การกินเพื่อสุขภาพ

เบกกิ้งโซดา ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างมากกว่าที่คุณคิด

เบกกิ้งโซดา ผงที่ให้ประโยชน์มากกว่าการทำอาหาร
เผยแพร่ครั้งแรก 28 มี.ค. 2017 อัปเดตล่าสุด 12 พ.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 4 นาที
เบกกิ้งโซดา ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างมากกว่าที่คุณคิด

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • เบกกิ้งโซดา เป็นผงโซดาที่นิยมใช้ทำอาหาร โดยเฉพาะประเภทขนมเบเกอรี่ แต่เป็นผงคนละชนิดกับผงฟู
  • นอกจากใช้ประกอบอาหาร เบกกิ้งโซดายังมีประโยชน์ด้านอื่นๆ ที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ เช่น ล้างสารพิษในผัก และผลไม้ และทำให้ดูสดสะอาดน่ากินขึ้น ช่วยกำจัดกลิ่นคาวบนเขียงให้หายไป
  • หากคุณใส่เบกกิ้งโซดาลงในอาหารมากเกินไป จะทำให้อาหารมีรสชาติไม่อร่อย รสเฝื่อน และเสียกลิ่นหอมของอาหารด้วย
  • เบกกิ้งโซดายังสามารถใช้บำรุงให้ผิวหน้ากระจ่างใสขึ้นได้ รวมถึงลดรอยด่างดำ เพิ่มความชุ่มชื้น ละลายหัวสิวเสี้ยนได้ โดยใช้ผสมกับมะขามเปียก น้ำผึ้ง หรือโยเกิร์ต
  • นอกเหนือจากการผสมเบกกิ้งโซดาเพื่อประทินผิวหน้าแล้ว คุณยังสามารถเข้ารับบริการทรีตเมนต์เพื่อบำรุงสุขภาพผิวได้ (ดูแพ็กเกจทรีตเมนต์หน้าใส รักษาสิว รอยหลุมสิว เลเซอร์หน้าใสได้ที่นี่)

เมื่อเราพูดถึง เบกกิ้งโซดา (Baking Soda) เชื่อได้ว่าน่าจะมีทั้งคนที่รู้จัก และคนที่ไม่รู้จัก ซึ่งเบกกิ้งโซดานั้นจะมีลักษณะเป็นผงผลึกสีขาว สามารถนำไปทำประโยชน์ได้หลายอย่าง 

หลายคนอาจกำลังสงสัยว่าเจ้าผงเบกกิ้งโซดาเหมือนกับผงฟู หรือเป็นผงชนิดเดียวกันรึเปล่า ดังนั้นเราลองมาทำความรู้จักเบกกิ้งโซดาให้มากขึ้นว่า ผงชนิดนี้นำมาใช้ทำอะไร และมีประโยชน์อย่างไร

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

ควาหมายของเบกกิ้งโซดา

เบกกิ้งโซดา (Baking Soda) มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า "โซเดียมไบคาร์บอเนต (Sodium Bicarbonate)" หรือที่เราเรียกกันง่ายๆ ว่า "โซดาทำขนม" โดยเบกกิ้งโซดานั้นเป็นเพียงส่วนประกอบที่อยู่ในผงฟู แต่ไม่ใช่ผงฟู 

เบกกิ้งโซดามีลักษณะเป็นผลึกสีขาว มีรสเค็มคล้ายโซเดียมคาร์บอเนต เมื่อทำปฏิกิริยากับน้ำ และกรดอ่อนๆ ที่ได้มาจากส่วนผสมต่างๆ ก็จะทำให้เกิดฟองก๊าซขึ้นมา เบกกิ้งโซดาจึงถูกนำมาเป็นส่วนผสมในผงฟูนั่นเอง 

ดังนั้นเมื่อเรานำเอาผงฟูใส่ลงไปในขนมปังแล้วเข้าเตาอบ จึงทำให้ขนมปังของเราดูฟู สวยงาม น่าอร่อย หรืออย่างในเค้กที่มีส่วนผสมเป็นผลไม้ซึ่งค่อนข้างมีความเป็นกรด 

ตัวอย่างให้เห็นชัดเจน คือ เค้กกล้วยหอม เมื่ออบเสร็จแล้วก็จะฟู ดูน่ารับประทาน แต่ขอแนะนำไว้ว่า ส่วนผสมในขนมของเราต้องมีความเป็นกรดก่อน เบกกิ้งโซดาถึงจะทำปฏิกิริยา และหากเราใส่เบกกิ้งโซดาในปริมาณที่มากจนเกินไป ก็จะทำให้ขนมของเรามีรสชาติเฝื่อน ไม่อร่อย

ประโยชน์ของเบกกิ้งโซดา

นอกจากเบกกิ้งโซดาจะมีประโยชน์ในการนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของขนมเบเกอรี่ประเภทต่างๆ แล้ว เบกกิ้งโซดา ก็ยังมีประโยชน์ด้านอื่นๆ ที่สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันของเราได้ด้วย เช่น

  1. หมักหมูให้นุ่ม แนะนำว่าให้ใส่เบกกิ้งโซดาลงไปในหมูขณะที่กำลังหมักเพียงนิดหน่อยเท่านั้น หากใส่ลงไปมากอาจทำให้มีกลิ่นสารเคมีได้ เสียทั้งกลิ่นหอมของอาหาร และทำให้รสชาติหมูไม่อร่อยด้วย
  2. ผสมเป็นน้ำยาล้างสารพิษในผัก และผลไม้ ผสมเบกกิ้งโซดา ½ ช้อนโต๊ะ กับน้ำเปล่าในปริมาณ 10 ลิตร จากนั้นนำผัก และผลไม้แช่ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำธรรมดา 2 ครั้ง จะช่วยกำจัดสารพิษที่ติดอยู่บริเวณเปลือก หรือผิวของผักและผลไม้ออกได้ 90%
  3. ทำความสะอาดผัก และผลไม้ ผสมเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนโต๊ะ กับน้ำอุ่น 4 ถ้วย ใช้สำหรับล้างผัก และผลไม้โดยการเอาแช่ทิ้งไว้สักครู่ เรียกว่าเป็นการรอให้ส่วนผสมเย็นตัวก่อน จากนั้นจึงล้างออกด้วยน้ำธรรมดา จะช่วยทำให้ผัก และผลไม้ดูสะอาด น่ากินมากยิ่งขึ้น
  4. ทำความสะอาดเขียง ผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำธรรมดา ใช้สำหรับทำความสะอาดเขียงหลังจากใช้งาน จะช่วยทำให้เขียงหมดกลิ่นคาวไปได้อย่างหมดจด

สูตรหมักหมูนุ่มโดยใช้เบกกิ้งโซดา

สิ่งที่ต้องเตรียม

  1. เนื้อหมูสันใน หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ พอคำ (ประมาณ 200 กรัม)
  2. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  3. แป้งมัน
  4. น้ำตาลทราย
  5. ผงเบกกิ้งโซดา (1/2 ช้อนชา)
  6. ซอสถั่วเหลือง
  7. น้ำมันหอย

วิธีการทำ

  1. เริ่มต้นด้วยการใส่แป้งมันลงไปในหมูที่เตรียมไว้ประมาณ 3 ขีด ในอ่างผสม ใช้แป้งมันประมาณ 1 ช้อนชา ตามด้วยผงเบกกิ้งโซดา ½ ช้อนชา น้ำตาลทราย ½ ช้อนชา ตอกไข่ไก่ใส่ลงไป
  2. ปรุงรส และเพิ่มความนุ่มของเนื้อหมูด้วยซอสถั่วเหลืองกับน้ำมันหอยเพียงเล็กน้อย เพื่อให้พอมีรสชาติ แนะนำว่า ไม่ควรใส่เยอะ เพราะเมื่อเวลาเรานำหมูไปปรุงอาหารจะทำให้มีรสชาติจัดเกินไป เมื่อใส่ส่วนผสมทุกอย่างลงไปแล้ว ก็คลุกเคล้าให้เข้ากัน
  3. เมื่อผสมเครื่องปรุงทุกอย่างได้ที่เข้ากันดีแล้ว ให้หากล่อง หรือภาชนะที่ฝาปิดสำหรับใส่หมูหมัก จากนั้นนำไปแช่ไว้ในตู้เย็นก็เป็นอันเสร็จ สามารถนำมาปรุงอาหารที่เราต้องการได้อย่างสะดวก

    แนะนำว่า ให้หมักทิ้งไว้ประมาณ 1 คืน ก็จะได้หมูที่มีเนื้อสัมผัสนุ่ม นำมาปรุงเป็นอาหารแบบไหนก็อร่อย

ผิวสวยใสด้วยเบกกิ้งโซดา

ประโยชน์ของเบกกิ้งโซดา ที่นิยมนำไปใช้สำหรับการประกอบอาหารจำพวกขนมเบเกอรี่ อีกทั้งถูกนำไปใช้งานหลากหลายด้าน ซึ่งยังได้รับความนิยมในกลุ่มคนที่รักสวยรักงามด้วย

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

เพราะเบกกิ้งโซดาสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องประทินผิว ช่วยกำจัดสิ่งสกปรกบนผิวหน้าได้ นอกจากนี้ เนื่องจากคุณสมบัติที่เหมือนเม็ดบีดส์สครับเนื้อละเอียด เบกกิ้งโซดายังช่วยให้เนียนใสได้ โดยมี 2 สูตรที่น่าสนใจต่อไปนี้

1. สูตรเบกกิ้งโซดา มะขามเปียก และน้ำผึ้ง

สำหรับสูตรนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการให้ผิวใส ลดรอยด่างดำ และเพิ่มความชุ่มชื้นด้วยน้ำผึ้ง ผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำมะขามเปียกที่คั้นจนเหนียวข้น และน้ำผึ้งอีกเล็กน้อย นำมาคนให้จนส่วนผสมรวมตัวเป็นเนื้อเดียวกัน

พอกลงไปบนผิวหน้า และผิวกายในจุดที่ต้องการ ขัดวนเป็นวงกลมอย่างเบามือประมาณ 5 นาที แล้วทิ้งไว้ 20 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเปล่าจนเกลี้ยง แล้วค่อยซับผิวหน้าให้แห้ง โดยไม่จำเป็นต้องล้างด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าแต่อย่างใด

2. สูตรเบกกิ้งโซดา และโยเกิร์ต

คนที่มีปัญหาเรื่องสิวเสี้ยนบนผิวหน้ามาก แนะนำให้ใช้สูตรเบกกิ้งโซดาผสมกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยละลายหัวสิวที่่ผุดขึ้นมา จนทำให้ผิวสัมผัสไม่เรียบเนียน 

การผสมวัตถุดิบทั้งสองใช้อัตราส่วนเบกกิ้งโซดา 1 ส่วน และโยเกิร์ต 2 ส่วน คนให้เข้ากัน แล้วนำไปพอกเอาไว้ให้ทั่วใบหน้า เน้นตรงจุดที่เป็นสิวเสี้ยน

หลังจากนั้นขัดถูเบาๆ เพื่อช่วยกำจัดเอาสิวเสี้ยนที่โผล่ออกมาให้หลุดออกไปมากที่สุด ทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที แล้วล้างทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าตามปกติ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

ข้อควรระวังในการใช้เบกกิ้งโซดา

แต่สิ่งที่ผู้ใช้ต้องระวังก็คือ ควรใส่เบกกิ้งโซดาแต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพื่อให้ผงชนิดนี้เข้าไปทำปฏิกิริยากับส่วนผสมอื่นๆ เพียงเท่านั้น หากใส่มากจนเกินไปจะทำให้มีรสชาติของสารเคมี ขนมดูไม่อร่อย 

หรือหากนำผงเบกกิ้งโซดาไปใช้ล้างสารเคมีในผัก และผลไม้ก็ไม่ควรใช้เยอะจนเกินไป เพราะผงจะเข้าไปกัดผิวของผัก และผลไม้ และแทรกซึมลงไปในเนื้อ เมื่อนำมาปรุงอาหาร หรือรับประทานเปล่าก็จะมีรสชาติที่ไม่อร่อย อีกทั้งอาจสะสมในร่างกายโดยที่เราไม่รู้ตัว

ผงเบกกิ้งโซดา และ ผงฟู เป็นผงคนละชนิดกัน แต่ก็มีประโยชน์ในการใช้งานที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้นคุณจึงต้องแบ่งแยกให้ออกระหว่างผงทั้ง 2 ชนิดนี้

ส่วนการนำเบกกิ้งโซดามาประกอบอาหาร หรือใช้ในครัวก็สามารถทำได้ เพียงแต่ต้องไม่ทำเกินกว่าที่รายละเอียดกำหนดเอาไว้ เพื่อไม่ให้เกิดอันตราย และไม่ให้เกิดรสชาติ และกลิ่นหอมๆ ของอาหารนั้นเปลี่ยนแปลงเกินไป

ดูแพ็กเกจทรีตเมนต์ทรีตเมนต์หน้าใส รักษาสิว เลเซอร์หน้าสิว เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจต่างๆ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @HonestDocs และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


1 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม