Doctor men
เขียนโดย
กภ. ธีรวิทย์ วิโรจน์วิริยะกุล นักกายภาพบำบัด
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
ตรวจสุขภาพ

ตรวจกระดูก สิ่งสำคัญสำหรับวัยสูงอายุ

กระดูกเป็นโครงพยุงร่างกายและแหล่งสะสมแคลเซียมสำคัญ หากละเลยอาจมีเข้าสู่ภาวะกระดูกพรุนโดยไม่ทันตั้งตัว เสี่ยงพิการถาวรได้!
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 767,085 คน

ตรวจกระดูก สิ่งสำคัญสำหรับวัยสูงอายุ

"กระดูก (Bone)" เป็นโครงสร้างที่สำคัญไม่น้อย นอกจากจะทำหน้าที่เป็นโครงร่างพยุงร่างกายแล้ว ยังเป็นแหล่งสะสมแคลเซียมที่สำคัญอีกด้วย ความผิดปกติของกระดูกที่พบในชีวิตประจำวัน ได้แก่ การหัก หรือแตก (Fracture) เนื่องจากอุบัติเหตุ ซึ่งพบได้ในทุกเพศทุกวัย อย่างไรก็ตาม ในผู้มีอายุ 40 ปีขึ้นไป การตรวจสุขภาพกระดูกเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะช่วยให้ตนเองและผู้ดูแลสามารถวางแผนป้องกันภาวะกระดูกพรุนได้อย่างทันท่วงที 

การตรวจสุขภาพกระดูกคืออะไร

การตรวจสุขภาพกระดูกคล้ายกับการตรวจสุขภาพทั่วไปแต่มุ่งเน้นไปที่สุขภาพของกระดูกโดยตรง เพื่อวางแผนป้องกัน และลดความเสี่ยงต่อต่อภาวะกระดูกพรุนในผู้สูงอายุเป็นหลัก ซึ่งโดยทั่วไปแล้วถือว่า เป็นภัยเงียบที่อันตรายมาก ภาวะกระดูกพรุน (Osteoporosis) หรือกระดูกบาง(Osteopenia)จะไม่มีอาการแสดงใดๆ เลย ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะทราบว่า ตนเองเข้าสู่ภาวะนี้ เมื่อเกิดอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อยต่อกระดูกแต่อุบัติเหตุนั้นกลับทำให้กระดูกร้าว หัก หรือแตก การเชื่อมต่อกันเป็นไปอย่างไม่สมบูรณ์ 

โฆษณาจาก HonestDocs
ใครที่มีปัญหาริ้วรอย ผิวขาดความชุ่มชื่น ขาดคอลลาเจนหรืออายุเริ่มมากขึ้น

เราอยากชวนคุณมาทดสอบ (มีค่าตอบแทนให้)

Istock 490582789

มีรายงานว่า ผู้ป่วยจำนวนมากมีกระดูกผิดรูป กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และเสียชีวิตภายในหนึ่งปีเนื่องจากอาการแทรกซ้อนต่างๆ หลังจากประสบอุบัติเหตุกระดูกหัก ด้วยเหตุนี้การตรวจสุขภาพกระดูกจึงเป็นเรื่องสำคัญเพราะจพทำให้แพทย์วางแผนการป้องกัน และรักษาได้อย่างทันท่วงที

วิธีตรวจกระดูก

การตรวจกระดูกกระดูกปัจจุบันมีหลายวิธี เช่น ซักประวัติ ตรวจร่างกาย นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบพิเศษอีกหลายชนิด เช่น ตรวจเลือด ตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก เป็นต้น

วิธีตรวจกระดูกที่เป็นที่นิยมมี 3 วิธี ดังนี้

  1. การสังเกตลักษณะภายนอกของร่างกาย (General appearance) วิธีนี้ช่วยบ่งบอกถึงภาวะกระดูกพรุนได้ โดยในผู้สูงอายุที่มีกระดูกสันหลังค่อม ตัวเตี้ยลง อาจจะเป็นสัญญาณของกระดูกสันหลังพรุน หรือทรุดตัวได้ ข้อเสียของการสังเกตคือ กว่าจะพบภาวะผิดปกติดังกล่าว ผู้ป่วยมักจะมีภาวะกระดูกพรุนรุนแรงแล้ว
  2. ถ่ายเอกซเรย์ (X-ray) จากภาพถ่ายเอกซเรย์ของผู้ที่มีกระดูกพรุนจะพบว่า ภาพบริเวณกระดูกมีสีดำขึ้นเพราะความหนาแน่นของกระดูกลดลง โพรงกระดูกกว้างขึ้น เห็นลายกระดูกหยาบๆ และในผู้ป่วยบางรายอาจจะเห็นขอบของกระดูกเป็นสีขาวชัดเจน นอกจากนี้ยังอาจเห็นรอยร้าวของกระดูก หรือการทรุดตัวของกระดูกด้วย มักพบความผิดปกติเหล่านี้โดยบังเอิญ ข้อเสียคือ ไม่สามารถบอกระดับความรุนแรงของภาวะกระดูกบาง หรือกระดูกพรุนได้ชัดเจน ทำให้การประเมินผลการรักษาเป็นไปได้ยาก
  3. การตรวจวัดความหนาแน่นของมวลกระดูก (ฺBone Mineral Density: BMD) โดยใช้รังสีเอกซ์พลังงานต่ำ 2 พลังงาน (Dual Energy X-ray Absorptiometry scanner หรือ DEXA scanner) ทำให้สามารถตรวจกระดูกส่วนที่หนาๆ ได้ เช่น กระดูกสันหลัง กระดูกข้อสะโพก วิธีนี้ผู้รับการตรวจจะสัมผัสรังสีเอกซเรย์น้อยกว่าการถ่ายภาพเอกซเรย์ทรวงอกทั่วไปจึงนับว่า ปลอดภัยสูง บริเวณที่นิยมทำการตรวจตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโรค ได้แก่ กระดูกสันหลังระดับเอวและกระดูกสะโพก ใช้เวลาการตรวจเพียง 5-10 นาที ขึ้นกับบริเวณที่ทำการตรวจ ให้ผลเป็นค่าความหนาแน่นของมวลกระดูกเทียบกับค่ามวลกระดูกมาตรฐาน (T-score) โดยมีรายละเอียดดังนี้
  • ค่า T-Score มากกว่า -1 ขึ้นไป หมายถึง กระดูกหนาแน่นปกติ (Normal bone)
  • ค่า T-Score อยู่ระหว่าง -1 ถึง -2.5 หมายถึง เป็นโรคมวลกระดูกน้อยหรือกระดูกบาง (Osteopenia)
  • ค่า T-Score ต่ำกว่า -2.5 หมายถึง เป็นโรคกระดูกพรุน (Osteoporosis)

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะสร้างและดูดแคลเซียมได้น้อยลง กระดูกจึงขาดความแข็งแรงและเปราะบางลงจนนำไปสู่โรคกระดูกบางและกระดูกพรุนได้ ดังนั้นหากได้วัดปริมาณความหนาแน่นของมวลกระดูกจะทำให้สามารถป้องกันตนเองจากโรคกระดูกบางและกระดูกพรุนได้ หรือหากเริ่มมีอาการจะได้วางแผนการรักษาให้ถูกต้องและทันท่วงที   

ทั้งการตรวจกระดูกด้วยวิธีตรวจวัดความหนาแน่นของมวลกระดูกนี้จัดว่า มีความแม่นยำกว่าวิธีอื่นๆ และสามารถใช้ติดตามผลของรักษาได้ด้วย ซึ่งการตรวจซ้ำสามารถทำได้ทุก 1-2 ปี หรือตามคำแนะนำของแพทย์

ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจความหนาแน่นของกระดูก

ผู้ที่ควรเข้ารับการตรวจความหนาแน่นของกระดูก มีดังนี้

  • ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป และผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไป
  • สตรีวัยหมดประจำเดือน หรือผู้ชายที่มีภาวะเสี่ยงต่อมวลกระดูกต่ำ เช่น มีน้ำหนักตัวน้อย (BMI น้อยกว่า 19 กิโลกรัมต่อตารางเมตร) รับประทานยาที่มีผลทำให้มวลกระดูกลดลง หรือมีประวัติกระดูกหัก เป็นต้น
  • ผู้ที่มีประวัติกระดูกหักบ่อยๆ แม้จะประสบอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อย
  • ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวบางชนิดที่ส่งผลต่อภาวะมวลกระดูกต่ำ เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคต่อมไทรอยด์และโรคต่อมพาราไทรอยด์ เบาหวาน โรคตับเรื้อรัง โรคไตเรื้อรัง การดูดซึมของระบบทางเดินอาหารผิดปกติ โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง เป็นต้น
  • ผู้ที่ได้รับยาบางชนิด เช่น ยาสเตียรอยด์ ยารักษาโรคลมชัก ยารักษามะเร็ง ยารักษาโรคไทรอยด์ เป็นต้น
  • ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุน
  • ผู้ที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย
  • ผู้ที่รู้สึกว่า กระดูกสันหลังมีความผิดปกติ
  • ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกฮอล์เป็นประจำ 

นอกจากนี้ยังอาจจะมีผู้ที่มีความเสี่ยงอีกหลายกลุ่มที่ควรเข้ารับการตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายต่อไป

การตรวจกระดูกมีประโยชน์อย่างไร

ดังที่ได้กล่าวไปเบื้องต้นแล้วว่า การตรวจสุขภาพกระดูก โดยตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูกนั้นมีประโยชน์อย่างมากในการเฝ้าระวังความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากภาวะกระดูกพรุน นอกจากนี้ยังช่วยให้แพทย์ประเมินความรุนแรง วางแผนการรักษา และติดตามผลการรักษาได้อย่างใกล้ชิดอีกด้วย 

ก่อนเข้ารับการตรวจกระดูกควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

โดยทั่วไป การตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูกไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษ ไม่ต้องงดน้ำงดอาหารก่อนเข้ารับการตรวจ หากรับประทานยารักษาไทรอยด์ รับประทานแคลเซียมควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ก่อน แต่หากสงสัยว่า มีการตั้งครรภ์ หรือมีประวัติการรักษาด้วยการกลืนแร่ หรือฉีดสารทึบแสงเพื่อการวินิจฉัยโรค ควรแจ้งต่อแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนการรักษา

อย่างไรก็ตาม การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์โดยเฉพาะอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น ปลาเล็กปลาน้อย ปลาซาร์ดีน ผักใบเขียว ดื่มนม  ถั่ว งา และธัญพืช รวมทั้งการออกไปสัมผัสแสงแดดในยามเช้า การออกกำลังกายอย่างเหมาะสม จะช่วยให้กระดูกมีความแข็งแรงมากขึ้นได้ อีกทั้งยังควรลด ละ เลิก ปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อการดูดซึมแคลเซียมได้น้อยลง เช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกฮอล์  การสูบบุหรี่ การดื่มน้ำอัดลม เป็นต้น 

ที่มาของข้อมูล

Leyland S, Clark E, Gray A. The role of exercise after osteoporotic vertebral fracture. Injury. 2019 Apr;50(4):825-826.

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป