Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
การรักษา

ขมิ้นชัน สมุนไพรไทยแท้ๆ พร้อมประโยชน์ และการนำไปใช้ให้ถูกวิธี

ขมิ้นชัน มีสรรพคุณมากมาย พร้อมวิธีการใช้ รวมถึงข้อห้าม ข้อควรระวัง
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,318,272 คน

ขมิ้นชัน สมุนไพรไทยแท้ๆ พร้อมประโยชน์ และการนำไปใช้ให้ถูกวิธี

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 11/06/2562

ขมิ้นชัน สมุนไพรที่มากด้วยคุณค่า หาได้ไม่ยาก สีสันสะดุดตา มีสรรพคุณทางยาที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เราจะมาทำความรู้จักกับสมุนไพรชนิดนี้กันให้มากขึ้นว่าเพราะเหตุใดจึงเป็นที่นิยม ประโยชน์ที่ได้จากสมุนไพรชนิดนี้มีอะไรบ้าง วิธีการใช้ และข้อห้ามข้อควรระวังต่างๆ 

ทำความรู้จักขมิ้นชัน

ขมิ้นชัน เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี ปลูกทั่วไปในประเทศแถบเขตร้อน ต้นสูง 50 - 70 เซนติเมตร มีเหง้าอยู่ใต้ดิน เนื้อในเหง้ามีสีเหลืองเข้ม หรือสีเหลืองส้ม มีกลิ่นหอมเฉพาะ ชอบขึ้นในที่ชื้น ใบเดี่ยวรูปหอก ดอกเป็นช่อสีเหลืองอ่อน ใบและดอกแทงออกจากเหง้าใต้ดิน

ขมิ้นชัน มีชื่อสามัญว่า Turmeric ซึ่งแปลว่าสีเหลือง ในภาษาสันสกฤต และมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Curcuma longa L. อยู่ในวงศ์ Zingiberaceae มีชื่อท้องถิ่นว่า ขมิ้น ขมิ้นแกง ขมิ้นหยอก ขมิ้นหัว ตายอ 

นิยมใช้เป็นเครื่องเทศสำหรับแต่งรสและสีผสมอาหาร ใช้ทั้งรูปแบบผงและแบบเหง้า ซึ่งอาหารที่นิยมใส่ขมิ้นชัน ได้แก่ แกงเหลือง ข้าวหมกไก่ แกงกะหรี่ ขนมเบื้องญวน ไก่ทอด แกงไตปลา มัสตาร์ด เนย มาการีน เป็นต้น อีกทั้งยังใช้ทำเป็นเครื่องสำอาง หรือทำเป็นผงขัดผิว

ประโยชน์ในทางการแพทย์

ขมิ้นชันมีสารสำคัญ 2 กลุ่มที่เป็นสารออกฤทธิ์ ได้แก่

  1.  กลุ่มที่ให้สี  curcuminoid  สารหลัก คือ curcumin 
  2. กลุ่มน้ำมันหอมระเหย monoterpenoids 

โดยจากการทดลองและวิจัยด้านฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา สารกลุ่ม curcuminoid มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ ต้านเชื้อจุลชีพ ต้านปรสิต ต้านการกลายพันธุ์ ต้านมะเร็ง และสามารถป้องกันความเป็นพิษต่อตับจากสารพิษ เป็นต้น 

จากการทดสอบความเป็นพิษของ curcuminoid ผลคือ ไม่พบความเป็นพิษเมื่อใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน  

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย เคอร์รี่ ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

Medicine delivery 01

มีรายงานว่า curcumin  มีฤทธิ์ต้านการเกิดมะเร็งผิวหนัง ในด้านทางการแพทย์นิยมใช้ผงขมิ้นเป็นส่วนผสมในยารักษาโรคต่างๆ เช่น ยารักษาแผลในกระเพาะอาหาร ยาลดกรด ยาขับลม ยาแก้ปวดท้อง ยาเจริญอาหาร ยาแก้อักเสบ ยาแก้โรคผิวหนัง 

สรรพคุณทางยา

ขมิ้นชันนอกจากจะมีคุณค่าทางอาหารแล้ว ก็ยังถือเป็นพืชที่มีคุณค่าทางยาอีกด้วย ซึ่งปรากฎในหลายตำรา ดังนี้

ตำรายาไทย: ใช้ส่วนเหง้า รสฝาดหวานเอียน 

  • ใช้ภายใน: ช่วยเจริญอาหาร ยาบำรุงธาตุ ฟอกเลือด
    แก้ท้องอืดเฟ้อ แน่น จุกเสียด ปวดประจำเดือน ประจำเดือนมาไม่ปกติ อาการดีซ่าน แก้อาการวิงเวียน แก้หวัด แก้อาการชัก ลดไข้ ขับปัสสาวะ รักษาอาการท้องมาน แก้ไข้ผอมแห้ง แก้เสมหะและโลหิตเป็นพิษ โลหิตออกทางทวารหนักและเบา แก้ตกเลือด แก้อาการตาบวม แก้ปวดฟันเหงือกบวม มีฤทธิ์ระงับเชื้อ ต้านวัณโรค ป้องกันโรคหนองใน แก้ท้องเสีย แก้บิด รักษามะเร็งลาม
  • ใช้ภายนอก: ช่วยลดอาการฟกช้ำบวม ปวดไหล่และแขน บวมช้ำและปวดบวม แก้ปวดข้อ สมานแผลสดและแผลถลอก ผสมยานวดคลายเส้นแก้เคล็ดขัดยอก แก้น้ำกัดเท้า แก้ชันนะตุ แก้กลากเกลื้อน แก้โรคผิวหนังผื่นคัน สมานแผล รักษาฝี แผลพุพอง ลดอาการแพ้ อักเสบจากแมลงสัตว์กัดต่อย ตำใส่แผลห้ามเลือด รักษาผิว บำรุงผิว

โดยในปัจจุบัน ขมิ้นชันมีการแปรรูปเพื่อการใช้งานในหลายรูปแบบ เหง้าสด เหง้าแห้ง ผง แคปซูล ชาชง สารสกัด ยาใช้ภายนอก ซึ่งวิธีการแปรรูปจะขึ้นอยู่กับเราว่ามีวัตถุประสงค์ใดในการใช้งานหรือการผลิต เช่น ยาเม็ด ยาเม็ดเคลือบ ยาแคปซูล 

  • รูปแบบรับประทาน ต้องกลืนไปทั้งเม็ดหรือแคปซูล 
  • รูปแบบยาผง ต้องนำไปผสมน้ำก่อนดื่ม ควรใช้ตามที่ระบุบนฉลาก 
  • รูปแบบยาทาผิวหนัง มักเป็นยาครีม เจล หรือขี้ผึ้ง ก่อนใช้ควรทำความสะอาดผิวหนังบริเวณที่ต้องการ จากนั้นบีบยาลงไปพอประมาณ แล้วทาบางๆ ให้ยาแผ่บนผิวหนัง   

ตำรับยาและวิธีใช้

คำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข (สาธารณสุขมูลฐาน)

  1. ใช้รักษาแผล แมลงกัดต่อย
    โดยใช้ผงขมิ้นชัน 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันหมู 2 - 3 ช้อนโต๊ะ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ คนจนน้ำมันกลายเป็นสีเหลือง ใช้น้ำมันที่ได้ใส่แผล หรือนำเหง้าขมิ้นชันสดตำจนละเอียด แล้วคั้นเอาน้ำใส่แผล โดยก่อนใส่แผลอาจผสมน้ำปูนใส สารส้มหรือดินประสิวเล็กน้อยก่อนพอกบริเวณที่เป็นแผล
  2. ใช้รักษากลาก เกลื้อน 
    โดยผสมผงขมิ้นกับน้ำ แล้วทาบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อน 2 ครั้งต่อวัน
  3. ใช้รักษาอาการท้องเสีย
    นำผงขมิ้นชันผสมน้ำผึ้งเล็กน้อยพอให้ผงยาจับเป็นก้อนได้  ปั้นเป็นยาลูกกลอนรับประทานหลังอาหารและก่อนนอน ครั้งละ 3 - 5 เม็ด วันละ 3 เวลา ให้ได้ปริมาณผงขมิ้นชัน 1 กรัมต่อวัน

คำแนะนำของบัญชียาจากสมุนไพร (บัญชียาหลักแห่งชาติ)

ปรากฏการใช้ขมิ้นชัน เป็นส่วนประกอบหลักในยารักษากลุ่มอาการทางระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ ยาขมิ้นชัน 

ข้อบ่งใช้: บรรเทาอาการแน่นจุกเสียด ท้องอืด ท้องเฟ้อ 

ขนาดและวิธีใช้: รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม - 1 กรัม วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน

ข้อห้ามใช้: ห้ามใช้ในผู้ที่ท่อน้ำดีอุดตัน หรือผู้ที่ไวต่อยานี้

ข้อควรระวัง: 

  • ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยโรคนิ่วในถุงน้ำดี ยกเว้นภายใต้การดูแลของแพทย์
  • ควรระวังในการใช้ในหญิงตั้งครรภ์ ยกเว้นภายใต้การดูแลของแพทย์
  • ควรระวังการใช้ในเด็ก เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลด้านประสิทธิผลและความปลอดภัย
  • ควรระวังการใช้ร่วมกับสารป้องกันเลือดเป็นลิ่ม และยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด
  • ควรระวังการใช้ร่วมกับยาที่กระบวนการเมแทบอลิซึม ผ่านเอนไซม์ Cytochrome P450 (CYP) เนื่องจากสาร curcumin ยับย้ัง CYP3A4, CYP1A2 แต่กระตุ้น เอนไซม์ CYP2A6
  • ควรระวังการใช้ร่วมกับ ยารักษาโรคมะเร็งบางชนิด เช่น doxorubicin, chlormethine, cyclophosphamide และ camptothecin เนื่องจาก curcumin อาจมีผลต้านฤทธิ์ยาดังกล่าว

อาการไม่พึงประสงค์: อาจมีอาการผิวหนังอักเสบจากการแพ้

นอกจาก คำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข (สาธารณสุขมูลฐาน) และ ยาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ ขมิ้นชันยังมีงานวิจัยจำนวนมากศึกษาพบว่า ขมิ้นชันมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่สำคัญหลายประการ ได้แก่ 

  • ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (anti-oxidant) 
  • ต้านการอักเสบ (anti-inflammatory) พบมากในโรคเรื้อรัง เช่น รักษาโรคข้ออักเสบ 
  • ป้องกันและรักษาโรคอัลไซเมอร์ 
  • ช่วยชะลอและป้องกันโรคพาร์กินสัน 
  • ต้านการเกิดมะเร็ง (anti-carcinogenic) สามารถทำให้เกิดการตายของเซลล์มะเร็งหลายชนิด เช่น ผิวหนัง ลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก กระเพาะ รังไข่ ต้านเชื้อจุลชีพ (antimicrobial) 
  • สามารถต้านไวรัส แบคทีเรียและรา 
  • ฤทธิ์ลดไขมัน (hypolipidaemic) 
  • ฤทธิ์ปกป้องตับ (hepatoprotective) 
  • รักษาแผลในกระเพาะอาหาร และปกป้องเซลล์สมอง เป็นต้น

ในปัจจุบันขมิ้นชันเป็นสมุนไพรที่เป็นที่ยอมรับในการบรรเทาอาการจุกเสียด ท้องอืด ท้องเฟ้อ รักษาโรคข้ออักเสบ รักษาแผลในกระเพาะอาหาร รักษาโรคผิวหนัง เป็นต้น โดยขมิ้นมีความปลอดภัยในการใช้สูง มักไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงอย่างมีนัยสำคัญ

 แต่พบว่าบางคนอาจมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ เวียนหัว หรือท้องเสียได้ ดังนั้น ทางที่ดีควรใช้ขมิ้นชันตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข (สาธารณสุขมูลฐาน) และคำแนะนำตามบัญชียาหลักแห่งชาติ และไม่แนะนำให้รับประทานติดต่อกันเป็นเวลานานๆ ควรเว้นช่วงให้ร่างกายได้มีการขับเอาสารตกค้างออกจากตับบ้าง

ที่มาของข้อมูล

Susan J. Hewlings, Curcumin: A Review of Its’ Effects on Human Health (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/p...), 22 October 2017

Webmd, TURMERIC (https://www.webmd.com/vitamins/ai/ingredientmono-662/turmeric/)

Joseph Eichenseher, Learn more about Turmeric (https://www.sciencedirect.com/topics/medicine-and-dentistry/turmeric)

Megan Ware RDN LD, Everything you need to know about turmeric
(https://www.medicalnewstoday.com/articles/306981.php), 24 May 2018

สำนักงานข้อมูลสมุนไพร มหาวิทยาลัยมหิดล, ขมิ้น (http://www.medplant.mahidol.ac.th/pubhealth/curcuma.html)

บัญชียาหลักแห่งชาติ, บัญชียาจากสมุนไพร (http://kpo.moph.go.th/webkpo/t...)

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน การใช้สมุนไพร อายุรเวท รักษามะเร็ง

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, โครงการการวิจัยและพัฒนาสมุนไพร ขมิ้นชัน เป็นยา อาหารเสริมสุขภาพ เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เพื่อที่ใช้ในคนและสัตว์ (http://www.inmu.mahidol.ac.th/...), สิงหาคม 2550

ฐานข้อมูลเครื่องยาสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, ขมิ้นชัน (http://www.thaicrudedrug.com/main.php?action=viewpage&pid=34)

...


ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่