ความรู้สุขภาพ

โรคเกาต์

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 11, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
Istock 502894342

โรคเกาต์ คือ โรคที่เกิดความผิดปกติในการสร้างและหรืออาการทำให้ กรดยูริก (uric acid) ซึ่งเป็นสารปลายทางของสารพิวรีน (สารจำเป็นในการสารดีเอ็นเอและอาร์เอ็นเอของเซลล์ เป็นสารทางพันธุกรรม และยังเกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานของเซลล์) โดยส่วนหนึ่งของพิวรีน ตับสร้างขึ้นเอง และอีกส่วนได้จากอาการ

การมีกรดยูริกผิดปกติอาจเกิดจากสารพิวรีนสูงเกินปกติ จึงส่งผลให้กดยูริกในเลือดสูงตามไปด้วย หรือกรดยูริกค้างอยู่ในร่างกายมากเกินปกติ เนื่องจากไตไม่สามารถขับออกได้ (ปกติกรดยูริกจะถูกขับออกจากร่างกายทางปัสสาวะ) หรือขับออกได้น้อย (อาจจากโรคไต หรือจากผลข้างเคียงของยาบางชนิด)

เมื่อกรดยูริกคั่งในเลือดเป็นปริมาณสูง กรดยูริกจะตกผลึกในเนื้อเยื่อต่างๆโดยเฉพาะเนื้อเยื่อไขข้อ ในทุกๆข้อ แต่ที่พบบ่อยคือ ข้อเล็กๆ เช่น ข้อกระดูกฝ่ามือ ข้อกระดูกฝ่าเท้า โรคพบบ่อยที่สุดที่ข้อกระดูกหัวแม่เท้า (พบได้สูงถึงประมาณร้อยละ 70 ของโรคเกาต์) ข้อเข่า และส้นเท้า แต่ทั้งนี้อาจตกผนึกในเนื้อเบื่อได้ทุกชนิด

ผลึกของกรดยูริกเป็นสาเหตุให้เนื้อเยื่อไขข้อเกิดการอักเสบชนิดไม่ติดเชื้อ ซึ่งเกิดได้ทั้งการอักเสบเฉียบพลัน ส่งผลให้เกิดอาการปวดและบวมที่เนื้อเยื่อไขข้อทันที โดยเกิดได้กับทุกข้อ แต่ที่พบบ่อยคือ ข้อกระดูกหัวแม่เท้าดังกล่าว และข้ออาจอักเสบเรื้อรัง เป็นๆหายๆ เมื่อปริมาณผลึกมีมาก ในระยะเรื้อรังจะสะสมเป็นปุ่มก้อนเล็กๆ แต่บางครั้งอาจมีขนาดใหญ่ได้ กระจายทั่วไปในเนื้อเยื่ออื่นๆทั่วร่างกาย นอกเหนือจากเนื้อเยื่อไขข้อ เช่น ในผิวหนัง นิ้วมือ ข้อศอก และใบหู

โรคเกาต์เป็นโรคที่พบได้ประมาณร้อยละ 1 ของประชากรทั้งหมด เป็นโรคของผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ โดยพบได้ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป ซึ่งมักไม่แสดงอาการ แต่จะแสดงอาการเมื่ออายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป และ พบในผู้ชายบ่อยการผู้หญิง

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

  • กินอาหารที่มีสารพิวรีนและกรดยูริกสูงต่อเนื่อง (เช่น เนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ ปลาซาร์ดีน หอยแครง อาหารทะเล น้ำเกรวี่ (gravy) พืชบางชนิด เช่น ยอดผัก ผักโขม ถั่วรูปไต เช่นถั่วดำ ถั่วแดง และหน่อยไม้ฝรั่ง
  • อาหารที่มีส่วนของยีสต์ในการหมักผสม เช่น เบียร์ เพราะลดการขับกรดยูริกออกจากร่างกาย
  • โรคอ้วน เพราะคนอ้วนมักมีสารพิสรีนหรือกรดยูริกสูง จึงมักมีกรดยูริกในเลือกสูงไปด้วย
  • โรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดลเอกหัวใจ เพราะส่งผลให้เกิดการสันดาปกรดยูริกผิดปกติจึงมีกรดยูริกในเลือดสูง
  • โรคเลือด เพราะส่งผลให้มีกรดยูริกในเลือดสูง เช่น โรคต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำ
  • โรคไต เพราะจะขับกรดยูริกออกได้น้อยลง
  • ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เช่น ยาขับน้ำ และยาแอสไพริน เพราะลดการขับกรดยูริกออกจากทางไต เพศ เพราะพบในผู้ชายสุงกว่าในผู้หญิง 2-3 เท่า 

อาการ

  • ข้อต่างๆ โดยเฉพาะข้อกระดูกฝ่าเท้าด้านหัวแม่เท้าปวด บวม แดง ร้อน เจ็บมาก (เมื่อสัมผัส) เคลื่อนไหวลำบาก เจ็บมากขึ้น ในช่วงกลางคืน มักเกิดรวดเร็วภายใน 1 วัน เมื่ออาการบวมลดลงข้อเหล่านี้ก็ยังเจ็บต่อเนื่องอีกหลายวัน และบ่อยครั้งมีอาการเพียงข้อเดียว
  • อาจมีไข้หรือไม่ก็ได้
  • อ่อนเพลีย
  • ในโรคระยะเรื้อรัง ผลึกของกรดยูริกอาจเกาะในเนื้อเยื่ออื่นๆ เกิดเป็นปุ่มเป็นก้อน เช่น ที่ผิวหนังและใบหู

การวินิจฉัย

แพทย์วินิจฉัยโรคเกาต์ได้จากอาการ ประวัติการเจ็บป่วยในอดีตและปัจจุบัน ประวัติการเจ็บป่วยในครอบครัว การตรวจร่างกาย การตรวจเลือดดูค่ากรดยูริก อาจเอกซเรย์ข้อนั้นๆ แต่ที่ให้ผลแน่นอนคือ การดูดน้ำจากข้อหรือจากก้อนแล้วตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งจะพบผลึกของกรดยูริก

แนวทางการรักษา

แนวทางการรักษาโรคเกาต์ได้แก่ การกินยาซึ่งมีหลายชนิด เพื่อลดกรดยูริก ลดการอักเสบ ลดโอกาสเกิดโรคซ้ำ หรือกลายเป็นโรคเรื้อรัง นอกจากนั้นคือ ปรับพฤติกรรมการกินอาหาร โดยหลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารพิวรีนหรือกรดยูริก และรักษาประคับประครองตามอาการ เช่น บาบรรเทาปวด และการพักผ่อน

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงจากโรคเกาต์ที่อาจพบได้แก่ การกลายเป็นโรคเกาต์เรื้อรัง มีผลต่อภาพลักษณะ (จากปุ่มก้อนของผลึกกรดยูริกตามเนื้อเยื่อต่างๆ) โรคนิ่วในไต (จากการตกผลึกของกรดยูริก) และโรคไตวาย (เนื่องจากผลึกกรดยูริกฉุดกั้นการกรองปัสสาวะ)

ความรุนแรงของโรค

โรคเกาต์เป็นโรคไม่รุนแรง ความคุมโรคได้ ไม่เป็นสาเหตุให้เสียชีวิต แต่เมื่อปล่อยให้เรื้อรังจนไตวาย อาจเสียชีวิตจากไตวายได้

การดูแลตนเองและการพบแพทย์

  • กินยาต่างๆตามที่แพทย์แนะนำให้ครบถ้วน ถูกต้อง ไม่ขาดยา
  • ดูแล รักษา ควบคุมโรคที่เป็นสาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
  • หลีกเลี่ยงหรือจำกัดอาหารที่มีสารพิวรีนหรือกรดยูริกสูง ดังกล่าวมาแล้ว อาหารทีมีสารพิวรีนหรือกรดยูริกน้อย ได้แก่ ธัญพืชชนิดเต็มเมล็ด ซีเรียล นม (ความดื่มนมพร่องไขมัน เพื่อลดโอกาสเกิดโรคไขมันในเลือดสูง) ไข่ขาว และปลาน้ำจืด
  • ดื่นน้ำสะอาดให้ได้มากๆอย่างน้อยวันละ  6-8 แก้ว เมื่อไม่มีโรคที่ต้องจำกัดน้ำดื่ม เพื่อขับกรดยูริกออกจากร่างกาย และช่วยไม่ให้กรดยูริกตกตะกอน เกิดเป็นนิ่วในไต
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์ และยากที่เป็นปัจจัยเสี่ยง
  • ควบคุมน้ำหนักให้ได้ ไม่ให้เป็นโรคอ้วน
  • เมื่อปวดข้อมาก ให้ประคบเย็นในตำแหน่งที่ปวดร่วมกับกินยาบรรเทาปวด
  • หลีกเลี่ยงการใช้งานและการลงน้ำหนักข้อที่เกิดโรค
  • ระมัดระวังการกินยาต่างๆ โดยควรปรึกษาแพทย์ พยาบาล หรือเภสัชกรก่อน
  • พบแพทย์ตามนัดเสมอ และรีบพบแพทย์ก่อนนัดเมื่ออาการต่างๆแย่ลง ผิดปกติไปจากเดิม หรือเมื่อมีความกังวลในอาการ

การป้องกัน

การป้องกันโรคเกาต์เช่นเดียวกับในหัวข้อการดูแลตนเองและการพบแพทย์ (อ่านเพิ่มเติมในหัวข้อนั้น)

คุณสามารถอ่านข้อมูลดีๆมีประโยชน์แบบนี้ได้เพิ่มเติมที่หนังสือ "โรคของกล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ" โดยศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงพวงทอง ไกรพิบูลย์ จากสำนักพิมพ์อัมรินทร์สุขภาพ เพื่อสนับสนุนผู้แต่ง

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่