Doctor men
เขียนโดย
พ.ญ. บุฑบท พฤกษาพนาชาติ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
ข้อมูลเกี่ยวกับแพทย์

ทำอย่างไรเมื่อเด็กๆ ต้องพบจิตแพทย์

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,198,481 คน

ทำอย่างไรเมื่อเด็กๆ ต้องพบจิตแพทย์

คุณพ่อคุณแม่บางคนอาจพบว่าลูกมีปัญหาในจิตใจบางอย่าง จนแสดงออกมาทางพฤติกรรม เช่น ก้าวร้าว ซึม ปลีกตัว ไม่ชอบเข้าสังคม ฯลฯ แม้คิดว่าการพบจิตแพทย์น่าจะเป็นทางออกที่เหมาะสม แต่คุณพ่อคุณแม่บางคนอาจไม่ทราบว่าควรจะเริ่มต้นอย่างไร หรือมีความกังวลเพราะไม่ทราบว่าการพาลูกไปพบจิตแพทย์นั้นจะต้องเจอกับอะไรบ้าง จริงๆ แล้วการพาลูกไปปรึกษาแพทย์ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเลย และแม้กระทั่งเด็กที่อายุน้อยมากๆ ก็อาจต้องการการช่วยเหลือจากจิตแพทย์ได้ 

ลูกยังเล็กอยู่เลย ถึงกับต้องพบจิตแพทย์เลยหรือ?

ก่อนอื่น อยากให้คุณพ่อคุณแม่ทำความเข้าใจก่อนว่า เด็กๆ ที่มาพบจิตแพทย์นั้นไม่จำเป็นต้องป่วยเสมอไป ปัญหาของเด็กๆ อาจมาในรูปแบบต่างๆ กัน ในบางกรณีอาจต้องการเพียงคำปรึกษาเพื่อพัฒนาตนเอง เสริมสร้างความมั่นใจ ปรับปรุงสัมพันธภาพระหว่างตัวเองกับเพื่อนๆ หรือในอีกกรณีคือเด็กๆ อาจต้องการความช่วยเหลือเนื่องจากโรคทางจิตเวชจริง เช่น มีปัญหาด้านอารมณ์และพฤติกรรม เป็นโรคสมาธิสั้น โรคซึมเศร้า วิตกกังวล ซึ่งการพาเด็กพบจิตแพทย์อย่างทันท่วงทีจะเป็นประโยชน์มาก เพราะจะทำให้เด็กๆ ได้รับการดูแลช่วยเหลือที่เหมาะสม

การพบจิตแพทย์ แท้จริงคือการสร้างโอกาส

บางครอบครัวอาจยังมีความเชื่อว่า การพบจิตแพทย์เท่ากับเป็นโรคจิต กลัวเด็กจะถูกตีตรา จึงไม่กล้าพามาพบจิตแพทย์ แต่ที่จริงแล้ว การพาเด็กๆ มาพบกับจิตแพทย์นั้นเป็นการเปิดโอกาสให้เขาได้แก้ไขจุดบกพร่อง และสามารถพัฒนาศักยภาพของตัวเองได้เต็มที่

3 ตัวช่วยบ่งบอกว่าลูกควรพบจิตแพทย์

  1. เมื่อลูกร้องขอ ข้อนี้สำคัญมาก เนื่องจากเด็กๆ ยุคนี้ส่วนใหญ่คือนักค้นคว้าตัวยง เมื่อเกิดความผิดปกติกับตัวเอง เขาจะเริ่มสังเกตและค้นข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เช่น อินเทอร์เน็ต เพื่อเปรียบเทียบความเข้ากันได้ของอาการที่ตัวเองเป็น กับโรคต่างๆ ที่เขาหาข้อมูลได้ เพราะฉะนั้นเมื่อลูกร้องขอ จงอย่าเพิกเฉยต่อคำร้องขอนั้น
  2. เมื่อพ่อแม่สังเกตได้ เด็กๆ อาจไม่สามารถอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเขาได้ทั้งหมด โดยเฉพาะเด็กเล็กๆ การใช้ความช่างสังเกตของผู้ใกล้ชิดจึงเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อพ่อแม่สามารถสังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรม อารมณ์ หรือการใช้ชีวิตประจำวัน ก็เป็นตัวช่วยหนึ่งที่จะนำเด็กพบจิตแพทย์และเข้าสู่กระบวนการรักษาได้ สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่อาจสังเกตนั้นได้แก่ เด็กมีพฤติกรรมถดถอย ร้องงอแง เอาแต่ใจ ทำร้ายตัวเอง ก้าวร้าว ซน ไม่เชื่อฟัง ดื้อ ต่อต้าน หวาดกลัวเกินเหตุ ซึมลง แยกตัว ไม่เล่นกับเพื่อนๆ เป็นต้น
  3. เมื่อคนรอบข้างมองเห็น หลายครั้งที่พ่อแม่อาจมองข้ามจุดสำคัญๆไปได้เพราะใกล้ชิดกับเด็กมาก การสังเกตของคนรอบข้างจึงอาจมีน้ำหนักในการช่วยเหลือ สำหรับเด็กๆ คนรอบข้างที่สำคัญ คือคุณครู เพราะเด็กส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่ที่โรงเรียนเป็นเวลามากกว่าครึ่งหนึ่งของช่วงที่ตื่นนอน คุณครูจึงเป็นผู้สังเกตการณ์ที่เก่งกาจมากๆ

อยากพบจิตแพทย์จะเริ่มตรงไหนดี?

คุณพ่อคุณแม่ที่สนใจพาลูกไปพบจิตแพทย์ สามารถค้นหาสถานพยาบาลที่มีจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทย (ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด ตุลาคม 2561 )ได้จาก Facebook Fanpage “ชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย” หรือตามลิงก์นี้ https://web.facebook.com/thaichildpsy/ เมื่อเลือกสถานพยาบาลที่สะดวกหรือตรงกับสิทธิการรักษาแล้ว สามารถโทรศัพท์เพื่อนัดหมายล่วงหน้าก่อนเข้าพบได้เลย

ก่อนพบจิตแพทย์ ควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

อันดับแรกคือ ทำใจให้สบาย เตรียมข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่จะนำไปพบจิตแพทย์และขอคำปรึกษา เช่น หากสงสัยว่าลูกมีปัญหาสมาธิสั้น ควรสอบถามข้อมูลจากคุณครู ขอบันทึกพฤติกรรมและผลการเรียน หากสงสัยว่าลูกมีภาวะซึมเศร้า ควรสังเกตพฤติกรรมทั้งที่บ้าน โรงเรียน ข้อมูลการปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนๆ และข้อสำคัญคือ ผู้ที่พาเด็กไปพบแพทย์ควรเป็นบุคคลใกล้ชิดที่อาศัยอยู่กับเด็ก และทราบข้อมูลของตัวเด็กมากที่สุด

เมื่อพบจิตแพทย์จะต้องเจออะไรบ้าง?

การพาเด็กพบจิตแพทย์ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว โดยทั่วไปจิตแพทย์จะเน้นการพูดคุย สอบถามประวัติ โดยอาจมีการแยกคุยส่วนตัวเฉพาะกับเด็กหรือผู้ปกครองเป็นบางช่วง ตามวิจารณญาณของแพทย์ผู้ให้การรักษา แพทย์จะทำการตรวจประเมินเบื้องต้น อาจมีการตรวจร่างกายหรือส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการที่จำเป็น เพื่อการวินิจฉัยและวินิจฉัยแยกโรค เมื่อได้วินิจฉัยโรคแล้ว แพทย์จะวางแผนการรักษาร่วมกับผู้ปกครอง โดยรูปแบบการรักษาขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยโรคและการตัดสินใจร่วมของผู้ปกครอง ทั้งการรักษาด้วยยา การบำบัดในรูปแบบต่างๆ เช่น พฤติกรรมบำบัด จิตบำบัด ศิลปะบำบัด ดนตรีบำบัด ฯลฯ

สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือ ความสม่ำเสมอในการรักษา เนื่องจากปัญหาทางจิตเวชส่วนใหญ่ต้องอาศัยเวลาในการบำบัดฟื้นฟู ดังนั้น การร่วมมือในการรักษาจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้เด็กๆ กลับสู่ภาวะปกติหรือใกล้เคียงปกติได้มากที่สุด


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป