มะเร็งและโรคร้าย

10 ข้อที่คุณควรรู้เกี่ยวกับโรคเกาท์เทียม (Pseudogout)

จากอาการเริ่มต้นจนถึงการควบคุมโรค
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
10 ข้อที่คุณควรรู้เกี่ยวกับโรคเกาท์เทียม (Pseudogout)

โรคเกาท์เทียม เป็นโรคที่มักเกิดความสับสนกับโรคเกาท์และโรคข้ออื่น ๆ ดังนั้น การวินิจฉัยโรคที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ โรคเกาท์เทียมที่ไม่ได้รักษาอาจส่งผลให้เกิดการเสื่อมของข้ออย่างรุนแรง มีการอักเสบเรื้อรังและนำไปสู่การพิการได้ เราจึงได้สรุป 10 ประเด็นสำคัญของโรคเกาท์เทียมที่คุณควรรู้ ดังนี้

1. โรคเกาท์เทียมมีความคล้ายคลึงกับโรคเกาท์ แต่ทั้งสองโรคนี้เกิดขึ้นจากการสะสมผลึกที่ต่างกัน

โรคเกาท์เทียม คือภาวะที่เกิดขึ้นจากการที่มีผลึก calcium pyrophosphate สะสมภายในข้อและเนื้อเยื่อรอบข้อนั้น ในขณะที่โรคเกาท์เกิดจากการสะสมของผลึกยูริกภายในข้อ

2. โรคเกาท์เทียมหรือที่เรียกว่า CPPD อาจมีอาการเหมือนโรคข้อเสื่อมและข้ออักเสบรูห์มาติกเช่นเดียวกับโรคเกาท์

ผู้ป่วยที่มีการสะสมของผลึก Calcium Pyrophosphate ประมาณ 25% จะเกิดโรคที่เรียกว่าโรคเกาท์เทียม ผู้ป่วยโรคเกาท์เทียมไม่จำเป็นต้องมีอาการทุกคน แต่ผู้ป่วยประมาณ 5% อาจมีอาการที่คล้ายกับที่เกิดในโรคข้ออักเสบรูห์มาติก และอีกประมาณ 50% เกิดอาการที่คล้ายคลึงกับในโรคข้อเสื่อมได้

3. โรคเกาท์เทียมมักเกิดขึ้นที่ข้อเดียว โดยเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและรุนแรง

ถึงแม้ว่าเวลาที่โรคเกาท์เทียมกำเริบอาจรุนแรงได้ คล้ายกับโรคเกาท์เมื่อมีอาการ แต่ก็มักจะปวดน้อยกว่า โดยโรคเกาท์เทียมมักกำเริบ เช่น

  • ปวดได้นานตั้งแต่หลายวันจนถึง 2 สัปดาห์
  • อาจมีไข้ตามมาได้
  • มักเกิดขึ้นได้เอง หรืออาจเกิดตามหลังการเจ็บป่วยรุนแรง การผ่าตัด หรือการได้รับอุบัติเหตุ
  • ทำให้กระดูกอ่อนและข้อต่อถูกทำลายและแย่ลงเรื่อย ๆ หลังจากมีอาการกำเริบได้หลายปี

4. เกือบครึ่งของโรคเกาท์เทียมกำเริบเกิดขึ้นที่ข้อเข่า

โรคเกาท์เทียมมักจะเกิดที่เข่า ในขณะที่โรคเกาท์มักจะเกิดที่นิ้วโป้งเท้า แต่โรคเกาท์เทียมก็สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกข้อ รวมถึงนิ้วโป้งเท้าด้วยเช่นกัน

5. ทุกคนมีโอกาสเป็นโรคเกาท์เทียม แต่ความเสี่ยงนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่ออายุมากขึ้น

การเกิดผลึกสะสมในข้อที่ทำให้เกิดโรคเกาท์เทียมนี้เกิดขึ้นในประชากรประมาณ 3% ของผู้ที่มีอายุประมาณ 60 ปี โดยสัดส่วนของจำนวนผู้ป่วยนี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึง 50% ในผู้ที่มีอายุ 90 ปี และโรคนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้เท่ากันทั้งผู้ชายและผู้หญิง

6. ผู้ป่วยโรค CPPD บางส่วนมีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคมาก่อน

นอกจากปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรมต่อโรคเกาท์เทียมแล้วนั้น ปัจจัยอื่นที่ทำให้เพิ่มโอกาสในการเป็นโรคประกอบด้วย

  • ต่อมพาราไทรอยด์ทำงานมากไป (Hyperparathyroidism)
  • ภาวะ Hemochromatosis
  • ต่อมพาราไทรอยด์ทำงานน้อยไป (Hypothyroidism)
  • ภาวะ Amyloidosis
  • ภาวะพร่องแมกนีเซียมในเลือด  (Hypomagnesemia)
  • ภาวะฟอสเฟตต่ำ (Hypophosphatasia)

7. การส่งตรวจที่ช่วยในการวินิจฉัยโรคเกาท์เทียมคือการส่งตรวจน้ำในข้อ

ทำได้โดยการดูดน้ำจากข้อที่มีอาการและนำมาส่องหาผลึกลักษณะรูปแท่งหรือรูปสี่เหลี่ยมคางหมู ซึ่งจะทำให้สามารถยืนยันการวินิจฉัยโรคได้ นอกจากนั้นหากตรวจพบว่ามี แคลเซียมสะสมที่กระดูกอ่อนและภายในข้อ (Chondrocalcinosis) ภายใต้การมองด้วยรังสีเอกซเรย์ก็สามารถช่วยยืนยันการวินิจฉัยได้เช่นกัน และอาจพิจารณาส่งการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติมเพื่อพิสูจน์ว่าไม่ได้เป็นโรคข้ออักเสบจากสาเหตุอื่น

8. ยังไม่มีการรักษาโรคเกาท์เทียมให้หายขาด แต่มีวิธีการรักษาที่จะสามารถควบคุมอาการได้

โรคเกาท์เทียมสามารถควบคุมได้โดยการใช้ยา โดยแพทย์มักจ่ายยาแก้อักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เพื่อควบคุมอาการปวดและการอักเสบเมื่อโรคเกาท์เทียมกำเริบ และใช้ Colchicine ร่วมกับ NSAID ปริมาณน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้กำเริบในครั้งหน้า และอาจฉีด cortisone เข้าในข้อที่อักเสบเพื่อควบคุมอาการปวดและการอักเสบได้เช่นกัน โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ไม่สามารถใช้ยาอื่นได้ และการผ่าตัดก็เป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษาของผู้ป่วยที่มีการทำลายของข้ออย่างรุนแรง

9. เนื่องจากโรคเกาท์เทียมมักเกิดการเข้าใจสับสนกับโรคข้ออักเสบอื่น ๆ ดังนั้นจึงควรได้รับการตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญ

เนื่องจากลักษณะของโรคเกาท์เทียมมีความคล้ายคลึงกับโรคข้ออักเสบชนิดอื่น ดังนั้น จึงควรพบผู้เชี่ยวชาญด้านโรคข้อ (Rheumatologist ) เพื่อทำการวินิจฉัย เพราะการวินิจฉัยที่ถูกต้องแม่นยำ และรวดเร็วจะทำให้มีโอกาสในการป้องกันไม่ให้เกิดการทำลายข้ออย่างรุนแรงได้

10. อาหารไม่มีส่วนต่อการทำให้เกิดโรคเกาท์เทียม และการเปลี่ยนอาหารก็ไม่ได้ช่วยควบคุมอาการของโรค

ถึงแม้ว่าผลึกที่มีการสะสมในโรคเกาท์เทียม จะมีส่วนประกอบของแคลเซียม แต่การกินอาหารที่มีแคลเซียมจำนวนมากก็ไม่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นให้เกิดโรคเกาท์เทียม

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
มีอาหารใดที่จะช่วยควบคุมโรคเกาท์เทียมได้หรือไม่?
มีอาหารใดที่จะช่วยควบคุมโรคเกาท์เทียมได้หรือไม่?

อาหารที่ช่วยลดโรคเกาท์สามารถช่วยโรคเกาท์เทียมได้หรือไม่