สุขภาพเด็ก

บาดทะยัก

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.ค. 18, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
บาดทะยัก

บาดทะยักเป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียร้ายแรงที่ส่งผลต่อระบบประสาทของคุณ จนก่อให้เกิดอาการกล้ามเนื้อบิดรัดจนเจ็บปวด โดยเฉพาะกล้ามเนื้อกรามและคอ นอกจากนี้โรคบาดทะยักยังส่งผลต่อความสามารถในการหายใจซึ่งนับว่าอันตรายถึงชีวิต

ทุกวันนี้มีวัคซีนป้องกันบาดทะยักแล้ว จึงทำให้บาดทะยักเป็นโรคหายากไปโดยปริยาย อย่างไรก็ตาม โรคนี้ก็ยังเป็นอันตรายสำหรับผู้ที่ไม่ติดตามการฉีดวัคซีนอยู่ดี (ซึ่งพบได้มากในประเทศที่กำลังพัฒนา)

ยังไม่มีวิธีรักษาโรคบาดทะยัก มีเพียงการรักษาเพื่อจัดการกับภาวะแทรกซ้อนจนกว่าผลจากสารพิษบาดทะยักจะหายไปเอง

อาการของบาดทะยัก

สัญญาณและอาการของบาดทะยักสามารถเกิดขึ้นช่วงใดก็ได้ตั้งแต่ไม่กี่วันไปจนถึงหลายสัปดาห์หลังจากติดเชื้อแบคทีเรียที่บาดแผล โดยช่วงเวลาพักฟื้นมาตรฐานจะอยู่ที่ระหว่างเจ็ดถึงสิบวัน

สัญญาณและอาการทั่วไปของโรคมีดังนี้

  • กล้ามเนื้อกรามบิดเกร็งและยึดตึง
  • กล้ามเนื้อคอแข็งตึง
  • กลืนอาหารลำบาก
  • กล้ามเนื้อหน้าท้องแข็งตึง
  • มีอาการบิดเกร็งทั่วร่างกายจนเจ็บปวดเป็นเวลาหลายนาที โดยส่วนมากจะเกิดจากสาเหตุภายนอกเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเสียงดัง การสัมผัสร่างกาย หรือแสงจ้า

สัญญาณและอาการที่อาจจะเกิดขึ้นมีดังนี้

ควรไปพบแพทย์เมื่อไร

ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคบาดทะยักหากคุณมีแผลลึกหรือแผลสกปรก และยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคบาดทะยักเลยภายในช่วงห้าปีที่ผ่านมา หรือไม่แน่ใจว่าคุณฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคบาดทะยักครั้งสุดท้ายเมื่อไร

คุณควรฉีดวัคซีนบาดทะยักกับแผลทุกประเภท โดยเฉพาะหากแผลเปื้อนดิน มูลสัตว์ หรือยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคบาดทะยักเลยภายในช่วงสิบปีที่ผ่านมา หรือไม่แน่ใจว่าคุณฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคบาดทะยักครั้งสุดท้ายเมื่อไร

สาเหตุของบาดทะยัก

สปอร์ของแบคทีเรียเป็นสาเหตุของการเกิดโรคบาดทะยักขึ้น โดย Clostridium tetani ที่พบได้ในดิน ฝุ่น และมูลสัตว์ เมื่อแบคทีเรียเข้าสู่บาดแผลสด สปอร์จะกลายเป็นเชื้อโรคที่ผลิตสารพิษรุนแรงที่เรียกว่า tetanospasmin ซึ่งเข้าไปทำลายระบบประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อจนก่อให้เกิดอาการกล้ามเนื้อยึดตึงและหดเกร็งซึ่งเป็นสัญญาณส่วนมากของโรคบาดทะยัก

กรณีผู้ป่วยบาดทะยักแทบทุกรายเกิดกับผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน หรือผู้ใหญ่ที่ไม่ได้ติดตามการฉีดวัคซีนกระตุ้นเลยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งคุณไม่สามารถติดเชื้อจากผู้ป่วยบาดทะยักได้

ปัจจัยเสี่ยงของโรคบาดทะยัก

ปัจจัยต่อไปนี้จะเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อบาดทะยักขึ้น

  • ไม่ได้ฉีดวัคซีนหรือไม่ได้ติดตามการฉีดวัคซีนกระตุ้นบาดทะยัก
  • ได้รับบาดเจ็บที่ทำให้สปอร์ของบาดทะยักเข้าสู่บาดแผล
  • มีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่บาดแผล เช่น เล็บมือ

บาดทะยักยังอาจเกิดกับกรณีต่อไปนี้ได้อีกด้วย

  • แผลเจาะเข้าผิวหนัง เช่น เศษไม้ เครื่องประดับแบบเจาะร่างกาย รอยสัก การฉีดยา
  • แผลถูกปืนยิง
  • การแตกหัก
  • ไฟไหม้
  • แผลจากการผ่าตัด
  • การใช้ยาฉีด
  • การกัดของสัตว์หรือแมลง
  • การติดเชื้อของแผลที่เท้า
  • การติดเชื้อจากการทำฟัน
  • ขั้วสายสะดือของเด็กทารกแรกเกิดติดเชื้อ

ภาวะแทรกซ้อนของโรคบาดทะยัก

การรักษาโรคจะยากขึ้นเมื่อสารพิษของบาดทะยักเข้าสู่ปลายประสาท การฟื้นร่างกายจากโรคบาดทะยักอย่างสมบูรณ์ต้องรอให้ปลายประสาทฟื้นตัวกลับมาเองซึ่งอาจใช้เวลานานหลายเดือน

ภาวะแทรกซ้อนของบาดทะยักมีดังนี้

  • กระดูกหัก: ความรุนแรงของการบิดเกร็งอาจทำให้กระดูกสันหลังและกระดูกส่วนอื่นหักได้
  • การอุดตันของเส้นเลือดปอด: ลิ่มเลือดที่ไหลจากส่วนอื่นของร่างกายอาจเข้าไปขวางกั้นเส้นเลือดหลักหรือสาขาแยกของปอดได้
  • เสียชีวิต: ภาวะกล้ามเนื้อบิดเกร็งจากสารพิษบาดทะยักอาจส่งผลให้หยุดหายใจได้ ซึ่งการเสียชีวิตจากบาดทะยักส่วนมากเกิดจากระบบหายใจล้มเหลว หรือขาดออกซิเจนจนทำให้เส้นเลือดใหญ่เสียหายจนเสียชีวิต อีกทั้งภาวะโลหิตจางก็เป็นอีกสาเหตุของการเสียชีวิตเช่นกัน

การป้องกันบาดทะยัก

คุณสามารถป้องกันบาดทะยักได้ด้วยการรับภูมิคุ้มกัน

การฉีดชุดวัคซีนหลัก

วัคซีนบาดทะยักมักจะให้กับเด็กในรูปของวัคซีน diphtheria and tetanus toxoids and acellular pertussis (DTaP) ซึ่งช่วยป้องกันโรคได้ถึงสามชนิด ได้แก่ โรคการติดเชื้อที่ลำคอและระบบหายใจ โรคไอหวีด และบาดทะยัก

วัคซีน DTaP จะเป็นชุดวัคซีนจำนวนห้าเข็ม ที่ต้องฉีดเข้าที่แขนหรือต้นขาของเด็กที่อายุ

  • สองเดือน
  • สี่เดือน
  • หกเดือน
  • 15 ถึง 18 เดือน
  • และ 4 ถึง 6 ปี

การฉีดวัคซีนกระตุ้นบาดทะยัก

วัคซีนกระตุ้นบาดทะยักถูกใช้ในรูปของการผสมกันกับยากระตุ้นโรคคอตีบ (Td) ในปี 2005 วัคซีนโรคบาดทะยัก คอตีบ และไอกรน (Tdap) ได้รับการยืนยันว่าสามารถใช้กับผู้ใหญ่และวัยรุ่นที่อายุต่ำกว่า 65 ปีได้โดยมีฤทธิ์ป้องกันโรคไอกรนด้วย

แพทย์ต่างแนะนำให้เด็กอายุระหว่าง 11 ถึง 12 ปีทุกคนเข้ารับวัคซีน Tdap กับวัคซีนกระตุ้น Td ทุก ๆ 10 ปีเป็นต้นไป หากคุณไม่เคยได้รับวัคซีน Tdap มาก่อน คุณก็สามารถเข้ารับวัคซีน Tdap แทนการรับ Td กระตุ้นแทนได้

หากคุณจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศที่โรคบาดทะยักยังคงพบเห็นได้ทั่วไป ควรแน่ใจว่าคุณมีภูมิคุ้มกันโรคนี้แล้ว

ในการติดตามวัคซีนทั้งหมด คุณสามารถสอบถามแพทย์ให้คอยแจ้งสถานการณ์ฉีดวัคซีนของคุณเป็นประจำก็ได้

หากคุณไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันบาดทะยักเลยตั้งแต่เด็ก คุณก็สามารถสอบถามการรับวัคซีนบาดทะยักกับแพทย์ได้

ผลข้างเคียงของวัคซีน

การตอบสนองที่รุนแรงต่อวัคซีนเกิดขึ้นน้อยมากในจำนวนหนึ่งในล้านของเด็ก ผลข้างเคียงที่พบได้มากที่สุดในเด็กมักจะเกิดขึ้นเพียง 1 ใน 4  ซึ่งรวมถึงอาการเหล่านี้

  • รอยบวมแดง บริเวณที่ฉีด
  • ไข้
  • อาเจียน

ผลข้างเคียงอื่น ๆ รวมถึงอาการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • ไข้สูงกว่า 105 องศาในเด็ก 1 คน จากจำนวนเด็กทั้งหมด 16,000 คน
  • ร้องไห้ไม่หยุดตลอด 3 ชั่วโมง ซึ่งเกิดขึ้นในเด็ก 1 คนจากจำนวนเด็กทั้งหมด 1,000 คน
  • อาการชักเกิดขึ้นในเด็ก 1 คนจากจำนวนเด็กทั้งหมด 14,000 คน แต่ไม่เกิดอันตรายในระยะยาว

การเตรียมตัวพบแพทย์

แพทย์จะวินิจฉัยบาดทะยักโดยการตรวจร่างกาย การใช้ยา และประวัติการได้รับวัคซีน รวมถึงสัญญาณอาการของภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็ง ยึดตึง และความเจ็บปวด สำหรับการทดสอบในห้องปฏิบัติการณ์นั้นมักจะไม่จำเป็นในการหาบาดทะยัก

หากแผลของคุณมีขนาดเล็กและสะอาด แต่คุณก็ยังคงกังวลต่อการติดเชื้อหรือไม่ทราบว่าคุณจะมีภูมิคุ้มกันโรคบาดทะยักหรือไม่ คุณก็สามารถเข้าไปพบผู้ดูแลสุขภาพได้ หากแผลของคุณมีขนาดใหญ่หรือลูกของคุณแสดงอาการของการติดเชื้อบาดทะยัก ให้รีบไปพบแพทย์ในทันที

สิ่งที่คุณสามารถทำได้

หากเป็นไปได้ คุณควรแจ้งข้อมูลต่อไปนี้กับแพทย์ก่อน

  • คุณบาดเจ็บได้อย่างไร เมื่อไร และที่ไหน
  • สถานการณ์รับภูมิคุ้มกันของคุณ รวมไปถึงคุณได้รับวัคซีนกระตุ้นบาดทะยักเมื่อไร
  • คุณดูแลบาดแผลด้วยตัวเองอย่างไร
  • ภาวะหรือโรคเรื้อรังที่คุณเป็น เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ หรือกำลังตั้งครรภ์อยู่

ในกรณีที่ผู้บาดเจ็บหรือผู้ป่วยเป็นเด็กทารก ต้องแจ้งแพทย์เกี่ยวกับประเทศกำเนิดของมารดา สถานะภูมิต้านทาน และระยะเวลาที่อยู่ในประเทศ

สำหรับโรคบาดทะยักนั้น คำถามที่คุณควรจะถามแพทย์มีดังนี้

  • วิธีจัดการที่ดีที่สุดคืออะไร ?
  • วิธีรักษาอื่นที่แพทย์แนะนำคืออะไรบ้าง ?
  • จะจัดการภาวะสุขภาพอื่น ๆ ไปพร้อมกับการรักษาอย่างไร ?
  • จำเป็นต้องไปพบผู้เชี่ยวชาญหรือไม่ ?
  • มีข้อจำกัดอะไรบ้างที่ต้องปฏิบัติตาม ?
  • มีแผ่นพับข้อมูลของโรคหรือเว็บไซต์ไหนที่สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้บ้าง ?

สิ่งที่คุณควรคาดหวังจากแพทย์

หากแผลชัดเจนมาก แพทย์จะตรวจสอบแผลก่อนที่จะถามคำถามต่อไปนี้

  • คุณมีอาการของโรคบาดทะยักอย่างกล้ามเนื้อหดเกร็งหรือไม่ และหากมี เริ่มมีอาการนั้นเมื่อไร ?
  • อาการที่ประสบเป็นอย่างต่อเนื่องหรือเป็น ๆ หาย ๆ ?
  • อาการรุนแรงหรือไม่ ?
  • มีอะไรบ้างที่คุณทำแล้วอาการดีขึ้นหรือแย่ลง ?
  • คุณได้รับวัคซีนบาดทะยักครั้งสุดท้ายเมื่อไร และประเภทวัคซีนคืออะไร ?
  • คุณเคยมีแผลอื่นมาก่อนหรือไม่ (หากไม่สามารถมองเห็นได้) ?

การรักษาบาดทะยัก

ยังไม่มีวิธีรักษาบาดทะยักโดยตรง มีเพียงการรักษาบาดแผล การใช้ยาบรรเทาอาการ และการดูแลสนับสนุนเท่านั้น

การดูแลบาดแผลบาดทะยัก

การทำความสะอาดแผลเป็นกระบวนการสำคัญที่ใช้ป้องกันการติดสปอร์บาดทะยัก ซึ่งรวมไปถึงการกำจัดสิ่งสกปรก สิ่งแปลกปลอม และเนื้อเยื่อที่ตายแล้วจากบาดแผล

การใช้ยาบาดทะยัก

  • ยาต้านพิษ: แพทย์อาจจ่ายยาต้านพิษบาดทะยักให้ แต่ยาต้านพิษนี้จะช่วยจัดการเฉพาะสารพิษที่ไม่เกี่ยวกับเนื้อเยื่อเส้นประสาท
  • ยาปฏิชีวนะ: แพทย์อาจใช้ยาปฏิชีวนะที่อยู่ในรูปของยารับประทานหรือยาฉีดเพื่อใช้ในการต่อสู้กับแบคทีเรียที่เข้าสู่ร่างกาย
  • วัคซีน: ทุกคนควรได้รับวัคซีนป้องกันบาดทะยักทันทีที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นบาดทะยัก
  • ยากล่อมประสาท: แพทย์จะใช้ยากล่อมประสาทเพื่อควบคุมอาการกล้ามเนื้อหดเกร็ง
  • ยาอื่น ๆ : ยาอื่น ๆ ที่ใช้กับบาดทะยัก เช่น magnesium sulfate และ beta blockers บางชนิดสำหรับควบคุมกิจกรรมกล้ามเนื้อนอกเหนือจิตใจ เช่น การเต้นของหัวใจและการหายใจ อีกทั้งยังอาจมีการใช้ยามอร์ฟีนเพื่อกล่อมประสาทอีกด้วย

การบำบัดช่วยเหลือ

การติดเชื้อบาดทะยักรุนแรงอาจต้องเข้ารับการดูแลรักษาระยะยาวและเข้มข้น และเนื่องจากอาจมีการใช้ยากล่อมประสาทที่เข้าไปรบกวนการหายใจ ทำให้คุณอาจต้องใช้เครื่องช่วยหายใจร่วมด้วย

การใช้ชีวิตและการเยียวยาที่บ้าน

แผลโดนกรีด แผลกัด หรือแผลที่สกปรกจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อบาดทะยัก ทำให้ต้องรีบทำความสะอาดและเยียวยาแผลที่ได้รับทันที โดยเฉพาะในกรณีที่คุณยังไม่ได้หรือไม่มั่นใจว่าได้รับวัคซีนครั้งสุดท้ายเมื่อใด หากรีบปิดแผลโดยไม่ทำความสะอาดจะทำให้เป็นการขังเชื้อโรคไว้ภายใน

สำหรับการรักษากับแพทย์นั้น จะเริ่มจากการทำความสะอาดแผล จ่ายยาปฏิชีวนะ และฉีดวัคซีนกระตุ้นบาดทะยัก ซึ่งหากคุณมีภูมิต้านทานอยู่แล้ว ร่างกายของคุณจะผลิตแอนติบอดีสำหรับป้องกันบาดทะยักได้เร็วกว่าปกติ

ขั้นตอนป้องกันบาดทะยักในกรณีที่เป็นแผลเล็กน้อย 

  • ควบคุมการไหลของเลือด: กดผ้าหรือวัสดุซับเลือดที่สะอาดลงบนปากแผลโดยตรงเพื่อหยุดเลือด
  • ทำความสะอาดแผล: หลังจากเลือดหยุดไหล ล้างแผลด้วยการเปิดน้ำสะอาดให้ไหลผ่านแผลให้มาก ๆ ทำความสะอาดรอบบาดแผลด้วยสบู่และเช็ดให้แห้ง แต่หากมีสิ่งแปลกปลอดติดอยู่ที่แผล ให้รีบไปพบแพทย์ทันที
  • ใช้ยาปฏิชีวนะ: หลังจากทำความสะอาดบาดแผลแล้ว ให้ทาครีมปฏิชีวนะบาง ๆ อย่างนีโอสโพริน และโพลีสโพริน โดยยาปฏิชีวนะเหล่านี้ไม่ได้ช่วยให้แผลสมานตัวเร็วขึ้น แต่จะช่วยยับยั้งการเติบโตของเชื้อโรคและป้องกันการติดเชื้อ

แต่ต้องระมัดระวังการใช้ครีมปฏิชีวนะบางประเภท เนื่องจากแต่ละชนิดจะมีสารประกอบบางอย่างที่อาจก่อให้เกิดผื่นขึ้นกับบางคน หากคุณประสบกับผื่นหลังจากใช้ยาตัวนั้น ให้หยุดใช้ยาดังกล่าวทันที

  • ปิดแผล: การเปิดแผลให้สัมผัสกับอากาศจะช่วยเร่งกระบวนการสมานตัว แต่การปิดแผลจะช่วยป้องกันไม่ให้แผลสัมผัสกับเชื้อโรคได้ หากมีตุ่มหนองเกิดขึ้น ห้ามไปเขี่ยหรือทำให้ตุ่มหนองแตกเด็ดขาดจนกว่าตุ่มนั้นจะหายไปเอง
  • เปลี่ยนผ้าปิดแผล: พยายามเปลี่ยนผ้าหรือวัสดุที่ใช้ปิดแผลอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อวัน หรือทุกครั้งที่วัสดุเปียกหรือสกปรกเพื่อป้องกันการติดเชื้อ หากคุณแพ้กาวติดแผลที่อยู่กับเทปติดแผล ให้เปลี่ยนไปใช้ผ้าพันแผลกับเทปติดกระดาษแทน

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่