Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การเสพติด

ข้อควรรู้ 10 ข้อเกี่ยวกับแอลกอฮอล์และระดับน้ำตาลในเลือด

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,818,168 คน

ข้อควรรู้ 10 ข้อเกี่ยวกับแอลกอฮอล์และระดับน้ำตาลในเลือด

1.รับประทานไวน์หรือเบียร์เพียง 1 แก้ว

หากคุณดื่มแอลกอฮอล์ในระดับที่ไม่เกิน 1 แก้วต่อวันแสดงว่ายังอยู่ในระดับที่พอดี เนื่องจากงานวิจัยส่วนใหญ่นั้นพบว่าการดื่มแอลกอฮอล์วันละไม่เกิน 1 แก้วนั้นไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงต่างๆ เพิ่มขึ้นแต่อย่างไร ควรหลีกเลี่ยงคอกเทลผสม เนื่องจากคอกเทลเหล่านี้มักมีน้ำตาลจำนวนมากและให้พลังงานรวมถึงคาร์โบไฮเดรตมากเช่นกัน และอย่าดื่มในขณะที่ท้องว่างเนื่องจากอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างเฉียบพลันได้

2.ให้จำลองสถานการณ์

หากคุณรู้สึกเบื่อหน่ายเวลาที่ถูกถามว่าทำไมคุณถึงไม่กินเค้กหรือดื่มแอลกอฮอล์และคุณไม่อยากถามคำถามนี้กับแพทย์ หรือไม่รู้จะพูดอย่างไรกับคนในครอบครัว คุณควรฝึกจำลองสถานการณ์เหล่านั้นก่อนที่คุณจะต้องนำไปใช้ในชีวิตจริง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจตับวันนี้ เริ่มต้นที่ 688 บาท พร้อมจองคิวรพ.ให้ ไม่ต้องรอ

ดื่มเหล้าบ่อย อ้วนลงพุง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันสูง หรือมีโรคตับ ควรตรวจตับเป็นประจำ

Istock 1037536402

3.หากคุณดื่มเบียร์ให้รับประทานขนมที่ดีต่อสุขภาพด้วย

หากคุณดื่มเบียร์หรือไวน์ในช่วงก่อนเข้านอน ควรตรวจระดับน้ำตาลอีกครั้งก่อนเข้านอน หากระดับน้ำตาลนั้นอยู่ในระดับต่ำ ให้รับประทานขนมเล็กน้อยก่อนเข้านอน เนื่องจากแอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายฟื้นตัวจากภาวะน้ำตาลต่ำได้ช้า ดังนั้นการกินขนมจึงช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้

4.ระมัดระวังหากคุณมีเพศสัมพันธ์หลังจากดื่ม

การดื่มแอลกอฮอล์และการมีเพศสัมพันธ์นั้นล้วนแต่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณลดลง และแน่นอนว่าหากทำทั้งสองอย่างก็อาจจะทำให้ระดับน้ำตาลนั้นต่ำจนเป็นอันตรายได้ อย่าลืมตรวจเช็กระดับน้ำตาลหากคุณกำลังวางแผนว่าจะทำทั้งสองอย่างในเวลาต่อเนื่องกัน

5.ฉันจะรับประทานยาตอนไหนและอย่างไร

คำตอบสำหรับคำถามนี้นั้นขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ดังนั้นคุณควรใส่ใจว่าคุณจะต้องรับประทานยาหรือฉีดอินซูลินก่อนหรือหลังอาหาร ในช่วงก่อนนอนหรือตอนเช้า พร้อมอาหารหรือไม่จำเป็นต้องมีอาหารและรวมถึงรายละเอียดอื่นๆ เช่นคุณควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์หรือไม่? มียาอะไรบ้างที่อาจทำปฏิกิริยากับยาที่คุณรับประทาน คุณสามารถสอบถามข้อมูลเหล่านี้จากแพทย์หรือเภสัชกรเวลารับยา

6.ดื่มแอลกอฮอล์ได้หรือไม่?

หากคุณเลือกที่จะดื่มแอลกอฮอล์นั้น คุณก็ไม่ควรรับประทานเกินวันละ 1 แก้วสำหรับผู้หญิง หรือไม่เกิน 2 แก้วในผู้ชาย (1 แก้วนั้นหมายถึงไวน์ 5 ออนซ์หรือเบียร์ 12 ออนซ์) หากแพทย์กังวลเกี่ยวกับการทำงานของตับหรือไต แพทย์อาจแนะนำให้คุณงดดื่มแอลกอฮอล์

7.คำแนะนำสำหรับเวลาที่รับประทานอาหารนอกบ้าน

แอลกอฮอล์นั้นส่งผลต่อผู้ป่วยเบาหวานแตกต่างจากคนทั่วไป โดยมันอาจทำให้เกิดภาวะน้ำตาลต่ำได้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณน้อยจนถึงปานกลางนั้น (ไม่เกิน 1 แก้วในผู้หญิงและ 2 แก้วในผู้ชาย) นั้นจะช่วยลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากโรคหัวใจได้ ดังนั้นหากคุณดื่มแอลกอฮอล์ตามคำแนะนำเหล่านี้คุณก็จะยังคงสามารถดื่มเบียร์หรือไวน์เวลารับประทานอาหารได้

8.ดื่มไวน์หรือเบียร์เมื่อคุณรู้ว่าระดับน้ำตาลของคุณนั้นจะยังคงอยู่ในช่วงระดับที่เหมาะสมเท่านั้น

หากคุณมีการเช็คระดับน้ำตาลเป็นประจำ คุณก็สามารถดื่มแอลกออฮอล์ได้ แต่หากระดับน้ำตาลของคุณนั้นไม่สม่ำเสมอ คุณควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกออฮอล์ เนื่องจากแอลกอฮอล์อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำและทำให้ระดับน้ำตาลอยู่ในระดับที่เหมาะสมได้ยากขึ้น

9.ขอให้บริกรเสิร์ฟคอกเทลพร้อมกับอาหาร

การดื่มคอกเทลก่อนรับประทานอาหารเย็นนั้นไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนักโดยเฉพาะผู้ที่ฉีดอินซูลินหรือรับประทานยาเบาหวานเพราะระดับน้ำตาลของคุณนั้นจะอยู่ในระดับที่ต่ำอยู่แล้ว ควรดื่มแอลกอฮอล์พร้อมกับการรับประทานอาหารหรือถ้าจะให้ดีกว่านั้นก็คือดื่มหลังอาหารเพื่อลดโอกาสในการเกิดภาวะน้ำตาลต่ำ

10.เลือกว่าคุณจะดื่มไวน์หรือรับประทานขนมหวาน

เครื่องดื่มนั้นก็ให้พลังงานเช่นเดียวกับอาหาร หากระดับน้ำตาลของคุณนั้นอยู่ในระดับที่เหมาะสม คุณก็สามารถดื่มไวน์ 1 แก้วพร้อมๆ กับการทานอาหาร แต่ยังคงต้องรับการรับประทานอาหาร ตัวอย่างเช่นไวน์ 5 ออนซ์นั้นให้พลังงาน 120 แคลอรี และไวน์ 2 แก้วนั้นก็ให้พลังงานใกล้เคียงกับบราวนี่ 1 ชิ้น หากคุณมีการนับปริมาณพลังงานที่คุณรับประทาน คุณควรจะต้องวางแผนว่าจะเลือกดื่มแอลกอฮอล์หรือรับประทานขนมหวาน หากคุณต้องฉีดอินซูลิน คุณไม่สามารถดื่มแอลกอฮอล์แทนการกินขนมหวานที่เป็นคาร์โบไฮเดรตได้ เนื่องจากปริมาณอินซูลินที่ใช้นั้นคำนวนจากปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่คุณรับประทาน ในขณะที่แอลกอฮอล์นั้นให้พลังงานแต่ไม่จำเป็นต้องใช้อินซูลินมาควบคุม


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป