ความรู้สุขภาพ

หูอื้อเกิดจากอะไร อาการ วิธีการแก้

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
หูอื้อเกิดจากอะไร อาการ วิธีการแก้

หูอื้อ เป็นอาการอย่างหนึ่งที่อาจจะไม่ได้รับความใส่ใจเท่าไรนัก เพราะบางคนคิดว่าเป็นไม่นานก็สามารถหายไปเองได้ จึงมักถูกปล่อยปละละเลยเพราะเห็นว่าไม่ค่อยสำคัญ อย่างไรก็ตาม หากก็ควรทำความรู้จักเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นตามมา ดังนั้น เราไปดูกันว่าอาการหูอื้อเกิดจากอะไร และมีวิธีรักษาอย่างไรบ้าง?

อาการหูอื้อ คืออะไร?

หูอื้อ (Tinnitus) คือ อาการหรือภาวะอย่างหนึ่งที่ทำให้การได้ยินลดน้อยลงไป เหมือนมีบางอย่างไปกั้นอยู่บริเวณรูหู แต่สำหรับบางรายที่มีอาการหูอื้ออาจจะได้ยินเสียงอยู่ในหู ไม่ว่าจะเป็นเสียงแมลง หรืออาจจะเป็นเสียงหึ่ง ไม่เพียงเท่านั้น ยังอาจจะได้ยินเสียงอื่นๆ ร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นการกลืนอาหาร ดื่มน้ำ ทำให้เกิดความรู้สึกหงุดหงิดและชวนให้น่ารำคาญได้ตลอดเวลา

ประเภทของอาการหูอื้อ

อาการหูอื้อ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ซึ่งก็มีดังนี้

1.เสียงที่ได้ยินคนเดียว (subjective tinnitus)

สำหรับอาการหูอื้อประเภทนี้ เป็นอาการหูอื้อที่เกิดจากความผิดปกติจากประสาทหู หรือบางรายก็อาจจะมีอวัยวะที่มีความเกี่ยวข้องกับระบบประสาทหูเสื่อมหรือมีความผิดปกติ เช่น หูชั้นใน และสมอง

2.เสียงที่คนอื่นได้ยินด้วย (Objective Tinnitus)

เป็นเสียงที่เกิดขึ้นจริง โดยเกิดจากความผิดปกติของร่างกายเช่นเดียวกัน เช่น เกิดจากเส้นเลือดหรือการหายใจ

สาเหตุของอาการหูอื้อ

อาการหูอื้อสามารถที่จะเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการหูอื้อก็มีดังต่อไปนี้

  1. เกิดจากการที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่มีเสียงดังมากจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ต หรืองานต่างๆ ที่มีเครื่องเสียงดังๆ โดยจะทำให้ประสาทหูเสื่อมได้เฉียบพลัน
  2. .เกิดอาการหูอื้ออันเนื่องจากไข้หวัด เนื่องจากความดันในหูผิดปกติ จึงทำให้เกิดอาการหูอื้อหรืออีกหนึ่งรูปแบบก็คือ อาการหูอื้อจากหวัดที่เป็นเพราะหูชั้นกลางเกิดการติดเชื้อไวรัสจนมีอาการอักเสบขึ้นมา
  3. ภาวะที่น้ำเข้าไปอุดตันในหู ซึ่งเกิดจากการว่ายน้ำ อาบน้ำ โดยอาจจะทำให้มีน้ำเข้าไปภายในรูหู จนขี้หูเกิดการกักเก็บน้ำหรืออมน้ำเอาไว้จนพองตัวมากขึ้น ส่งผลทำให้ขี้หูเข้าไปอุดตันอยู่ในหูจนเกิดเป็นอาการหูอื้อขึ้นมา
  4. อยู่ในสถานที่ที่ส่งผลให้ความดันหูมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น การขึ้นเครื่องบินหรือการดำน้ำ จึงส่งผลให้เกิดอาการหูอื้อขึ้นมา เนื่องจากประสาทหูชั้นกลางอักเสบแบบเฉียบพลัน
  5. ในบางรายอาจเกิดอาการหูอื้อซึ่งเป็นผลข้างเคียงของยาที่มีต่อประสาทหู เช่น aminoglycoside, quinine หรือแม้กระทั่ง aspirin
  6. หูอื้ออันเนื่องจากประสาทหูเสื่อมไปตามอายุและวัย เพราะเมื่อคนเราอายุมากขึ้น ประสาทหูก็อาจจะต้องมีการเสื่อมสภาพลงไปบ้างเป็นธรรมดา ซึ่งก็มีส่วนทำให้เกิดอาการหูอื้อขึ้นได้

อาการหูอื้อ มีลักษณะอาการอย่างไร?

อาการหูอื้อสามารถแบ่งออกไปได้จากรูปแบบลักษณะเสียง ดังนี้

  1. เสียงตามจังหวะหัวใจ อาการหูอื้อรูปแบบนี้จะได้ยินเสียงตุบๆ หรือฟู่ๆ ดังไปตามจังหวะชีพจร โดยสาเหตุส่วนใหญ่มาจากเนื้องอกในช่องหู (Glomus tumor) และความผิดปกติของหลอดเลือด
  2. เสียงความถี่ต่ำ เสียงที่ได้ยินในหูคือ เสียงอื้อๆ ซึ่งเป็นเสียงที่มีความถี่ต่ำ มาจากการที่เกิดภาวะน้ำในหูไม่เท่ากัน
  3. เสียงความถี่สูง รูปแบบเสียงที่ได้ยินนั้นจะเป็นเสียงคล้ายๆ กับมีแมลงอยู่ในหู โดยส่วนใหญ่แล้ว เป็นเพราะผู้ป่วยอยู่ในพื้นที่ที่มีเสียงดังมากจนเกินไป
  4. เสียงก้อง อาการก็คือ เหมือนจะได้ยินเสียงก้องอยู่ในหูอยู่ตลอดเวลา สาเหตุเป็นเพราะมีน้ำขังอยู่ในหูนั่นเอง
  5. เสียงลม รูปแบบของอาการจะคล้ายกันกับเสียงรูปแบบอื่น ซึ่งอาการนี้มีสาเหตุเป็นเพราะท่อความดันในหูมีความผิดปกติ

ภาวะแทรกซ้อน

เมื่อมีอาการหูอื้อ ก็สามารถที่จะส่งผลทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นมาได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดอุปสรรคในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยภาวะแทรกซ้อน ได้แก่ ร่างกายอ่อนเพลียง่าย, เกิดปัญหาความเครียด, มีปัญหาด้านความวิตกกังวลมากยิ่งขึ้น และมีปัญหาด้านความจำ

การวินิจฉัย

การวินิจฉัยอาการหูอื้อ โดยทั่วไปแล้ว แพทย์จะมีการตรวจประวัติต่างๆ โดยละเอียด โดยเฉพาะหู เพื่อที่จะใช้ในการวินิจฉัย เช่น ที่มาของเสียงนั้นมาจากหูชั้นใด และบางรายอาจจะมีความเกี่ยวข้องกับเส้นประสาท นอกจากนี้ ผู้ป่วยบางรายอาจจะมีปัญหาตรงที่ไม่สามารถทำการตรวจเจอสาเหตุของอาการหูอื้อได้อย่างชัดเจนตรงจุด เพราะฉะนั้นแพทย์อาจจะต้องมีการตรวจการได้ยิน (Audiogram) เพื่อตรวจดูความถี่ที่ได้ยินร่วมด้วย และอาจจะต้องมีการตรวจเพื่อหาโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ทั้งในเรื่องของเนื้องอกและการแสกนสมองด้วยคลื่นไฟฟ้า

วิธีรักษาอาการหูอื้อ

สำหรับวิธีรักษาอาการหูอื้อ สามารถที่จะแบ่งประเภทของการรักษาไปตามสาเหตุที่เกิดขึ้น ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ซึ่งก็มีดังนี้

1.รักษาอาการหูอื้อจากสาเหตุ

1.หูอื้อจากการเป็นหวัด อาการหูอื้อจากการเป็นหวัด ส่วนใหญ่ผู้ป่วยคิดว่าอาจจะหายได้เอง แต่หากพบว่าอาการหูอื้อไม่สามารถหายเองได้ ก็ควรไปพบแพทย์โดยทันที เพราะอาจเสี่ยงที่จะเป็นโรคจมูกอักเสบตามมาได้

2.หูอื้อจากขี้หู วิธีการรักษาที่ง่ายมากที่สุดคือ การแคะขี้หูออกมา แต่ควรที่จะต้องใช้ความระมัดระวังมากพอสมควร หากมีปริมาณขี้หูที่มากเกินไป แนะนำให้ใช้ยาละลายขี้หูหยดไปที่หู 2-3 ครั้งก่อน

3.หูอื้อจากการได้ยินเสียงดัง ควรสังเกตอาการเพิ่มเติม เพราะหากมีการเวียนศีรษะร่วมด้วยก็ควรรีบไปพบแพทย์

รักษาอาการหูอื้อจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม

  1. พยายามหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีเสียงดัง เพื่อทำให้อาการหูอื้อทุเลาลง
  2. ลดความเครียด เพราะความเครียดสามารถที่จะทำให้อาการหูอื้อดังมากกว่าเดิมได้นั่นเอง
  3. หากิจกรรมใหม่ๆ ทำ เพื่อเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจ เพราะหากมัวแต่ใส่ใจแต่กับอาการหูอื้ออย่างเดียว ก็อาจจะทำให้รู้สึกเครียดได้มากยิ่งขึ้น

รักษาอาการหูอื้อด้วยตัวช่วยอื่นๆ

  1. สำหรับวิธีรักษาอาการหูอื้อด้วยการใช้ตัวช่วยนั้น อุปกรณ์กลบเสียงถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญ โดยจะมีการสร้างเสียงรูปแบบต่างๆ มาทดแทนเสียงที่อยู่ในหู
  2. รักษาด้วยการใช้ยา โดยสามารถที่จะใช้ยาในการเพิ่มเลือดไปเลี้ยงหูชั้นใน หรืออาจจะเป็นยาที่ใช้เพื่อการปรับความดันของท่อในหู เช่น ยาอัลปราโซแลม ยากลุ่มไตไซคลิก betahistine

วิธีป้องกันอาการหูอื้อ

สำหรับวิธีป้องกันอาการหูอื้อนั้น สามารถทำได้จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ โดยสามารถทำได้ดังนี้

  1. หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ที่มีเสียงดัง หรือหากมีความจำเป็นที่จะต้องเข้าไปบริเวณนั้น ควรใช้ที่อุดหูเพื่อลดการได้ยินเสียงที่ดังมากจนเกินไป
  2. หลีกเลี่ยงการใช้ยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะยาบางชนิดอาจทำลายเซลล์ประสาทในส่วนของการรับเสียงได้
  3. พยายามดูแลตัวเองเพื่อป้องกันโรคที่จะส่งผลต่อประสาทการรับเสียง
  4. หากมีโรคที่เกิดขึ้นบริเวณจมูก ควรรีบทำการรักษาเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอาการหูอื้อตามมา

แม้หลายคนอาจคิดว่าหูอื้อ เป็นเพียงอาการที่อาจเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ชั่วคราวก็หายไปเองได้ แต่กระนั้นก็ไม่ควรชะล่าใจอย่างเด็ดขาด เพราะหากปล่อยให้เกิดหูอื้อนานๆ ก็อาจไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพร่างกายและสภาพจิตใจได้ ดังนั้น รีบไปพบแพทย์เมื่อมีอาการหูอื้อเป็นเวลานานหรือพบว่ามีอาการผิดปกติ เพื่อให้แพทย์หาสาเหตุและทำการรักษาอย่างถูกจุดต่อไป

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่