช่น มีน้ำหนัก 70 กิโลกรัม คุณก็ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 33 x 70 = 2,310 CC คือ 2 ลิตรกว่าๆ หรือประมาณง่าย คือ ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว 

หากต้องออกกำลังกาย หรือทำงานหนัก คุณอาจต้องเพิ่มปริมาณน้ำที่ต้องดื่มในแต่ละวัน หรือหากต้องทำงานในสภาวะที่ต้องเสียเหงื่อเยอะ เช่น ทำงานกลางแสงแดด หรืออากาศร้อน 

หรือหากร่างกายไม่ปกติ เช่น ได้รับสารเคมี ก็ควรดื่มน้ำในปริมาณมากๆ เพื่อช่วยในการขับสารพิษออกจากร่างกาย นอกจากนี้ การดื่มน้ำยังทำให้ผิวของเราสุขภาพดีอีกด้วย

การดื่มที่น้ำที่ถูกวิธี

การดื่มน้ำเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายๆ ทั่วไป แต่ก็ยังมีข้อควรระวังบางอย่างที่คุณควรรู้ไว้บ้าง เช่น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195
  • น้ำที่ดื่มควรเป็นน้ำดื่มที่สะอาด ข้อนี้สำคัญมาก น้ำที่คุณดื่มควรเป็นน้ำที่สะอาด เพราะการดื่มน้ำที่ไม่สะอาด อาจเป็นพาหะนำเชื้อโรค หรือสารพิษเข้าสู่ร่างกายแทนที่จะเป็นข้อดี และอาจกลายเป็นอาการป่วยแทน 
  • ควรดื่มน้ำเปล่า ไม่ใช่น้ำหวาน คุณสามารถเติมส่วนผสมอื่นๆ ลงไปในน้ำได้ คุณอาจบีบมะนาวลงเล็กน้อย หรือส่วนผสมอื่น แต่ควรยังคงรูปน้ำที่ดื่มให้เป็นน้ำเปล่าเอาไว้ ไม่ใช่ผสมน้ำตาล หรือผงเครื่องดื่มจนกลายเป็นน้ำหวานไปเลย 

    คุณสามารถดื่มน้ำเปล่า หรือน้ำผลไม้ระหว่างวันได้ แต่ควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม และต้องดื่มน้ำเปล่าธรรมดาควบคู่ไปด้วย
  • อย่าดื่มน้ำเร็วเกินไป หรือมากเกินไป เมื่อกระหายน้ำ เรามักจะยกน้ำดื่มทีเดียวในปริมาณมากๆ ซึ่งนั่นเป็นการดื่มที่ผิดวิธี เพราะอาจทำให้เกิดอาการจุกได้

    และที่สำคัญ การเดิมน้ำในปริมาณมากเกินไปจะทำให้อวัยวะภายบางส่วนทำงานหนัก เช่น กระเพาะปัสสาวะ การดื่มน้ำในปริมาณมากมีได้ 2 กรณีคือ ดื่มตอนตื่นนอนในตอนเช้า หรือดื่มเพื่อบำบัดอาการเจ็บป่วย
  • อุณหภูมิของน้ำก็มีผล โดยทั่วไปเรามักนิยมดื่มน้ำเย็นเพื่อให้ความสดชื่น แต่น้ำที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเรามากที่สุด คือ น้ำในอุณหภูมิห้อง เพราะร่างกายเราจะได้ไม่ต้องไปปรับสมดุลในด้านอุณหภูมิ
  • เวลาที่ควร และไม่ควรดื่มน้ำ เมื่อตื่นนอน คุณควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 1 แก้ว และก่อนนอนไม่ควรดื่มน้ำ เพราะอาจต้องตื่นมาขับถ่ายกลางดึก 

    นอกจากนี้ คุณไม่ควรดื่มน้ำมากก่อนรับประทานอาหาร 15 นาที และหลังรับประทาน 45 นาที แต่ควรดื่มหลังจากรับประทานไปแล้ว 1 ชั่วโมง เพราะ การดื่มน้ำหลังจากเพิ่งรับประทานอาหารเสร็จ จะไปรบกวนการทำงานของระบบย่อยอาหารได้

ผู้ที่เล่นกีฬาควรดื่มน้ำทุกๆ 15 นาที เพื่อป้องกันสภาวะขาดน้ำของร่างกาย ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ และควรใช้วิธีจิบน้ำแทนการดื่ม เพื่อป้องกันอาการจุก 

ข้อแนะนำเกี่ยวกับการดื่มน้ำ

ดื่มน้ำก่อนรับประทานอาหารสัก 15 นาทีจะช่วยลดปริมาณอาหารที่จะรับประทานลงได้ และควรมีน้ำติดตัวไว้ตลอดเวลา เพื่อให้สะดวกเวลาที่กระหาย การดื่มน้ำที่ดี ควรดื่มครั้งละน้อยๆ แต่ให้ดื่มบ่อยๆ ด้วยการจิบแทน 

การดื่มน้ำแม้จะส่งผลดีต่อร่างกาย แต่การดื่มน้ำครั้งละมากๆ หรือดื่มมากเกินไป ก็อาจจะทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายได้ เรียกว่า "อาการน้ำเป็นพิษ" ซึ่งจะทำให้ร่างกายเกิดภาวะไม่สมดุล เลือดเจือจาง อีกทั้งระดับเกลือโซเดียมในร่างกายยังลดต่ำเกินไปด้วย

คงไม่มีใครคาดคิดว่า เรื่องเล็กๆน้อยๆ เช่น การดื่มน้ำจะส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมของเราได้อย่างมากมาย เราจึงควรสร้างนิสัยการดื่มน้ำที่ถูกต้องให้กับตัวเราเอง

ดูแพ็กเกจตรวจสุขภาพทั้งผู้หญิง และผู้ชายได้ที่นี่ เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจต่างๆ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @HonestDocs และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


5 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม