โรคเกาท์ (Gout) คืออะไร?


โรคนี้เป็นโรคข้ออักเสบประเภทหนึ่ง

โรคเกาท์เป็นรูปแบบหนึ่งของการมีข้ออักเสบที่ทำให้เกิดอาการปวด บวมที่ข้อและข้อติด โดยส่วนมากเกิดได้กับหลายข้อในร่างกาย ในบางคนอาจเริ่มจากการปวดบวมที่ข้อนิ้วหัวแม่เท้า

ผู้ป่วยโรคเกาท์สามารถมีอาการกำเริบสลับกับช่วงที่ไม่มีอาการ โดยในช่วงที่มีอาการมักเป็นอยู่นาน 3-10 วัน ผู้ป่วยบางคนอาจไม่มีอาการกำเริบเลยได้หลายเดือนหรือหลายปี ในขณะที่บางคนอาจมีอาการกำเริบถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ได้

โรคเกาท์เป็นโรคที่อาจวินิจฉัยได้ยาก แต่เมื่อวินิจฉัยแล้วก็สามารถรักษาได้ โดยการใช้ยาร่วมกับการปรับพฤติกรรม

โรคเกาท์เกิดจากอะไร?

โรคเกาท์ เกิดเมื่อมีกรดยูริคสะสมอยู่ภายในร่างกายมากเกินไป ซึ่งกรดยูริคเป็นของเสียที่พบได้ทั่วไปในกระแสเลือดจากการย่อยสลายอาหารบางอย่างที่มักจะเดินทางเข้าสู่ไตก่อนจะถูกขับออกจากร่างกายทางปัสสาวะ โรคเกาท์จะเกิดจากการที่กรดยูริคสะสมในกระแสเลือด ทำให้เกิดผลึกรูปร่างแหลม และปวดที่บริเวณภายในข้อ อาหารและยาบางชนิดสามารถทำให้ระดับกรดยูริคในเลือดสูง และทำให้มีอาการของโรคกำเริบขึ้นได้

อาหารที่อาจทำให้โรคเกาท์กำเริบประกอบด้วย

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์
  • อาหารทะเลบางชนิด (รวมถึงปลาแมคเคอเรล ปราแฮร์ริ่ง หอยแครง ปลาแอนโชวี่ และปลาซาร์ดีน
  • เนื้อแดงและเครื่องในสัตว์ (โดยเฉพาะไตของวัว ตับ และตับอ่อน)

ยาที่สามารถทำให้โรคเกาท์กำเริบประกอบด้วย

  • ยาขับปัสสาวะ (ใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูงหรือโรคหัวใจ)
  • ยาที่มีส่วนผสมของ salicylate (เช่นแอสไพริน)
  • Niacin (วิตามิน B3 และ nicotinic acid)
  • Cyclosporine (ยากดภูมิคุ้มกัน)
  • Levodopa (ยาใช้รักษาโรคพาร์กินสัน)

ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่ทำให้เกิดโรคเกาท์ประกอบด้วย

  • มีน้ำหนักเกิน
  • ผู้ชายมีโอกาสเกิดมากกว่าผู้หญิง
  • รับประทานแอลกอฮอล์มากกว่าความต้องการตามปกติ
  • มีประวัติครอบครัวเป็นโรคเกาท์
  • ความดันโลหิตสูง
  • ไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ
  • โรคไตเรื้อรัง
  • โรคที่ทำให้มีการสร้างเซลล์ใหม่เร็วขึ้น เช่นโรคมะเร็งบางชนิด โรคสะเก็ดเงินและภาวะซีดจากการมีเม็ดเลือดแดงแตก
  • Kelly-Seegmiller syndrome หรือ Lesch-Nyhan syndrome (ความผิดปกติชนิดที่พบได้น้อยที่ส่งผลต่อการจัดการกรดยูริคภายในร่างกาย)

ความชุกของโรค

ผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกาประมาณ 4% ของทั้งหมดเป็นโรคเกาท์ หรือมากกว่า 8 ล้านคน

โรคเกาท์เป็นโรคข้ออักเสบที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ชาย โดยโรคนี้พบได้ในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง มีผู้ชายในสหรัฐอเมริกาประมาณ 6% ที่เป็นโรคนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับผู้หญิงที่มีเพียงประมาณ 2%

โดยเฉพาะผู้หญิงมักไม่เป็นโรคนี้จนหลังจากการเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน และจะพบได้น้อยในเด็กและผู้ใหญ่ตอนต้น

ภาวะแทรกซ้อน

โรคเกาท์อาจนำไปสู่ภาวะต่างๆ เหล่านี้

โรคเกาท์เรื้อรัง ผู้ที่เป็นโรคเกาท์เรื้อรังจะมีอาการกำเริบได้หลายครั้งต่อปี และหากไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้ข้อถูกทำลายได้

Tophi เป็นก้อนลักษณะสีขาวคล้ายชอล์ค หรือสะสมอยู่ภายใต้ผิวหนัง ก้อนนี้มักพบที่บริเวณข้อศอก หู หรือนิ้ว ก้อนนี้มักไม่ได้ทำให้เกิดอาการเจ็บปวด แต่อาจบวมขึ้นได้นช่วงที่โรคเกาท์กำเริบ

นิ่วในไต ผู้ที่เป็นโรคเกาท์จะมีแนวโน้มที่จะเกิดนิ่วในไตเพิ่มขึ้นจากการมีกรดยูริคมากเกินไปในไต

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่