กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
นพ.วรพันธ์ พุทธศักดา
ตรวจสอบความถูกต้องโดย
นพ.วรพันธ์ พุทธศักดา

ไวรัสตับอักเสบเอ

โรคนี้ติดต่อได้ง่ายจากการรับประทานอาหาร หรือสัมผัสกับสิ่งปนเปื้อนไวรัส แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน
เผยแพร่ครั้งแรก 28 มี.ค. 2017 อัปเดตล่าสุด 17 พ.ย. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 22 พ.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
ไวรัสตับอักเสบเอ

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • โรคไวรัสตับอักเสบเอเกิดจากกลุ่มเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดเอ (Hepatitis A Virus: HAV) แม้จะไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคตับอักเสบเรื้อรังแต่ผู้ป่วยบางรายก็อาจอ่อนเพลียอย่างหนัก ไตวาย ตับวายเฉียบพลัน และมีโอกาสเสียชีวิตได้
  • เชื้อไวรัสตับอักเสบเอสามารถติดเชื้อได้ทางปากและทวารหนัก เช่น การรับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนไวรัส การสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ การมีเพศสัมพันธ์ สัมผัสกันทางทวารหนัก (มักระบาดในกลุ่มชายรักชาย)
  • อาการเมื่อติดเชื้อ เช่น มีไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ท้องเดิน คลื่นไส้อาเจียน แน่นบริเวณชายโครงขวา ดีซ่าน (ตัวเหลืองตาเหลือง) แต่เมื่อหายจากโรค จะมีภูมิคุ้มกันโรคนี้ไปตลอดชีวิต ไม่เป็นพาหะเรื้อรัง และไม่กลับมาเป็นอีก 
  • ไม่มีการรักษาแบบจำเพาะ เป็นการรักษาเพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูแลไม่ให้ร่างกายอ่อนเพลียจากการขาดสารน้ำและแร่ธาตุ หากผู้ป่วยมีอาการท้องเดิน และอาเจียนอย่างหนัก
  • การป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบที่ดีที่สุด คือ การฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบ และรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลให้ดี
  • เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจตรวจฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบ

"ตับ" เป็นอวัยวะสำคัญของร่างกาย แม้จะมีความมหัศจรรย์กว่าอวัยวะอื่นๆ ตรงที่สามารถฟื้นตัวได้เอง หากตับได้พักจากสิ่งที่กระตุ้นให้ป่วย เช่น แอลกอฮอล์ แต่หากตับเกิดการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบขึ้นมา ต้องรีบรักษาโดยเร็วตามชนิดของไวรัสที่ติดเชื้อ

แม้ไวรัสตับอักเสบเอจะไม่ได้มีอาการรุนแรง หรือน่ากลัวมากเท่ากับไวรัสตับอักเสบชนิดบี หรือซี แต่หากติดเชื้อก็ควรรีบทำการรักษา เพื่อรักษาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยไว้  

โรคไวรัสตับอักเสบ

โรคไวรัสตับอักเสบ (Hepatitis) มี 5 ชนิด ได้แก่ ไวรัสตับอักเสบชนิดเอ บี ซี ดี และอี สำหรับประเทศไทยมีไวรัสเพียง 2 ชนิดเท่านั้นที่เป็นปัญหาสำคัญของสาธารณสุข นั่นคือ "ไวรัสตับอักเสบชนิดบีและซี" 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปรึกษาเภสัช สั่งยา ฟรีค่าส่งทั่วประเทศ*

แชทกับเภสัชกรฟรี! 9 โมงเช้าถึงเที่ยงคืน พร้อมรับส่วนลดค่ายา 5% HDmall ออกค่าส่งให้สูงสุด 40 บาท

นั่นเพราะหากตับอักเสบเรื้อรังจากการติดไวรัส 2 ชนิดนี้ จะทำให้เป็นตับแข็ง มีภาวะแทรกซ้อนต่างๆ และเป็นมะเร็งตับได้ในที่สุด ส่วนไวรัสตับอักเสบเอมีรายงานผู้ป่วยในทุกภาคของประเทศและมีการระบาดเป็นระยะๆ

โรคไวรัสตับอักเสบเอ

เกิดจากกลุ่มเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดเอ (Hepatitis A Virus: HAV) แม้จะไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคตับอักเสบเรื้อรังแต่ผู้ป่วยบางรายก็อาจอ่อนเพลียอย่างหนัก ไตวาย ตับวายเฉียบพลัน และมีโอกาสเสียชีวิตได้

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เคยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอไปแล้วก็จะมีภูมิคุ้มกันตลอดชีวิตและจะไม่กลับมาเป็นอีก

การติดต่อของโรคไวรัสตับอักเสบเอ

เชื้อไวรัสตับอักเสบเอสามารถติดเชื้อได้ทางปากและทวารหนัก ดังนี้

  • การรับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำที่มีเชื้อไวรัสชนิดนี้เข้าไป 
  • การสัมผัสสิ่งปนเปื้อนเชื้อไวรัส เช่น อุจจาระ ปัสสาวะ (ไม่ล้างมือหลังเข้าห้องน้ำ) 
  • การสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ 
  • การมีเพศสัมพันธ์ สัมผัสกันทางทวารหนัก (มักระบาดในกลุ่มชายรักชาย) 

เมื่อได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ เชื้อจะเข้าฝังตัวในลำไส้และกระจายไปยังตับจนตับเกิดการอักเสบขึ้นใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 1-2 สัปดาห์ และมักมีอาการนานถึง 50 วัน 

ช่วงระยะเวลาในการติดต่อ

ระยะเวลาในการติดต่อจากคนสู่คนจนถึงช่วงก่อนเกิดอาการ จะใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 2 สัปดาห์และอาจอยู่ได้อีกหลายสัปดาห์หลังจากที่มีอาการตัวเหลืองตาเหลืองไปแล้ว โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีการอักเสบของตับ 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 553 บาท ลดสูงสุด 59%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

ในช่วงระยะเวลา 3 – 10 วันก่อนที่จะเกิดอาการ สามารถพบเชื้อได้มากในอุจาระ และถึงแม้ผลเลือดจะกลับคืนสู่ปกติแล้วก็ยังสามารถตรวจพบเชื้อในเลือดของผู้ป่วยได้ (เป็นพาหะ)

อาการของโรคไวรัสตับอักเสบเอ

  • มีไข้
  • รู้สึกไม่สบายตัว
  • อ่อนเพลีย 
  • เบื่ออาหาร 
  • คลื่นไส้อาเจียน 
  • แน่นบริเวณชายโครงขวา 
  • มีอาการท้องร่วง 
  • มีอาการดีซ่าน (ปัสสาวะสีเข้ม มีอุจจาระสีซีด ดวงตาขาว และมีอาการตัวเหลืองตาเหลือง)

อาการเหล่านี้มักจะหายภายใน 2 เดือน (ในบางรายก็ใช้เวลาถึง 6 เดือน) อาการในผู้ใหญ่จะแรงกว่าในเด็ก ยิ่งอายุมากอาการจะรุนแรงมากขึ้นตามลำดับและอาจเกิดแทรกซ้อนที่สำคัญและอันตรายคือตับวาย ซึ่งพบได้น้อยมาก (0.5%) 

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบส่วนใหญ่ก็หายขาดจากโรคโดยไม่มีโรค หรือภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ และไม่เป็นพาหะเรื้อรัง รวมทั้งมีภูมิคุ้มหันต่อไวรัสตับอักเสบเอ 

การวินิจฉัยโรค

ถ้าผู้ป่วยมีอาการตับอักเสบขึ้น และมีการตรวจพบว่าค่า SGOT, SGPT สูง แพทย์จะเจาะเลือดเพิ่มเพื่อหา anti-HAV ชนิด IgM ด้วยวิธี EIA แอนตบอดีชนิดนี้จะสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่เริ่มมีอาการและพบได้นาน 3- 6 เดือน 

การรักษา

ไม่มีการรักษาแบบจำเพาะ เป็นการรักษาเพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูแลไม่ให้ร่างกายอ่อนเพลียจากการขาดสารน้ำและแร่ธาตุ หากผู้ป่วยมีอาการท้องเดิน และอาเจียนอย่างหนัก

ปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

  • อยู่อาศัยร่วมกับผู้ป่วย หรือมีเพศสัมพันธ์กัน 
  • เป็นเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ทำให้เสี่ยงต่อการสัมผัสโรค 
  • เดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาด 
  • อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาด 
  • เด็กและเจ้าหน้าที่ศูนย์เลี้ยงเด็ก 
  • คนที่พักอาศัยอยู่ในชุมชนแออัด 
  • ผู้รักร่วมเพศ (ชายรักชาย)
  • ผู้ใช้ยาเสพติด 
  • ผู้เป็นโรคเลือดต้องถ่ายเลือดบ่อย 
  • ผู้ที่เป็นโรคตับ คนที่ทำงานใกล้ชิดลิง

การป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบเอ

  • ให้ Immune globulin ซึ่งเป็นภูมิต้านทานไวรัสตับอักเสบเอ ใช้ป้องกันได้ในระยะสั้นโดยให้เพื่อป้องกันก่อนไปสัมผัสกับโรค หรือให้หลังสัมผัสโรคไม่เกิน 2 อาทิตย์
  • การฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ  2 เข็ม โดยเข็มที่ 1 และ 2 ต้องฉีดห่างกัน 6-12 เดือน  การฉีดวัคซีนนี้ให้ผลในการป้องกันเกือบ 100% ฉีดครั้งเดียวป้องกันได้ตลอดชีวิต สามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป 
  • ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งด้วยสบู่ก่อนลงมือปรุงอาหาร รับประทานอาหาร และหลังจากเข้าห้องน้ำ 
  • ใส่ถุงมือเมื่อต้องทำความสะอาดอุจจาระ ปัสสาวะ หรืออาเจียน
  • เมื่อไปต่างสถานที่แปลกๆ ให้ดื่มน้ำต้มสุกเพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อไวรัส
  • รับประทานอาหารที่ปรุงสุกแล้วเท่านั้น
  • ไม่ใช้แก้วน้ำ ช้อน ส้อม จานชาม ร่วมกับคนแปลกหน้า
  • ทำความสะอาดเครื่องใช้ต่างๆ เป็นประจำ

บุคคลที่แนะนำให้เข้ารับการฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ

  • ผู้ต้องเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาด
  • ผู้มีโรคตับเรื้อรัง
  • ผู้ที่มีภาวะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ
  • ผู้รักร่วมเพศ (ชายรักชาย)
  • บุคลากรทางการแพทย์

ไวรัสตับอักเสบเอแม้จะติดเชื้อได้ง่าย หากสุขอนามัยไม่ดี แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรค และปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตให้ถูกสุขลักษณะ  

เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจตรวจฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบจากคลินิกและโรงพยาบาลใกล้คุณ และไม่พลาดทุกการอัปเดตเรื่องสุขภาพและโปรโมชั่นเมื่อกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


13 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
มารู้จักไวรัสตับอักเสบกันเถอะ. https://www.tm.mahidol.ac.th/hospital/hospital-viral-hepatitis-th.php), 18 May 2563.
รศ.นพ.ทวีศักดิ์ แทนวันดี, ร้ายลึก! ไวรัสตับอักเสบ (https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=1186), 8 พฤษภาคม 2563.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความต่อไป