มะเร็งและโรคร้าย

รู้จักไวรัสตับอักเสบชนิดต่างๆ ที่พบได้ในประเทศไทย ทั้ง เอ บี ซี ดี และอี

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
รู้จักไวรัสตับอักเสบชนิดต่างๆ ที่พบได้ในประเทศไทย ทั้ง เอ บี ซี ดี และอี

ไวรัสตับอักเสบเป็นโรคที่พบได้บ่อยในประเทศไทย โดยไวรัสทั้งหมดมีลักษณะการติดต่อที่แตกต่างกันไปตามชนิดของไวรัส ซึ่งแบ่งเป็นประเภทที่พบได้ดังนี้

  1. ไวรัสตับอักเสบเอ [พบได้บ่อย]
  2. ไวรัสตับอักเสบบี [พบได้บ่อย]
  3. ไวรัสตับอักเสบซี
  4. ไวรัสตับอักเสบดี
  5. ไวรัสตับอักเสบอี

ชนิดของโรคไวรัสตับอักเสบ

โรคไวรัสตับอักเสบสามารถแบ่งอาการออกเป็น 2 ชนิดด้วยกันได้แก่ ตับอักเสบเฉียบพลัน และ ไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง

1. โรคตับอักเสบเฉียบพลัน

เป็นโรคตับอักเสบที่เป็นไม่นานก็สามารถหายเองได้ โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักมีอาการเพียง 2 - 3 สัปดาห์และไม่เกิน 2 เดือน ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักหายขาดแต่ก็มีบางส่วนที่เป็นตับอักเสบเรื้อรัง และบางรายก็รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต

โดยผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อต่างๆ ปวดข้อ มีอาการเวียนหัวเคลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร ในบางรายอาจจะพบผื่นขึ้นตามตัว มีอาการท้องเสีย มีปัสสาวะสีเข้ม ตัวเหลือ ตาเหลือง ในบางรายอาการตัวเหลืองนี้จะหายไปในระยะเวลา 1 - 2 สัปดาห์ แต่บางรายก็อาจจะนาน 2 - 3 เดือน แต่ส่วนใหญ่มักจะหายเป็นปรกติ

ผู้ที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบบี มีเพียงร้อยละ 5 - 10 ที่มีโอกาสเป็นตับอักเสบเรื้อรัง ส่วนผู้ที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบซี มีโอกาสเป็นตับอักเสบเรื้อรัง ถึงร้อยละ 85

2. โรคไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง

ไวรัสตับอักเสบเรื้อรังเป็นโรคตับอักเสบที่มีอาการ นานเกินกว่า 6 เดือน โดยแบ่งได้อีกเป็น 2 ชนิดได้แก่

  • Chronic Persistent : เป็นอาการอักเสบแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่รุนแรงแต่อาจจะเกิดอาการอักเสบมากขึ้นมาได้
  • Chronic Active Hepatitis : เป็นอาการอักเสบที่เกิดจากตับถูกทำลายไปมาก และเกิดอาการตับแข็ง

ในผู้ที่เป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง ผู้ป่วยมักไม่มีอาการเกิดขึ้น แต่เชื้อไวรัสก็จะทำลายตับไปเรื่อยๆ จนเกิดอาการตับแข็ง และท้ายสุดก็จะกลายเป็นมะเร็งตับ

สาเหตุของการเกิดโรคตับอักเสบ

  • เกิดการการรับเชื้อไวรัสตับอักเสบ ที่มีหลายชนิดได้แก่ ชนิดเอ, บี, ซี, ดี, อี 
  • ดื่มเครื่องดื่มภาชนะร่วมกันกับผู้ป่วย/ผู้ที่เป็นพาหะ
  • ยาบางชนิดก็ก่อให้เกิดโรคตับได้ เช่น ยารักษาวัณโรค halothane, isoniazid, methyldopa, phenytoin, valproic acid, sulfonamide drugs. หากผู้ป่วยได้ acetaminophen หรือพาราเซ็ตตามอลในปริมาณสูงมากเกินก็สามารถทำให้ตับถูกทำลายได้
  • เกิดจากเชื้อโรคในบางชนิด เช่น ไทฟอยด์,มาลาเรีย 

จะทราบได้อย่างไรว่ากำลังเป็นโรคตับอักเสบ

  • ตรวจการทำงานของตับโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้วยการหาระดับของ SGOT[AST],SGPT [ALT] โดยค่าปกติจะน้อยกว่า 40 IU/L ถ้าหากมีค่ามากกว่า 1.5-2 เท่าให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าตับอักเสบ และหากพบว่าผิดปกติแพทย์จะขอตรวจเดือนละครั้งติดต่อกันอย่างน้อย 3 เดือนเพื่อยืนยันการเป็นโรค 
  • ตรวจหาเชื้อด้วยวิธีการต่างๆ 
  • ตรวจดูโครงสร้างของตับ 
  • ตรวจชิ้นเนื้อของตับ โดยแพทย์จะนำชิ้นเนื้อตับไปตรวจเพื่อวินิจฉัยความรุนแรงของโรค

ข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมของโรคไวรัสตับอักเสบประเภทต่างๆนั้น สามารถดูข้อมูลได้จากด้านล่างนี้ แยกเป็นลิงค์เพื่อง่ายต่อการทำความเข้าใจ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่