Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การกินเพื่อสุขภาพ

วิธีดื่มกาแฟที่ถูกต้อง ป้องกันการเกิดโทษ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,467,415 คน

วิธีดื่มกาแฟที่ถูกต้อง ป้องกันการเกิดโทษ

กาแฟเป็นเครื่องดื่มสุดโปรดปรานของใครหลายๆคน การกินกาแฟที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะดื่มเพื่อความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าจากการทำงาน การเรียน หรือจากการง่วงหงาวหาวนอนในระหว่างวัน จะช่วยลดโทษจากสารเคมีในกาแฟได้ ดังนั้นเพื่อสุขภาพ ก็ต้องแน่ใจก่อนว่าได้กินกาแฟที่ถูกต้องแบบนี้

1. ควรหมั่นสังเกตตัวเองว่า มีความไวของการตอบสนองต่อปริมาณกาแฟอยู่ที่กี่แก้ว มีอาการอย่างไรบ้าง แล้วหาปริมาณที่เหมาะสมให้กับตัวเอง แต่ร่างกายเรารับปริมาณคาเฟอีนได้ไม่มากเท่าไรนักในแต่ละวัน ดังนั้นผู้ที่ดื่มกาแฟเกินกว่า 3 แก้วต่อวันเป็นประจำ ก็ควรรีบปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์มาดื่มกาแฟวันละ 1-2 แก้วพอ อีกทั้งอย่าลืมว่าร่างกายต้องการน้ำสะอาดมากกว่าน้ำชนิดไหนบนโลกนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad

2. ถ้าเป็นคนค่อนข้างนอนหลับยาก ก็ควรหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟในช่วงบ่ายหรือหัวค่ำ ทางที่ดีควรดื่มกาแฟช่วงก่อนเที่ยงจะเป็นการดีที่สุด

3. อย่าดื่มกาแฟเพื่อหวังเป็นตัวช่วยในการหักโหมทำงาน เพราะถึงแม้ว่าคาเฟอีนจะช่วยให้ร่างกายตื่นตัวได้จริง แต่สมองของเราก็ต้องการเวลาพักผ่อนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับรู้บ้าง ไม่เช่นนั้นสมองอาจเบลอๆได้ ทางที่ดีควรดื่มปริมาณน้อยๆ แต่กระจายการดื่มออกไปตลอดวัน เช่น เคยดื่มถ้วยใหญ่ 16 ออนซ์ (500 มล.) ในตอนเช้า ก็ให้ลดปริมาณลงเหลือครั้งละ 2-3 ออนซ์ (60-90 มล) แต่บ่อยขึ้น ทั้งนี้กาแฟจะเริ่มออกฤทธิ์ใน 15 นาที และจะอยู่ในร่างกายนานหลายชั่วโมง

4. อย่าดื่มกาแฟตอนท้องว่างเด็ดขาด เพราะ กาแฟมีฤทธิ์เป็นกรด ซึ่งจะไปทำปฏิกิริยากับกระเพาะอาหารและลำไส้ได้ นอกจากนี้ยังทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงอย่างฉับพลัน จนทำให้มีความรู้สึกอยากกินจุบจิบทั้งวัน เมื่อเป็นแบบนี้น้ำหนักตัวก็มีโอกาสเพิ่มขึ้นได้ จึงไม่ดีเลย

5. ควรเติมน้ำผึ้งแทนน้ำตาลหรือสารแทนความหวานจากน้ำตาล สำหรับคนที่ดื่มกาแฟแบบไม่ต้องการให้น้ำหนักเพิ่ม จึงใส่สารให้ความหวานแทนน้ำตาล เพื่อสุขภาพทางที่ดีลองเปลี่ยนมาใส่น้ำผึ้งแทนจะดีกว่า เพราะสารแทนความหวานจากน้ำตาลก็มีความเสี่ยงต่อสุขภาพไม่น้อยเลยเช่นกัน

6. หากชอบดื่มกาแฟทุกวันเป็นประจำ ควรกินอาหารที่เป็นแหล่งของแคลเซียมเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็น นม โยเกิร์ต คะน้า บรอกโคลี หรือ ปลาเล็กปลาน้อย เพื่อทดแทน แคลเซียมที่ต้องสูญเสียไปกับปัสสาวะ อีกทั้งยังลดความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน โดยอาจปรับเปลี่ยนวิธีการชง กาแฟ ให้ใส่นมแทนครีมเทียม เป็นต้น

7. ควรเลือกดื่มกาแฟออร์แกนิก หากต้องการดื่มกาแฟเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง ลองดื่มกาแฟออร์แกนิกที่มีการปลูกโดยวิถีธรรมชาติ ปราศจากยาฆ่าแมลงและสารพิษ ปราศจาการแต่งกลิ่นและสังเคราะห์สี ก็จะได้ประโยชน์ต่อร่างกายมากขึ้นไปอีก

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad

8. เมื่อดื่มกาแฟแล้วก็อย่าลืมรับประทานผลไม้อย่างเพียงพอด้วย เพราะในกระบวนการคั่วเมล็ดกาแฟ จะมีอนุมูลอิสระเกิดขึ้น ดังนั้นวิตามินซี อี และบีตาแคโรทีนในผักผลไม้ เช่น กล้วย แตงโม ส้ม ฝรั่งมะเขือเทศ แครอต ผักใบเขียว พวกนี้จะช่วยกำจัดอนุมูลอิสระในร่างกายได้

9. เติมคุณค่าทางสารอาหารให้กาแฟของคุณ สำหรับกาแฟไม่ได้เติมได้เฉพาะน้ำตาลหรือครีมเทียมเพียงเท่านั้น เพราะยังสามารถเติมความกลมกล่อมเพิ่มรสชาติและประโยชน์ของกาแฟได้ โดยอาจใส่ชินนาม่อนลงไปในแก้ว เพื่อจะได้ช่วยปรับสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด อีกทั้งยังช่วยเพิ่มวิตามินเคให้กับร่างกาย หรืออาจเติมผงโกโก้เพิ่มความอร่อย แถมยังได้ประโยชน์จาก โปรตีน ธาตุสังกะสี และไฟเบอร์เพิ่มขึ้นอีกด้วย

10. หลังดื่มกาแฟควรดื่มน้ำสะอาดมากๆ เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำจากฤทธิ์ในการขับปัสสาวะของคาเฟอีนนั่นเอง


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป