การเสพติด

คาเฟอีนหรือกาแฟ Caffeine

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
Istock 504984010 %281%29

กาแฟอาจช่วยให้คุณตื่นได้ทั้งคืนเพื่อลุยงาน อ่านหนังสือ หรือทำการบ้าน แต่คุณรู้จักกาแฟมากแค่ไหน บทความนี้จะทำให้คุณรู้จักกาแฟและผลข้างเคียงจากการดื่มกาแฟมากยิ่งขึ้น

นี่ก็เกือบเที่ยงคืนแล้วและ Aaron ก็เหนื่อยมาทั้งวัน ทั้งจากการเรียน การทำกิจกรรมในโรงเรียน และกิจกรรมหลังเลิกเรียน เขารู้สึกเหนื่อยมากแล้ว แต่เขาจะต้องทำการบ้านให้เสร็จภายในคืนนี้ เขาจึงต้องดื่มกาแฟเพื่อให้เขาสามารถทำการบ้านให้เสร็จและผ่านพ้นคืนนี้ไปได้

คาเฟอีนหรือกาแฟคืออะไร

กาแฟถือเป็นสิ่งเสพติดประเภทหนึ่งซึ่งได้จากธรรมชาติ คือ ใบและเมล็ดกาแฟ นอกจากนี้กาแฟยังถูกนำไปแปลรูปเป็นสารประกอบเครื่องดื่มหรืออาหารและการแต่งกลิ่นสังเคราะห์ สาเหตุที่กาแฟถูกนับให้เป็นสารเสพติด นั่นเพราะมันส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง กระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัว และปรับภาวะทางอารมณ์ของผู้ดื่มให้คึกคะนองขึ้นได้

คาเฟอีนพบได้ใน ชา กาแฟ ช็อกโกแลต เครื่องดื่มบางชนิด ยาบรรเทาปวด และยาบางตัวที่จำหน่ายในร้านขายยาทั่วไป คาเฟอีนธรรมชาติจะมีรสขมมาก แต่คาเฟอีนที่นำมาใช้ดื่มผ่านกระบวนการแปรรูปแล้วทำให้รสขมของคาเฟอีนลดน้อยลง

เด็กวัยรุ่นส่วนใหญ่มักดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน เช่น เครื่องดื่มต่างๆ หรือเครื่องดื่มชูกำลัง ที่นอกจากเคเฟอีนแล้วยังมีส่วนผสมของน้ำตาลและการแต่งกลิ่นสังเคราะห์ด้วย แม้คาเฟอีนจะไม่ได้มีการตกค้างภายในร่างกายแต่มันจะออกฤทธิ์ต่อร่างกายได้นานถึง 6 ชั่วโมง

Got the Jitters?

อาการตื่นตัวจากการดื่มกาแฟ

การดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนจะทำให้รู้สึกตื่นตัว และการดื่มในปริมาณมากจะทำให้รู้สึกวิตกกังวล วิงเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ และกระวนกระวายใจ นอกจากนี้ คาเฟอีนยังส่งผลทำให้ผู้ดื่มไม่สามารถนอนหลับได้ตามปกติ

การออกฤทธิ์ของคาเฟอีนในแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน โดยเฉลี่ยแล้วผู้ที่ขนาดตัวเล็กการดื่มคาเฟอีนในปริมาณเพียงเล็กน้อยก็ส่งผลข้างเคียงแล้ว ซึ่งคาเฟอีนจะออกฤทธิ์มากน้อยเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับปริมาณการดื่มในแต่ละวัน หากคุณดื่มกาแฟเป็นประจำทุกวันร่างกายของคุณก็จะคุ้นเคยกับการรับคาเฟอีนซึ่งคุณอาจไม่ได้รู้สึกอะไรจากการดื่มกาแฟสักเท่าไหร่ ดังนั้น เพื่อให้เกิดอาการตื่นตัวคุณอาจต้องดื่มกาแฟในปริมาณที่มากขึ้น

คาเฟอีนออกฤทธิ์เป็นยาขับปัสสาวะอย่างอ่อน ส่งผลให้ผู้ดื่มต้องเข้าห้องน้ำอยู่บ่อยๆ ซึ่งการดื่มกาแฟในปริมาณที่พอเหมาะจะไม่ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำแต่อย่างใด ทว่าการดื่มในปริมาณที่มากเกิน โดยเฉพาะ

ในขณะที่มีอากาศร้อน ระหว่างออกกำลังกาย หรือเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ที่ทำให้เหงื่อออกมาก อาจทำให้ร่างกายขาดน้ำได้ นอกจากนี้ คาเฟอีนยังส่งผลให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียม และยังทำให้เกิดอาการกระดูกเสื่อมได้ ดังนั้น การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือการดื่มกาแฟแทนการดื่มนมหรือน้ำอยู่เป็นประจำจะทำให้กระดูกมีปัญหา ส่งผลต่อการพัฒนากระดูกและเกิดอาการกระดูกเสื่อมได้ในอนาคต

คาเฟอีนยังอาจทำให้เกิดปัญหาระบบหัวใจและทำให้เกิดผลข้างเคียงหากมีการกินยาบางชนิดร่วมด้วย หากคุณกำลังรู้สึกกังวลและอยู่ในภาวะความเครียด การดื่มคาเฟอีนจะทำให้อาการดังกล่าวแย่ลง แม้คาเฟอีนอาจถูกนำไปใช้เพื่อบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรน แต่สำหรับบางท่าน คาเฟอีนอาจทำให้อาการปวดหัวแย่ลงได้

ดื่มกาแฟในปริมาณที่พอเหมาะในแต่ละวัน

การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในปริมาณที่พอเหมาะนั้นปลอดภัย ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าปริมาณคาเฟอีนที่พอเหมาะคือ 200-300 มก. ต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเพียง 100 มก. เป็นประจำทุกวัน ก็อาจทำให้เกิดอาการติดคาเฟอีนได้ ส่งผลทำให้เกิดอาการข้างเคียงเมื่อหยุดดื่ม เช่น อ่อนเพลีย หงุดหงิด และปวดศีรษะ ดังนั้น วัยรุ่นควรมีการกำหนดปริมาณในการดื่มคาเฟอีนไม่ให้มากกว่า 100 มก.ต่อวัน และหากยังอยู่ในวัยเด็กควรดื่มในปริมาณที่น้อยลงไปอีก ตารางต่อไปนี้แสดงให้เห็นปริมาณของคาเฟอีนในเครื่องดื่มชนิดต่างๆ

ประเภทเครื่องอื่ม

ปริมาณเครื่องดื่ม

ปริมาณคาเฟอีน

เครื่องดื่มชูกำลัง

236 มล.

80 มก.

เครื่องดื่มเมาเทนดิว

355 มล.

55 มก.

โคล่า

355 มล.

34 มก.

Diet Coke

355 มล.

45 มก.

เป็บซี่

355 มล.

38 มก.

7-Up

355 มล.

0 มก.

กาแฟสด

148 มล.

115 มก.

ชาเย็น

355 มล.

70 มก.

เครื่องดื่มโกโก้

148 มล.

4 มก.

เครื่องดื่มช็อกโกแลตใส่นม

236 มล.

5 มก.

ช็อกโกแลตดำ

30 มล.

20 มก.

ช็อกโกแลตนม

30 มล.

6 มก.

ยาแก้หวัด

1 เม็ด

30 มก.

คาเฟอีนอัดเม็ด

1 เม็ด

200 มก.

ยารักษาโรคไมเกรน

2 เม็ด

130 มก.

*ปริมาณของคาเฟอีนเป็นปริมาณที่ประมาณการเท่านั้น

ที่มาของข้อมูล: องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา

ค่อยๆ ลดปริมาณการดื่มกาแฟ

หากคุณกำลังติดคาเฟอีนคุณอาจรู้สึกว่าอยากลดปริมาณการดื่มลง แนะนำว่าให้ค่อยๆ ลดปริมาณการดื่มเพื่อเลี่ยงอาการข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น เช่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย หงุดหงิด หรือว้าวุ่นใจ

ลองใช้วิธีลดปริมาณการดื่มด้วยการดื่มเครื่องดื่มอื่นๆ ที่ไม่มีคาเฟอีนให้มากขึ้น เช่น น้ำเปล่า กาแฟไร้คาเฟอีน โซดา หรือชาไร้คาเฟอีน เป็นต้น ลองกำหนดและควบคุมปริมาณการดื่มคาเฟอีนของตนในแต่ละวัน และ

ค่อยๆ ลดปริมาณลงเรื่อยๆ โดยการดื่มเครื่องดื่มประเภทอื่นแทน ลองใช้วิธีนี้ประมาณ 1 สัปดาห์และสังเกตว่าตนเองดื่มคาเฟอีนลดลงหรือไม่ หากว่ายังไม่ลดลงยังคงทำวิธีนี้ต่อไปและพยายามดื่มเครื่องดื่มประเภทอื่นให้มากขึ้นอีก ทำเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าคุณจะดื่มคาเฟอีนในปริมาณที่น้อยกว่า 100 มก.ต่อวัน วิธีการเช่นนี้จะช่วยให้คุณไม่ต้องมีอาการข้างเคียงจากการหยุดดื่มคาเฟอีนแบบกระทันหัน

ช่วงแรกที่มีการลดปริมาณการดื่มคาเฟอีน คุณอาจรู้สึกเหนื่อยล้าบ้าง ดังนั้นคุณควรนอนหลับให้เพียงพอในแต่ละวันและการออกกำลังกายจะทำให้อาการข้างเคียงต่างๆ หายไปได้ และเมื่อร่างกายของคุณคุ้นเคยกับการไม่มีคาเฟอีนแล้วคุณก็จะกลับมาสู่สภาวะปกติเหมือนตอนที่ไม่เคยดื่มคาเฟอีนอีกครั้ง

ที่มาของข้อมูล http://kidshealth.org/en/teens/caffeine.html

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่