การลดน้ำหนัก

การเผาผลาญพลังงานไป 3,500 แคลอรี่จะช่วยลดไขมันได้หนึ่งปอนด์จริงหรือ ?

วิทยาศาสตร์เบื้องหลังการเผาผลาญไขมัน
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 122,865 คน

การเผาผลาญพลังงานไป 3,500 แคลอรี่จะช่วยลดไขมันได้หนึ่งปอนด์จริงหรือ ?

การเผาผลาญพลังงานไป 3,500 แคลอรี่สามารถทำให้ไขมันหายไปปอนด์หนึ่ง การศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้แสดงให้เห็นแง่มุมที่น่าสนใจของทฤษฎีนี้ เรากำลังเข้าสู่เรื่องของโภชนาการที่ซับซ้อนมากขึ้น และวิทยาศาสตร์จะอธิบายได้ว่าเราสูญเสียอะไรไปจริง ๆ ระหว่างการเผาผลาญพลังงาน

ประวัติศาสตร์บางส่วน 3,500 แคลอรี่ เผาผลาญอะไรได้หนึ่งปอนด์ ?

มาเริ่มด้วยประวัติศาสตร์กันก่อน นายแพทย์ Max Wishnofsky ทำงานวิจัยการเผาผลาญไขมันแรกสุดในปี 1958 โดยตีพิมพ์ 3,500 calories deficit formula ซึ่งยังคงได้รับการอ้างถึงในเว็บไซต์ทางวิชาการ การศึกษา และบทความทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมดหลายพันชิ้น

ดร. Kevin Hall เปลี่ยนสูตรดังกล่าว และเผยแพร่ต้นฉบับในปี 2007 เขาปรับเปลี่ยนแนวคิดของ “3,500 calories เพื่อการเผาผลาญหนึ่งปอนด์” งานวิจัยของเขาน่าประทับใจ และมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และสูตรที่จะทำให้แม้แต่ผู้คงแก่เรียนมากที่สุดก็ยังตะลึง เราจะยังไม่เข้าสู่ชั้นเรียนคณิตศาสตร์ในตอนนี้ แต่จะพูดถึงการค้นพบก่อน

งานวิจัยต่อมาที่ตีพิมพ์ในวารสาร

International Journal of Obesity เป็นของ ดร. D.M. Thomas ซึ่งเขาไม่เพียงแต่ล้มล้างทฤษฎี “3,500 calories เพื่อการเผาผลาญหนึ่งปอนด์” เท่านั้น แต่ยังสร้างแอปพลิเคชั่นใหม่สามแอปพลิเคชั่นที่สามารถดาวน์โหลดได้ ซึ่ง “จำลองรูปแบบของการเปลี่ยนแปลงน้ำหนักอย่างแม่นยำที่ตรวจสอบแล้ว”

 

3,500 แคลอรี่ เพื่อเผาผลาญอะไรนะ?

อัตราการลดของน้ำหนักแตกต่างกันไปในแต่ละคน การลดไขมันนั้นเป็นความท้าทาย เราเข้าใจกันอย่างง่าย ๆ ว่าการลดพลังงานลง 3,500 แคลอรี่ต่อสัปดาห์จะทำให้เราลดไขมันส่วนเกินได้หนึ่งปอนด์ ซึ่งอ้างอิงมาจากทฤษฎีเก่าที่ไม่ซับซ้อนซึ่งกล่าวไว้ว่า 3,500 แคลอรี่หมายถึงไขมันเท่านั้น และไม่ได้พิจารณามวลกล้ามเนื้อด้วย

งานวิจัยใหม่พิจารณาเนื้อเยื่อทั้งหมด ทำให้เข้าใจว่ากล้ามเนื้อก็สูญเสียไปในกระบวนการเผาผลาญพลังงานเช่นกัน ปริมาณของกล้ามเนื้อที่สูญเสียไปนั้นขึ้นอยู่กับระดับไขมันในร่างกายในตอนแรกเริ่ม และพลังงานที่ใช้ไป

นั่นหมายความว่า การคำนวณน้ำหนักและไขมันที่สูญเสียไปจะต่างกันไปในแต่ละคน ตัวอย่างเช่น คนผอมมีแนวโน้มจะสูญเสียกล้ามเนื้อมากกว่าแต่ยังคงมีไขมันเหลืออยู่ ในขณะที่คนที่มีน้ำหนักเกินจะสูญเสียไขมันในร่างกายมากกว่าแต่ยังคงมีกล้ามเนื้อเหลืออยู่

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมคนอ้วนจึงทนต่ออาหารพลังงานต่ำได้ดีกว่า และเกิดผลตรงกันข้ามในคนผอม อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำให้จำกัดอาหารไม่ว่าจะในคนอ้วนหรือคนผอม เนื่องจากมีความสัมพันธ์กับการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อนี่หมายความว่าอย่างไร ?

ทั้งไขมันและกล้ามเนื้อมีความเกี่ยวข้องกับการลดน้ำหนัก

ทฤษฎี “3,500 calories เพื่อการเผาผลาญหนึ่งปอนด์” จำเป็นต้องพิจารณาการใช้พลังงานของทั้งไขมันและกล้ามเนื้อในอัตราที่ต่างกัน

กล้ามเนื้อหนึ่งปอนด์ไม่ใช่ 3,500 แคลอรี่ แต่เป็นประมาณ 600 แคลอรี่ หากคุณใช้พลังงาน 3,500 แคลอรี่ต่อสัปดาห์ และสูญเสียแต่เพียงกล้ามเนื้อเท่านั้น โดยทฤษฎีแล้ว ก็จะเท่ากับการเสียกล้ามเนื้อไป 61 ปอนด์ ซึ่งนั่นมันตลกมาก และสิ่งที่ต้องจำคือการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อเท่ากับการลดน้ำหนักที่มากกว่า การเสียมวลกล้ามเนื้อคือสิ่งที่เราพยายามหลีกเลี่ยง

หากคุณใช้พลังงานไปได้ 3,500 แคลอรี่ และสูญเสียไปแค่ไขมันในร่างกายเท่านั้น คุณจะเสียไขมันไปหนึ่งปอนด์ เช่นเดียวกัน สิ่งนี้เป็นไปไม่ได้เพราะทั้งกล้ามเนื้อและไขมันจะเสียไปในกระบวนการดังกล่าว ปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลในแอปพลิเคชั่นสูตรใหม่คือการปรับการใช้พลังงานเมื่อน้ำหนักตัวลดลง และระดับพลังงานลดลง ยิ่งไปกว่านั้น การศึกษาหลายชิ้นแนะนำการกระตุ้นให้เกิดการสูญเสียไขมันมากกว่ามวลกล้ามเนื้อโดยการฝึกออกกำลังด้วยแรงต้าน (resistance traning) ที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และการกินโปรตีนในปริมาณสูงขึ้น

 

ฉันสามารถใช้สูตรเก่าได้หรือเปล่า ?

สูตร 3,500 แคลอรี่ทำให้เกิดแนวทางโดยทั่วไป นั่นหมายความว่าให้โยน “3500 calories เพื่อการเผาผลาญหนึ่งปอนด์” ทิ้งไปได้เลยหรือเปล่า ? เปล่า งานวิจัยใหญ่ ๆ หลายชิ้นมุ่งสร้างวิธีที่ง่ายในการหาปริมาณแคลอรี่ที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน การใช้พลังงาน 500-1,000 แคลอรี่ต่อวัน ทำให้เกิดแนวทางทั่วไปในการลดน้ำหนัก 1-2 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ยังคงต้องการการศึกษาเพื่อทำให้ความไม่เที่ยงตรงดังกล่าวแม่นยำมากขึ้น และหาคำอธิบายที่แท้จริงของปริมาณแคลอรี่ที่ต้องเผาผลาญไป การใช้แอปพลิเคชั่นใหม่ ๆ จะเป็นการค้นหาว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณโดยมีความสนุกสนานด้วย

 “หาสิ่งที่สะดวกกว่ามาทดแทนเพื่อให้ผู้ที่ต้องการจะลดหรือเพิ่มน้ำหนักประมาณสิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงของอาหารได้”

 “การคาดการณ์น้ำหนักที่ลดลงในหลายคน และเพื่อพัฒนาการทดลองบอกน้ำหนักที่จะเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบของ experimental design and analysis”

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
7 วิธีเดินเผาผลาญพลังงาน
7 วิธีเดินเผาผลาญพลังงาน

ใช้เทคนิคต่อไปนี้มาช่วยเผาผลาญพลังงานระหว่างการเดินกันเถอะ

พอกันทีกับการซิทอัพ ถึงเวลาเล่นโยคะและพีลาทีสเพื่อกล้ามเนื้อหน้าท้อง
พอกันทีกับการซิทอัพ ถึงเวลาเล่นโยคะและพีลาทีสเพื่อกล้ามเนื้อหน้าท้อง

หลากหลายวิธีเพื่อช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหน้าท้อง