มะเร็งและโรคร้าย

ไวรัสตับอักเสบเอ : มีไข้ อ่อนเพลีย ตัวเหลือง ตาเหลืองใน 2-3 วัน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
ไวรัสตับอักเสบเอ : มีไข้ อ่อนเพลีย ตัวเหลือง ตาเหลืองใน 2-3 วัน

โรคไวรัสตับอักเสบเอ เกิดจากกลุ่มเชื้อไวรัสกลุ่ม Picornavirus ที่สามารถติดเชื้อได้เฉพาะในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยผู้ที่เคยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอไปแล้วก็จะมีภูมิคุ้มกันตลอดชีวิตและจะไม่กลับมาเป็นอีก โรคไวรัสตับอักเสบเอนี้สามารถติดเชื้อนี้ได้ถ้าไม่มีภูมิคุ้มกัน โดยติดได้จากทางน้ำดื่ม หรือทางอาหารที่มีเชื้อไวรัสตัวนี้ปนเปื้อนอยู่

ระยะฟักตัวของเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ

ระยะฟักตัวมีระยะตั้งแต่ได้รับเชื้อ จนกระทั่งเกิดอาการของโรค ใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 28 วัน 

การติดเชื้อ

การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ มักเกิดจากการทานอาหารหรือดื่มน้ำที่มีเชื้อไวรัสชนิดนี้เข้าไป นอกจากนี้อาจจะเกิดจากการสัมผัสโดยตรงได้อีกด้วยแต่พบไม่บ่อยนัก นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งได้ (ไวรัสตับอักเสบเอจะไม่ติดต่อทางน้ำลายหรือปัสสาวะ)

ช่วงระยะเวลาในการติดต่อ

ระยะเวลาในการติดต่อจากคนสู่คน จนถึงช่วงก่อนเกิดอาการ จะใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 2 อาทิตย์ และอาจจะอยู่ได้อีกหลายอาทิตย์หลังจากที่มีอาการตัวเหลืองตาเหลืองไปแล้ว โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีการอักเสบของตับ ในช่วงระยะเวลา 3 – 10 วันก่อนที่จะเกิดอาการสามารถพบเชื้อได้มากในอุจาระ และถึงแม้ผลเลือดจะกลับคืนสู่ปรกติแล้วก็ยังสามารถตรวจพบเชื้อในเลือดของผู้ป่วยได้ (เป็นพาหะ)

สามารถติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอได้จากทางไหนบ้าง

  • ติดจากการทานอาหารจากผู้ที่ป่วยโรคนี้และไม่ล้างมือให้สะอาดหลังเข้าห้องน้ำ 
  • มีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ 
  • ดื่มน้ำที่มีเชื้อแฝงอยู่ 

อาการของผู้ป่วยที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบเอ

อาการมักมีดังนี้ เริ่มจากเป็นไข้ตัวร้อน มีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน แน่นบริเวณชายโครงขวา มีอาการท้องร่วง ปัสสาวะสีเข้ม มีอุจาระสีซีด และมีอาการตัวเหลืองตาเหลืองที่เรียกว่าโรคดีซ่าน

อาการเหล่านี้มักจะหายภายใน 2 เดือน (ในบางรายก็ใช้เวลาถึง 6 เดือน) โดยอาการมักแสดงหลังจากผู้ป่วยติดเชื้อไปแล้วประมาณ 28 วัน (ช่วงระหว่าง 15 – 50 วัน) อาการในผู้ใหญ่จะแรงกว่าในเด็ก ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาจจะมีอาการเพียงบางอย่าง

อาการไวรัสตับอักเสบเอแบ่งได้เป็น 4 ระยะ

ระยะแรก เรียกกันว่า ระยะฟักตัวเป็นระยะที่นับตั้งแต่ได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายจนเกิดอาการของโรคโดยปกติใช้เวลาประมาณ 28 วัน 

ระยะสอง จะเกิดอาการทั่วไปที่เรียกว่า Prodome โดยผู้ป่วยจะมีอาการดังที่กล่าวไปแล้วด้านบนแต่จะยังไม่เป็นดีซ่านหรือตัวเหลืองตาเหลือง 

ระยะสาม มีอาการตัวเหลืองตาเหลือง ระยะนี้จะเริ่มหลังจากระยะสองประมาณ 10 วัน หลังจากมีอาการตัวเหลืองตาเหลืองแล้วก็อาจจะมีไข้อีก 2 – 3 วัน ในช่วงที่มีอาการตัวเหลืองตาเหลือง จะไม่พบเชื้อในกระแสเลือด แต่สามารถพบในอุจาระ และยังสามารถติดต่อไปยังผู้อื่นได้อีก 2 – 3 อาทิตย์ 

ระยะสี่ เป็นระยะฟื้นตัว การฟื้นตัวหลังจากเป็นไวรัสตับอักเสบเอมักจะช้า แต่ส่วนใหญ่ก็หายขาดโดยไม่มีโรคแทรกซ้อน และไม่เป็นโรคเรื้อรัง 

ในขณะเป็นโรคเมื่อไปหาแพทย์เพื่อตรวจ มักจะพบว่ามีอาการ ตับ ม้ามโต และมีอาการดีซ่าน นอกจากนี้ร้อยละ 10 -15 ก็จะมีอาการกำเริบขึ้นมาอีกครั้งในระยะเวลา 6 เดือนตั้งแต่เกิดอาการตับอักเสบ และอาจเกิดแทรกซ้อนที่สำคัญและอันตรายคือตับวาย ซึ่งพบได้น้อยมาก (ร้อยละ 0.5 เท่านั้น)

ปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

  • อยู่อาศัยร่วมกับผู้ป่วยหรือมีเพศสัมพันธ์กัน 
  • เป็นเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ทำให้เสี่ยงต่อการสัมผัสโรค 
  • ท่องเที่ยวในพื้นที่ที่มีการระบาด 
  • อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาด 
  • เด็กและเจ้าหน้าที่ศูนย์เลี้ยงเด็ก 
  • คนที่พักอาศัยอยู่ในชุมชนแออัด 
  • ผู้รักร่วมเพศ 
  • ผู้ใช้ยาเสพติด 
  • ผู้เป็นโรคเลือดต้องถ่ายเลือดบ่อย 
  • ผู้ที่เป็นโรคตับ 
  • คนที่ทำงานใกล้ชิดลิง

การวินิจฉัยโรค

ถ้าผู้ป่วยมีตับอักเสบขึ้น และมีการตรวจพบว่าค่า SGOT, SGPT สูงแพทย์ก็จะเจาะเลือดเพิ่มเพื่อหาสาเหตุของอาการตับอักเสบ หรือเพาะเชื้อแล้วพบไวรัสตับอักเสบเอ

การป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบเอ

  • ให้ Immune globulin ซึ่งเป็นภูมิต้านทานไวรัสตับอักเสบเอ ใช้ป้องกันได้ในระยะสั้นโดยให้เพื่อป้องกันก่อนไปสัมผัสกับโรค หรือให้หลังสัมผัสโรคไม่เกิน 2 อาทิตย์
  • ให้ Hepatitis A vaccine สำหรับเด็กที่มีอายุมากกว่า 2 ขวบที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการติดโรไวรัสตับอักเสบเอ

การป้องกันเพื่อไม่ให้รับเชื้อ

  • ทำการล้างมือทุกครั้งก่อนลงมือปรุงอาหารและหลังจากเข้าห้องน้ำ 
  • ใส่ถุงมือเมื่อต้องสัมผัสกับอุจาระ 
  • เมื่อไปต่างสถานที่แปลกๆ ให้ดื่มน้ำสุก 

วัคซีนที่ใช้ฉีด

การฉีดวัคซีนต้องฉีด 3 เข็ม โดยมีระยะเวลาของเข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 6 เดือน และเข็มที่ 3 ห่างจากเข็มที่ 2 อีก 6 เดือน สามารถให้วัคซีนไวรัสตับอีกเสบเอพร้อมกับวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี บาดทะยัก คอตีบ ไข้สมองอักเสบได้ ภูมิคุ้มกันต่อโรคไวรัสตับอักเสบจะเกิดหลังฉีดเข็มแรกไป 4 อาทิตย์และอยู่ได้นาน 20 ปี หลังจากฉีดเข็มแรกไปแล้วถ้าลืมไปฉีดเข็มที่ 2 จนเกินเวลาให้รีบฉีดทันทีที่นึกได้ โดยไม่ต้องเริ่มเข็มแรก และเข็มที่ 3 ก็นับห่างจากเข็มที่ 2 ไป 6 เดือนตามปรกติ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่