ผ่าต่อมทอนซิลหรือไม่ผ่าดี

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ม.ค. 15, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

ผ่าต่อมทอนซิลหรือไม่ผ่าดี

ต่อมทอนซิลเป็นต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ภายในช่องปาก ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 2 ต่อมด้วยกัน โดยทำหน้าที่ในการดักจับและทำลายเชื้อโรคก่อนเข้าสู่ร่างกายจากระบบทางเดินอาหาร แต่ในบางครั้งก็กลายเป็นที่เก็บกักเชื้อโรค ทำให้เรามีอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง โดยเฉพาะอาการเจ็บคอหรือต่อมทอนซิลโตมาก ซึ่งในกรณีนี้แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยการผ่าตัดนำต่อมทอนซิลออก

เกณฑ์พิจารณาในการผ่าตัดนำต่อมทอนซิลออก

  1. เจ็บคอเรื้อรัง มีอาการเจ็บคอ 5 ครั้งใน 2 ปี หรือ 7 ครั้งใน 1 ปี และมีอาการไข้สูงจนรู้สึกหนาวสั่นร่วมด้วย ไอบ่อย มีกลิ่นปากรุนแรง และมีต่อมน้ำเหลืองบริเวณข้างลำคอโต ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน
  2. เนื้อเยื่อมีหนอง เนื้อเยื่อบริเวณรอบๆ ต่อมทอนซิลมีหนองจำนวนมาก อันเนื่องมาจากการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะไม่ได้ผล
  3. เป็นแหล่งเชื้อโรค หากมีอาการชักหลังจากอาการเจ็บคอและเป็นไข้สูง หรือมีการพิสูจน์ได้ว่าเป็นแหล่งกักเก็บเชื้อโรคอย่างเช่น “เบต้า ฮีโมไลติก สเตรปโตคอคไค กรุ๊ปเอ” หรือเชื้อโรคคอตีบ ก็จำเป็นต้องตัดออก
  4. ต่อมทอนซิลโตมาก ทำให้ไปอุดกั้นทางเดินหายใจจนกระทั่งมีอาการนอนกรน หรือหยุดหายใจขณะนอนหลับเป็นพักๆ หากมีอาการโตมากๆ จะทำให้กลืนอาหารลำบาก
  5. ต่อมทอนซิลโตข้างเดียว มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งต่อมทอนซิล จึงมีความจำเป็นต้องตัดออกแล้วนำมาตรวจทางพยาธิวิทยาว่าอาจจะมีเซลล์มะเร็งหรือไม่

ก่อนเริ่มผ่าตัดแพทย์จะทำการตรวจดูจำนวนเม็ดเลือดขาวและการตรวจเลือดอื่นๆ เพื่อเช็คความผิดปกติจากการหยุดไหลของเลือด รวมถึงการตรวจปัสสาวะเพื่อเช็คความผิดปกติของไต จากนั้นทำการเอ็กซเรย์ปอด โดยผู้ป่วยจะต้องงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6 ชั่วโมง ก่อนเข้าห้องผ่าตัด เพราะจะช่วยป้องกันอาการสำลักน้ำและอาหารเข้าไปในปอดในระหว่างที่ทำการผ่าตัด

ปัจจุบันมีวิธีผ่าตัดนำต่อมทอนซิลออกแบบใหม่ที่เรียกกันว่า “สแนร์” หรือ Tyding Tonsil Snare เป็นเครื่องมือที่มีลักษณะปลายเป็นวงลวดที่สามารถรูดได้ โดยวงลวดนี้จะไปคล้องต่อมทอนซิล จากนั้นรูดออกจากช่องคอ ซึ่งไม่ทำให้เกิดแผลใดๆ ที่ด้านนอก

ผู้ป่วยที่มีอาการอักเสบและเป็นหนองบ่อยๆ จนทำให้ร่างกายทรุดโทรม ส่งผลกระทบต่อการเรียนและหน้าที่การงานที่ต้องหยุดบ่อยๆ แต่เมื่อได้รับการผ่าตัดนำต่อมทอนซิลออกแล้ว จะช่วยทำให้ไม่ติดเชื้อบ่อย หรือไม่เป็นแหล่งกักเก็บเชื้อโรค สำหรับผู้ป่วยที่เป็นเด็กหรือผู้ที่เคยมีอาการต่อมทอนซิลโต ก็จะทำให้หายใจโล่งและกลืนอาหารสะดวกยิ่งขึ้น

ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยมักจะมีความกังวลเกี่ยวกับอาการหลังการผ่าตัดนำต่อมทอนซิลออก ซึ่งเราจะมาไขข้อข้องใจว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างดังต่อไปนี้

  1. อาการเจ็บคอ หลังผ่าตัดชั่วโมงแรกๆ จะมีอาการเจ็บคอมาก แต่อาการปวดแผลจะค่อยๆ ลดน้อยลงหายเองภายใน 10 วัน ส่วนแผลผ่าตัดจะหายเป็นปกติประมาณ 30 วัน
  2. น้ำหนักเพิ่มขึ้น หลังจากผ่าตัดประมาณ 1- 2 เดือน ผู้ป่วยจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากต่อมทอนซิลที่เคยโตได้นำออกไปแล้ว ทำให้ไม่มีอุปสรรคภายในลำคอ ทำให้ไม่เจ็บป่วยง่าย รับประทานอาหารได้อร่อย โดยเฉพาะเด็กที่มีอายุ 3 7 ปี จะสามารถรับประทานได้มากขึ้น
  3. เสียงพูดเปลี่ยนไป ผลังจากผ่าตัดในสัปดาห์แรก ผนังช่องคอหรือบริเวณเพดานอ่อนจะมีอาการบวมขึ้นมาก ทำให้หายใจไม่ค่อยสะดวก แต่พอแผลหายบวมแล้วก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ยกเว้นกรณีผู้ป่วยบางรายมีอาการ VPI หรือภาวะเสียงขึ้นจมูก ซึ่งอาจเกิดจากมีความผิดปกติของเพดานปาก หรือมีความผิดปกติของเส้นประสาทหรือกล้ามเนื้อบนใบหน้า
  4. เกิดฝ้าขาวที่บริเวณแผลผ่าตัด เมื่อผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดแล้วจะมีแผลในผนังช่องคอทั้งสองข้างที่ตำแหน่งเดิมของต่อมทอนซิล ซึ่งจะมองเห็นเป็นฝ้าสีขาวคล้ายๆ กับอาการหนองอักเสบ แต่นี่คืออาการหายของแผลที่ไม่ใช่การติดเชื้อ โดยจะหายไปเองภายใน 2 สัปดาห์

ผู้ป่วยควรรับประทานเฉพาะอาหารเหลวเท่านั้นอย่างน้อย 7 วัน เพื่อป้องกันอาการเจ็บคอและไม่ให้มีอาการเลือดออก ไม่ขากเสมหะหรือไอแรงๆ หลังจากนั้นให้รับประทานอาหารอ่อนๆ ที่ไม่ร้อน พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสจัด เมื่อผ่าน 14 วันไปแล้วให้ดื่มน้ำเปล่ามากๆ รับประทานอาหารได้ตามปกติ งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ แต่ไม่แข็งจนเกินไปจนกว่าจะครบ 1 เดือน จึงจะรับประทานอาหารได้ทุกอย่าง

นอกจากนี้ภายใน 1 เดือนแรก หลังได้รับการผ่าตัดนำต่อมทอนซิลออก จะต้องงดออกกำลังกายทุกชนิด เพื่อเป็นการป้องกันเลือดออกจากแผล พร้อมกับหลีกเลี่ยงการเข้าสังคม จะช่วยป้องกันการติดเชื้อโรคต่างๆ ได้อีกทางหนึ่ง จนกว่าร่างกายจะกลับมาแข็งแรงมีสุขภาพดี

อาการข้างเคียงจากการผ่าตัดต่อมทอนซิลที่อาจเกิดขึ้นได้คือ มีเลือดออกจากแผลผ่าตัดมาก โดยพบได้ประมาณ 2 – 4% สำหรับอัตราการเสียชีวิตที่เกิดจากการผ่าตัดต่อมทอนซิลมีเพียง 1 ใน 25,000 ราย ซึ่งมีสาเหตุมาจากเลือดออกจากแผลไม่หยุด แผลติดเชื้อ หรือภาวะหายใจล้มเหลว และยังมีอีกประมาณ 1 ใน 40,000 รายที่เสียชีวิตจากผลข้างเคียงของการดมยาสลบ

ดังนั้นผู้ป่วยที่ต้องการรักษาโรคต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรัง และมีสุขภาพแข็งแรงพอสมควรนั้น การผ่าตัดนำต่อมทอนซิลออกก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย เพื่อช่วยให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยไม่ต้องเจ็บป่วยง่ายจนทำให้ต้องหยุดเรียนหรือทำงานบ่อยๆ ได้ค่ะ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ต่อมทอมซินถ้าตัดออกจะมีผลข้างเคียงอะไรบ้างครับ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เป็นต่อมทอมซิสอับเสบ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เป็นทอนซิลโตรักษายังไงครับ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ทอลซิลอักเสบบ่อยแต่ไม่อยากผ่าตัดควรป้องกันอย่างไรดีค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่