สุขภาพจิต

การใช้ยาต้านเศร้านอกเหนือจากการรักษาโรคซึมเศร้า

การใช้ยาต้านเศร้าในด้านอื่น
เผยแพร่ครั้งแรก 24 ม.ค. 2017 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
การใช้ยาต้านเศร้านอกเหนือจากการรักษาโรคซึมเศร้า

คนทุก ๆ คนต่างก็รู้กันดีว่ายาต้านเศร้าเป็นยาที่ใช้ในการรักษาโรคซึมเศร้า แต่ทราบหรือไม่ว่ายาชนิดนี้มักจะถูกใช้ในการรักษาโรคอื่น ๆ เช่นกัน ซึ่งยาชนิดนี้สามารถช่วยให้คุณนอนหลับได้ ช่วยรักษาวิตกกังวล เลิกบุหรี่ ใช้ในการรักษาโรคลำไส้แปรปรวนและบางตัวอาจจะใช้ช่วยลดอาการปวดบางประเภทได้อีกด้วย

ยาต้านเศร้าทำงานอย่างไร

ยาต้านเศร้าเป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อสารสื่อประสาทในสมองที่ทำหน้าที่ส่งกระแสประสาทระหว่างเซลล์ประสาทที่เรียกว่า  neurons โดยส่วนใหญ่ยาชนิดนี้จะออกฤทธิ์โดยการเพิ่มปริมาณของสารสื่อประสาทระหว่างช่องว่างของเซลล์ประสาทที่เรียกว่า synapse หรือทำให้สารสื่อประสาทเหล่านี้อยู่ได้นานขึ้นกว่าเดิม

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 424 บาท ลดสูงสุด 57%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

H27

ประวัติของยาต้านเศร้า

ยาต้านเศร้าชนิดแรกมีชื่อว่า isoniazid เป็นยาที่ถูกคิดค้นเพื่อรักษาโรควัณโรค แต่พบว่าผู้ป่วยที่ได้รับยาชนิดนี้จะมีระดับอารมณ์ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้ได้รับการสั่งจ่ายเพื่อรักษาอาการโรคซึมเศร้ากันทั่วไปในช่วงปลายยุค 1950 ซึ่งอนุพันธ์ของยาที่มีชื่อว่า iproniazid จัดเป็นยาที่อยู่ในกลุ่มของยาที่เรียกว่า monoamine oxidase inhibitors (MAOIs) ซึ่งยาในกลุ่มนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากการรักษาโรคซึมเศร้า แต่ผู้ป่วยจะต้องรับประทานอาหารให้ครบทุกมื้อเพื่อหลีกเลี่ยงอาการข้างเคียงที่รุนแรง ยากลุ่ม MAOIs นี้มักใช้รักษาโรคซึมเศร้าเมื่อไม่สามารถใช้ยาตัวอื่นได้แล้ว ต่อจากยาในกลุ่ม MAOIs ก็เป็นยากลุ่ม tricyclic antidepressant ยาตัวแรกในกลุ่มนี้คือ Tofranil (imipramine) ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อจุดประสงค์ในการรักษาโรคจิตเภท (Schizophrenia) เป็นหลัก แต่พบว่ายานี้ไม่สามารถรักษาโรคจิตเภทได้แต่ประสบความสำเร็จในการเป็นยาต้านเศร้า ยากลุ่มนี้ช่วยยกระดับอารมณ์และเพิ่มพลังงานให้กับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าหลายคน ยากลุ่ม selective serotonin reuptake inhibitors (SSRIs) และ serotonin and norepinephrine reuptake inhibitors (SNRIs) จัดเป็นยาต้านเศร้ากลุ่มล่าสุดที่มีการพัฒนาขึ้น ซึ่งยาในกลุ่มนี้มีผลข้างเคียงที่น้อยกว่ายาในกลุ่มแรกๆ และเป็นยาชนิดแรก ๆ ที่ใช้ในการรักษาโรคซึมเศร้าและโรคทางจิตอื่น ๆ

การใช้ยาต้านเศร้าสำหรับปัญหาเรื่องการนอน

ยาในกลุ่ม Tricyclic antidepressants สามารถออกฤทธิ์กล่อมประสาทได้ ดังนั้นบางครั้งจึงมีการใช้ยาในกลุ่มนี้เช่น Elavil (amitriptyline) และ Oleptro (trazodone) เพื่อใช้รักษาอาการนอนไม่หลับ ยากลุ่มนี้มักใช้รักษาอาการนอนไม่หลับเพราะการใช้ยาในปริมาณไม่มากสามารถทำให้เกิดอาการง่วงนอนได้ และในขณะที่ต้องใช้ยาในระดับสูงจึงจะช่วยลดอาการโรคซึมเศร้าได้

การใช้ยาต้านเศร้าในการรักษาโรควิตกกังวล

ยาต้านเศร้าถูกใช้ในการรักษาโรควิตกกังวลเป็นอันดับสองรองจากการใช้เพื่อรักษาอาการโรคซึมเศร้า ซึ่งในการใช้ยาต้านเศร้าในทุก ๆ กลุ่มได้รับการอนุมัติให้ใช้รักษาโรควิตกกังวลในแต่ละประเภทได้ อาทิเช่น Paxil (paroxetine) ซึ่งเป็นยากลุ่ม SSRI ได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาให้ใช้รักษาโรควิตกกังวลทั่วไป, โรคย้ำคิดย้ำทำและโรคหวาดกลัวสังคม ยา Tofranil ซึ่งเป็นยาในกลุ่ม tricyclic สามารถใช้รักษาโรคหวาดระแวง โรคซึมเศร้าหลังจากเกิดการกระทบกระเทือนทางจิตใจและโรควิตกกังวลทั่วไปได้ โดยยาแต่ละตัวจะออกฤทธิ์แบบเดียวกับที่ใช้รักษาโรคซึมเศร้าโดยการเปลี่ยนแปลงการทำงานของสารสื่อประสาทในสมอง

ยาต้านเศร้ากับการเลิกบุหรี่

ยาต้านเศร้าที่มีชื่อว่า Wellbutrin (bupropion) หรือชื่อการค้าคือ Zyban เป็นยาที่ได้รับอนุมัติจากองค์การอาหารและยาเพื่อใช้ในการเลิกบุหรี่ ถึงแม้ว่าจะยังไม่ทราบว่ายาดังกล่าวสามารถช่วยลดบุหรี่ได้อย่างไรแต่คาดว่าปัจจัยหนึ่งที่ผู้สูบบุหรี่จะต้องเผชิญก็คือความวิตกกังวลและยาตัวนี้ยังสามารถช่วยลดความวิตกกังวลดังกล่าวได้อีกด้วย

ยาต้านเศร้ากับโรคลำไส้แปรปรวน

ยาต้านเศร้าในกลุ่ม Tricyclic พบว่าสามารถช่วยลดอาการของโรคลำไส้แปรปรวนได้ โดยการออกฤทธิ์จะช่วยลดอากาปวดภายในท้องและทางเดินอาหาร

ยาต้านเศร้ากับความเจ็บปวด

การใช้ยาต้านเศร้าในผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บปวดเรื้อรัง อาทิเช่น ปวดข้อ ปวดหลัง fibromyalgia ปวดเส้นประสาท ไมเกรน ปวดหัสและปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรัง ถึงแม้ว่าจะไม่มีอาการของโรคซึมเศร้าก็ตาม ไม่มีใครทราบว่ายาต้านเศร้าสามารถช่วยลดอาการเจ็บปวดได้อย่างไร แต่คาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับการแปลงเปลี่ยนวิธีการทำงานของสารสื่อประสาทภายในสมอง ซึ่งอาจช่วยลดการส่งสัญญาณความเจ็บปวดได้ แต่ก็ยังพบว่าอาการเจ็บปวดจะเริ่มลดลงหลังจากเริ่มใช้ยาไปแล้วหลายสัปดาห์


5 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Kimberly Holland, Depression Medications and Side Effects (https://www.healthline.com/health/depression-medications-and-side-effects) 5 March 2019
Catharine Paddock, Common antidepressant may ease anxiety more quickly than depression (https://www.medicalnewstoday.com/articles/326407.php#1) 20 September 2019
nhs.uk, Overview - Antidepressants (https://www.nhs.uk/conditions/antidepressants/)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป