Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
สุขภาพจิต

โรคไบโพลาร์ กับผลกระทบต่อการมีเพศสัมพันธ์

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,872,919 คน

โรคไบโพลาร์ กับผลกระทบต่อการมีเพศสัมพันธ์

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 22/03/2562

โรคไบโพลาร์ หรือโรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar disorder) ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอารมณ์แปรปรวนไปมาระหว่างภาวะอารมณ์ดีผิดปกติ (Mania episode) และภาวะซึมเศร้า (Depressive episode) ซึ่งทั้งสองภาวะนี้ล้วนส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมและอารมณ์ทางเพศได้ โดยอาจทำให้คุณสูญเสียความมั่นใจหรือสร้างรอยร้าวให้ความสัมพันธ์ของผู้ป่วยกับคู่รักจนถึงขั้นแตกหักได้เลยทีเดียวหากไม่ได้รับการรักษา และขาดความเข้าใจซึ่งกันและกัน

ภาวะมาเนียหรืออารมณ์คึกคักผิดปกติในโรคไบโพลาร์สามารถนำไปสู่ภาวะความต้องการทางเพศที่สูงกว่าปกติ ซึ่งบางคนก็อาจมีอาการรุนแรงจนเป็นโรคเสพติดเซ็กซ์ (Sex addictions) ในขณะที่อาการในช่วงซึมเศร้าหรือผลข้างเคียงจากการใช้ยารักษาโรคนี้ก็อาจทำให้มีอารมณ์ทางเพศน้อยลงหรือหมดความสนใจในเรื่องเพศไปเลย

ภาวะความต้องการทางเพศสูงกว่าปกติในผู้ป่วยไบโพลาร์

ภาวะความต้องการทางเพศสูงกว่าปกติ (Hypersexuality) หรือความรู้สึกสนใจและหมกมุ่นในกิจกรรมทางเพศมากผิดปกติ จะเกิดขึ้นในช่วงอาการแบบมาเนีย และอาจทำให้ผู้ป่วยมีพฤติกรรมทางเพศแปลกไปจากเดิม เช่น

  • ต้องการมีเพศสัมพันธ์เป็นอย่างมาก แม้จะมีเพศสัมพันธ์บ่อยแค่ไหนก็ยังรู้สึกว่าไม่พอ
  • เปลี่ยนคู่นอนไม่ซ้ำหน้า มีความสัมพันธ์แบบวันไนท์สแตนด์ (One night stand)
  • ช่วยตัวเองบ่อยเกินไป
  • นอกใจคู่รักไปมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น แม้รู้ว่าจะเสี่ยงทำให้เกิดการเลิกราก็ตาม
  • มีพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสมหรือมีความเสี่ยง เช่น การล่วงละเมิดทางเพศ การไม่ป้องกันขณะมีเพศสัมพันธ์ เป็นต้น
  • คิดหมกมุ่นเกี่ยวกับเรื่องเพศตลอดเวลา ดูสื่อลามกอนาจารบ่อยขึ้น

ดร. ซินเธีย (Cynthia) นักเขียนหนังสือเรื่อง “เมื่อคนที่คุณรักเป็นไบโพลาร์ (When Someone You Love Is Bipolar)" อธิบายว่าการประสบภาวะความต้องการทางเพศสูงเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับผู้ป่วยไบโพลาร์ที่อยู่ในภาวะอารมณ์ดีผิดปกติ แต่ปัญหาที่แท้จริงก็คือความต้องการทางเพศนั้นมักจะเกิดขึ้นพร้อมกับการตัดสินใจที่ผิดพลาดและการขาดความยับยั้งชั่งใจ ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วสามารถกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสม และอาจมาพร้อมบทสรุปที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงได้

ความต้องการมีเพศสัมพันธ์มากกว่าปกติเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ชีวิตสมรสหรือความสัมพันธ์ของผู้ป่วยโรคไบโพลาร์กับคนรักพังทลายลงได้ หรือบางครั้งเมื่อประกอบกับการขาดความยับยั้งชั่งใจก็กลายเป็นการนอกใจได้ในที่สุด ซึ่งจะยิ่งทำให้ปัญหาบานปลายไปกว่าเดิม ส่วนคนที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น เปลี่ยนคู่นอนไม่ซ้ำหน้า และมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ย่อมเสี่ยงติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ บางโรครุนแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้ 

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ผู้ป่วยโรคไบโพลาร์ทุกคนที่จะมีความต้องการทางเพศสูงขึ้น โดยเฉลี่ยพบว่าเกิดขึ้นในประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ที่เป็นโรคนี้ และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

ภาวะความต้องการทางเพศลดลงในผู้ป่วยไบโพลาร์

ความผิดปกติทางเพศอีกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นได้กับผู้ป่วยไบโพลาร์คือความต้องการทางเพศที่ลดน้อยลง หรือในบางรายก็หย่อนสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งภาวะนี้จะเกิดขึ้นในช่วงอารมณ์ซึมเศร้า ตัวอย่างอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้ เช่น

  • เบื่อหน่าย ไม่รู้สึกสนใจและขาดความต้องการทางเพศ
  • ไม่ดูแลความสะอาดร่างกายและไม่สนใจการแต่งตัว
  • รู้สึกเหนื่อยง่าย ทำให้ระยะเวลาในการมีเพศสัมพันธ์ลดลง

ภาวะหมดความต้องการทางเพศนี้สร้างปัญหาความสัมพันธ์ให้คู่รักได้ไม่ต่างจากภาวะความต้องการทางเพศที่สูงกว่าปกติ คนรักของคุณอาจไม่เข้าใจถึงปัญหานี้ และยิ่งรู้สึกสับสนและโกรธเมื่อคุณอารมณ์ดีและมีความต้องการทางเพศสูงในช่วงเวลาหนึ่ง แต่อยู่ๆ ก็ดูเศร้าและหมดความสนใจในเรื่องเพศในเวลาต่อมา

นอกจากนี้ การใช้ยารักษาโรคไบโพลาร์บางชนิดก็มีผลข้างเคียงทำให้แรงขับทางเพศลดน้อยลงได้เช่นกัน หากสงสัยว่าอาการที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการใช้ยา คุณควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับเปลี่ยนชนิดหรือปริมาณการใช้ยา ไม่ควรหยุดใช้ยาเองเป็นอันขาด เพราะอาจทำให้มีอาการถอนยาหรือส่งผลให้อาการของโรคกำเริบขึ้นมาได้

การรับมือกับปัญหาทางเพศที่เกิดจากโรคไบโพลาร์

การมีความต้องการทางเพศมากหรือน้อยกว่าปกติเป็นอาการที่เกิดจากโรคไบโพลาร์  ดังนั้นคุณควรสังเกตว่ามีปัจจัยใดที่ทำให้อาการของคุณดีขึ้นหรือแย่ลง เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงที่มาเนีย (Mania) หรือมีความเครียดในช่วงซึมเศร้า (Depression) อาจทำให้อาการแย่ลงได้ จึงควรหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นเหล่านั้น และหากคุณเข้ารับการรักษาเพื่อควบคุมอาการของโรค ปัญหาเรื่องความต้องการทางเพศนี้ก็จะดีขึ้นตามไปด้วย 

หากคุณปล่อยปละละเลย ไม่ยอมรับรักษาอย่างสม่ำเสมอ หรือไม่กินยาอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ อาการของโรคไบโพลาร์ เช่น อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ การตัดสินใจที่ผิดพลาด หรือการขาดความยับยั้งชั่งใจในความรู้สึกทางเพศอาจนำไปสู่ผลเสียที่ร้ายแรงตามมา 

ทางที่ดีคุณควรพูดคุยกับแพทย์แบบตรงไปตรงมาเกี่ยวกับปัญหาเรื่องเพศสัมพันธ์ที่กำลังเจออยู่ เพราะแม้แต่การปรับปริมาณยาที่ใช้รักษาเพียงเล็กน้อยก็อาจช่วยให้อาการของคุณดีขึ้นได้ รวมทั้งเปิดใจพูดคุยกับคู่ของคุณให้พยายามเข้าใจถึงปัญหาเพศสัมพันธ์ที่พวกคุณอาจต้องเผชิญและก้าวผ่านไปพร้อมกัน โดยมีคู่รักหลายคู่ทีเดียวที่เรียนรู้การอยู่ร่วมกับโรคไบโพลาร์ได้โดยไม่กระทบความสัมพันธ์และยังคงมีความพึงพอใจในชีวิตรักเป็นอย่างดี

ที่มาของข้อมูล

Kelly Connell, Bipolar Disorder and Sexual Health (https://www.healthline.com/hea...), 24 August, 2017.

Jon Johnson, What to know about bipolar disorder and sex (https://www.medicalnewstoday.c...), 1 March 2019

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
มีเพศสัมพันธ์แล้วเลือดออกเพราะอะไร? แบบไหนถึงอันตราย?
มีเพศสัมพันธ์แล้วเลือดออกเพราะอะไร? แบบไหนถึงอันตราย?

เลือดออกอาจไม่ได้หมายความว่า "คุณคือคนแรกของเธอ" แต่อาจร้ายแรงยิ่งกว่านั้น หาสาเหตุ และวิธีแก้ไขก่อนจะรุนแรงไปกว่านี้

อะไรคือภาวะเกลียดเซ็กซ์ (Sexual Anorexia)
อะไรคือภาวะเกลียดเซ็กซ์ (Sexual Anorexia)

อาการ ปัจจัยเสี่ยง การรักษาและอื่น ๆ

ดูในแอป