Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การรักษา

การรักษาเริมที่อวัยวะเพศ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 929,749 คน

เริมที่อวัยวะเพศคืออะไร

เริมที่อวัยวะเพศ เป็นการติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่มักจะทำให้เกิดตุ่มพองเล็กๆ บริเวณอวัยวะเพศ หรืออาจเกิดที่ปาก รอบดวงตา ลำคอ ต้นขาด้านใน ทวารหนัก หรือช่องคลอดได้อีกด้วย ซึ่งการติดเชื้อไวรัสเริมไม่จำเป็นต้องผ่านการมีเพศสัมพันธ์เท่านั้น แต่ยังสามารถติดเชื้อได้ผ่านการสัมผัส การจูบ การเกิดบาดแผล หรือมีการสัมผัสแผลโรคเริมจากผู้อื่น หญิงตั้งครรภ์ที่เป็นโรคเริมก็มีโอกาสแพร่เชื้อไวรัสไปสู่ทารกในครรภ์ได้ด้วย แต่เป็นกรณีที่พบได้น้อย

ในการระบาดของโรคเริมนั้น คนส่วนใหญ่เมื่อเป็นโรคเริมในครั้งแรกแล้ว ก็มักมีแนวโน้มที่จะระบาดได้รุนแรงยิ่งขึ้นในครั้งต่อไป หากคุณคิดว่าคุณมีอาการของเริมที่อวัยวะเพศ หรือบริเวณอื่นๆ ของร่างกาย คุณควรรีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด เพื่อทำการรักษาแผลตั้งแต่เนิ่นๆ และโอกาสแพร่เชื้อไไปถึงผู้อื่นก็จะน้อยลงไปด้วย

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
มัวกังวลทำไม ตรวจโรคทางเพศสัมพันธ์ให้สบายใจวันนี้

เลือกตรวจที่รพ.และคลินิคชั้นนำกว่า 20 ที่ ไม่ต้องเขิน แถมลดเพิ่ม 15% เลือกดูและสอบถามเราวันนี้

Istock 500358904

ยารักษาเริมที่อวัยวะเพศ

เริมที่อวัยวะเพศสามารถรักษาได้ด้วยยาต้านไวรัส ซึ่งจะช่วยให้แผลเริมที่อวัยวะเพศหายได้เร็วขึ้น และยังช่วยลดการระบาดของเชื้อไวรัสได้ด้วย ซึ่งคุณอาจต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์หากจะใช้ยาเหล่านี้ ได้แก่

  • Zovirax (Acyclovir)
  • Famvir (Famciclovir)
  • Valtrex (Valacyclovir)

สำหรับยาที่กล่าวมาข้างต้น มักจะเป็นยาประเภทรับประทาน ปริมาณและระยะเวลาในการใช้ยาเพื่อรักษาจะขึ้นอยู่กับว่าโรคเริมของคุณระบาดเป็นครั้งแรก หรือเคยระบาดมาแล้วก่อนหน้านี้ บางคนจะใช้ยาต้านไวรัสในช่วงที่เริมระบาดเท่านั้น ในขณะที่หลายๆ คนจะรับประทานยานี้เป็นกิจวัตร เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อกลับมาระบาดอีกในอนาคต คุณต้องขอคำปรึกษาจากแพทย์เพื่อหาแนวทางการรับประทานยาที่เหมาะสมกับคุณที่สุด 

ผลข้างเคียงของยาต้านไวรัส

การรับประทานยาต้านไวรัสอาจมีผลข้างเคียงต่อร่างกายอยู่บ้าง แต่มักจะเกิดขึ้นไม่รุนแรง เช่น

การรักษาโรคเริมที่บ้าน

นอกจากการรับประทานยาต้านไวรัสแล้ว ยังมีวิธีการรักษาโรคเริมด้วยตนเองที่บ้าน ที่จะช่วยให้คุณบรรเทาอาการเจ็บปวดและสามารถรักษาตุ่มแผลเริมของตนเองได้ โดยให้ลองใช้วิธีดังต่อไปนี้

  • รับประทานยาแก้ปวดที่ขายตามร้านขายยาทั่วไป เช่น แอสไพริน (Aspirin) ไทลินอล (Tylenol) หรือไอบูโพรเฟน (Ibuprofen)
  • ประคบร้อน หรือเย็นไว้บริเวณแผลวันละหลายๆ ครั้ง
  • อาบน้ำอุ่น หรือนั่งแช่ในน้ำอุ่นหรือน้ำเย็น ลึกประมาณ 2-3 นิ้ว คุณสามารถหาซื้ออ่างน้ำขนาดเล็กสำหรับนั่งแช่น้ำ (Sitz bath) เพื่อรักษาอาการได้ตามร้านขายยาทั่วไป
  • ลองปัสสาวะในอ่างหลังจากอาบน้ำหรือแช่น้ำเสร็จแล้ว หากรู้สึกเจ็บปวดเวลาปัสสาวะ เพื่อช่วยให้ปัสสาวะเจือจาง ไม่เกิดความระคายเคืองกับตุ่มแผลของคุณ

วิธีรักษาแผลเริมให้หายเร็วขึ้น

นอกจากวิธีการรักษาที่กล่าวมาข้างต้น ยังมีวิธีการดูแลตนเองอื่นๆ ที่จะช่วยให้แผลเริมที่อวัยวะเพศของคุณหายเร็วขึ้นได้ ได้แก่

  • ล้างแผลอย่างอ่อนโยน และเช็ดให้แห้งด้วยผ้าขนหนูนุ่มๆ  
  • สวมชุดชั้นในผ้าฝ้าย
  • เปลี่ยนมาใส่กางเกงหลวมๆ เพื่อลดอาการเจ็บแผล และทำให้มีอากาศระบายเข้าถึงแผลได้ 
  • ไม่สวมถุงน่อง กางเกง หรือชุดชั้นในที่เป็นผ้าไนลอน หรือผ้าใยสังเคราะห์อื่นๆ
  • ไม่พันแผลไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้แผลอับชื้น
  • ไม่แกะหรือแคะแผล
  • ไม่ใช้ครีมหรือยาขี้ผึ้งที่ขายตามร้านขายยาทั่วไปทาที่แผล หรือทาที่องคชาติหากแพทย์ไม่ได้เป็นผู้สั่งยา    
  • หลีกเลี่ยงการใช้สบู่น้ำหอมบริเวณที่เป็นแผล แต่ให้ใช้สบู่สูตรอ่อนโยนแทน เพื่อป้องกันการระคายเคืองของแผล

นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายวิธีที่จะช่วยให้คุณมีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงได้ และช่วยลดความเสี่ยงต่อการระบาดของโรคเริมได้ในอนาคต เช่น

  • นอนหลับให้เพียงพอ เพราะหากร่างกายของคุณอ่อนเพลีย ก็มีโอกาสที่จะติดเชื้อไวรัสได้ง่าย
  • รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างครบถ้วน และหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่เคยเป็นโรคเริมมาแล้ว การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บ่อยๆ จะเพิ่มโอกาสทำให้กลับมาเป็นโรคเริมซ้ำอีกครั้งได้
  • อย่าเครียดหรือวิตกกังวลจนเกินไป รวมทั้งมีการแบ่งเวลาพักสมอง อย่าทำงานหนักจนเกินไป เพราะเมื่อร่างกายอ่อนล้า โอกาสติดเชื้อไวรัสก็ง่ายขึ้นไม่ต่างจากการพักผ่อนไม่เพียงพอเลย
  • มีการป้องกันทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ เพราะการมีเพศสัมพันธ์คือปัจจัยอันดับต้นๆ ที่ทำให้เกิดโรคเริม ดังนั้น คุณควรหยุดการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าจะหายดี หรือควรสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส หรือหากคุณเป็นโรคเริม ก็ควรบอกคู่รักหรือคู่นอนของคุณตรงๆ 
  • ให้หลีกเลี่ยงการหอม หรือจูบหากคุณหรือคนใกล้ชิดมีแผลพุพองบริเวณปาก เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อไวรัสระหว่างกัน โดยเฉพาะทารก เด็ก และหญิงมีครรภ์ ให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป