สุขภาพเด็ก

บาดทะยัก

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.ค. 18, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
Istock 694432294

บาดทะยักเป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียร้ายแรงที่ส่งผลต่อระบบประสาทของคุณ จนก่อให้เกิดอาการกล้ามเนื้อบิดรัดจนเจ็บปวด โดยเฉพาะกล้ามเนื้อกรามและคอ นอกจากนี้โรคบาดทะยักยังส่งผลต่อความสามารถในการหายใจซึ่งนับว่าอันตรายถึงชีวิต

ทุกวันนี้มีวัคซีนป้องกันบาดทะยักแล้ว จึงทำให้บาดทะยักเป็นโรคหายากไปโดยปริยาย อย่างไรก็ตาม โรคนี้ก็ยังเป็นอันตรายสำหรับผู้ที่ไม่ติดตามการฉีดวัคซีนอยู่ดี (ซึ่งพบได้มากในประเทศที่กำลังพัฒนา)

ยังไม่มีวิธีรักษาโรคบาดทะยัก มีเพียงการรักษาเพื่อจัดการกับภาวะแทรกซ้อนจนกว่าผลจากสารพิษบาดทะยักจะหายไปเอง

อาการของบาดทะยัก

สัญญาณและอาการของบาดทะยักสามารถเกิดขึ้นช่วงใดก็ได้ตั้งแต่ไม่กี่วันไปจนถึงหลายสัปดาห์หลังจากติดเชื้อแบคทีเรียที่บาดแผล โดยช่วงเวลาพักฟื้นมาตรฐานจะอยู่ที่ระหว่างเจ็ดถึงสิบวัน

สัญญาณและอาการทั่วไปของโรคมีดังนี้

  • กล้ามเนื้อกรามบิดเกร็งและยึดตึง
  • กล้ามเนื้อคอแข็งตึง
  • กลืนอาหารลำบาก
  • กล้ามเนื้อหน้าท้องแข็งตึง
  • มีอาการบิดเกร็งทั่วร่างกายจนเจ็บปวดเป็นเวลาหลายนาที โดยส่วนมากจะเกิดจากสาเหตุภายนอกเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเสียงดัง การสัมผัสร่างกาย หรือแสงจ้า

สัญญาณและอาการที่อาจจะเกิดขึ้นมีดังนี้

ควรไปพบแพทย์เมื่อไร

ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคบาดทะยักหากคุณมีแผลลึกหรือแผลสกปรก และยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคบาดทะยักเลยภายในช่วงห้าปีที่ผ่านมา หรือไม่แน่ใจว่าคุณฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคบาดทะยักครั้งสุดท้ายเมื่อไร

คุณควรฉีดวัคซีนบาดทะยักกับแผลทุกประเภท โดยเฉพาะหากแผลเปื้อนดิน มูลสัตว์ หรือยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคบาดทะยักเลยภายในช่วงสิบปีที่ผ่านมา หรือไม่แน่ใจว่าคุณฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคบาดทะยักครั้งสุดท้ายเมื่อไร

สาเหตุของบาดทะยัก

สปอร์ของแบคทีเรียเป็นสาเหตุของการเกิดโรคบาดทะยักขึ้น โดย Clostridium tetani ที่พบได้ในดิน ฝุ่น และมูลสัตว์ เมื่อแบคทีเรียเข้าสู่บาดแผลสด สปอร์จะกลายเป็นเชื้อโรคที่ผลิตสารพิษรุนแรงที่เรียกว่า tetanospasmin ซึ่งเข้าไปทำลายระบบประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อจนก่อให้เกิดอาการกล้ามเนื้อยึดตึงและหดเกร็งซึ่งเป็นสัญญาณส่วนมากของโรคบาดทะยัก

กรณีผู้ป่วยบาดทะยักแทบทุกรายเกิดกับผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน หรือผู้ใหญ่ที่ไม่ได้ติดตามการฉีดวัคซีนกระตุ้นเลยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งคุณไม่สามารถติดเชื้อจากผู้ป่วยบาดทะยักได้

ปัจจัยเสี่ยงของโรคบาดทะยัก

ปัจจัยต่อไปนี้จะเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อบาดทะยักขึ้น

  • ไม่ได้ฉีดวัคซีนหรือไม่ได้ติดตามการฉีดวัคซีนกระตุ้นบาดทะยัก
  • ได้รับบาดเจ็บที่ทำให้สปอร์ของบาดทะยักเข้าสู่บาดแผล
  • มีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่บาดแผล เช่น เล็บมือ

บาดทะยักยังอาจเกิดกับกรณีต่อไปนี้ได้อีกด้วย

  • แผลเจาะเข้าผิวหนัง เช่น เศษไม้ เครื่องประดับแบบเจาะร่างกาย รอยสัก การฉีดยา
  • แผลถูกปืนยิง
  • การแตกหัก
  • ไฟไหม้
  • แผลจากการผ่าตัด
  • การใช้ยาฉีด
  • การกัดของสัตว์หรือแมลง
  • การติดเชื้อของแผลที่เท้า
  • การติดเชื้อจากการทำฟัน
  • ขั้วสายสะดือของเด็กทารกแรกเกิดติดเชื้อ

ภาวะแทรกซ้อนของโรคบาดทะยัก

การรักษาโรคจะยากขึ้นเมื่อสารพิษของบาดทะยักเข้าสู่ปลายประสาท การฟื้นร่างกายจากโรคบาดทะยักอย่างสมบูรณ์ต้องรอให้ปลายประสาทฟื้นตัวกลับมาเองซึ่งอาจใช้เวลานานหลายเดือน

ภาวะแทรกซ้อนของบาดทะยักมีดังนี้

  • กระดูกหัก: ความรุนแรงของการบิดเกร็งอาจทำให้กระดูกสันหลังและกระดูกส่วนอื่นหักได้
  • การอุดตันของเส้นเลือดปอด: ลิ่มเลือดที่ไหลจากส่วนอื่นของร่างกายอาจเข้าไปขวางกั้นเส้นเลือดหลักหรือสาขาแยกของปอดได้
  • เสียชีวิต: ภาวะกล้ามเนื้อบิดเกร็งจากสารพิษบาดทะยักอาจส่งผลให้หยุดหายใจได้ ซึ่งการเสียชีวิตจากบาดทะยักส่วนมากเกิดจากระบบหายใจล้มเหลว หรือขาดออกซิเจนจนทำให้เส้นเลือดใหญ่เสียหายจนเสียชีวิต อีกทั้งภาวะโลหิตจางก็เป็นอีกสาเหตุของการเสียชีวิตเช่นกัน

การป้องกันบาดทะยัก

คุณสามารถป้องกันบาดทะยักได้ด้วยการรับภูมิคุ้มกัน

การฉีดชุดวัคซีนหลัก

วัคซีนบาดทะยักมักจะให้กับเด็กในรูปของวัคซีน diphtheria and tetanus toxoids and acellular pertussis (DTaP) ซึ่งช่วยป้องกันโรคได้ถึงสามชนิด ได้แก่ โรคการติดเชื้อที่ลำคอและระบบหายใจ โรคไอหวีด และบาดทะยัก

วัคซีน DTaP จะเป็นชุดวัคซีนจำนวนห้าเข็ม ที่ต้องฉีดเข้าที่แขนหรือต้นขาของเด็กที่อายุ

  • สองเดือน
  • สี่เดือน
  • หกเดือน
  • 15 ถึง 18 เดือน
  • และ 4 ถึง 6 ปี

การฉีดวัคซีนกระตุ้นบาดทะยัก

วัคซีนกระตุ้นบาดทะยักถูกใช้ในรูปของการผสมกันกับยากระตุ้นโรคคอตีบ (Td) ในปี 2005 วัคซีนโรคบาดทะยัก คอตีบ และไอกรน (Tdap) ได้รับการยืนยันว่าสามารถใช้กับผู้ใหญ่และวัยรุ่นที่อายุต่ำกว่า 65 ปีได้โดยมีฤทธิ์ป้องกันโรคไอกรนด้วย

แพทย์ต่างแนะนำให้เด็กอายุระหว่าง 11 ถึง 12 ปีทุกคนเข้ารับวัคซีน Tdap กับวัคซีนกระตุ้น Td ทุก ๆ 10 ปีเป็นต้นไป หากคุณไม่เคยได้รับวัคซีน Tdap มาก่อน คุณก็สามารถเข้ารับวัคซีน Tdap แทนการรับ Td กระตุ้นแทนได้

หากคุณจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศที่โรคบาดทะยักยังคงพบเห็นได้ทั่วไป ควรแน่ใจว่าคุณมีภูมิคุ้มกันโรคนี้แล้ว

ในการติดตามวัคซีนทั้งหมด คุณสามารถสอบถามแพทย์ให้คอยแจ้งสถานการณ์ฉีดวัคซีนของคุณเป็นประจำก็ได้

หากคุณไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันบาดทะยักเลยตั้งแต่เด็ก คุณก็สามารถสอบถามการรับวัคซีนบาดทะยักกับแพทย์ได้

ผลข้างเคียงของวัคซีน

การตอบสนองที่รุนแรงต่อวัคซีนเกิดขึ้นน้อยมากในจำนวนหนึ่งในล้านของเด็ก ผลข้างเคียงที่พบได้มากที่สุดในเด็กมักจะเกิดขึ้นเพียง 1 ใน 4  ซึ่งรวมถึงอาการเหล่านี้

  • รอยบวมแดง บริเวณที่ฉีด
  • ไข้
  • อาเจียน

ผลข้างเคียงอื่น ๆ รวมถึงอาการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • ไข้สูงกว่า 105 องศาในเด็ก 1 คน จากจำนวนเด็กทั้งหมด 16,000 คน
  • ร้องไห้ไม่หยุดตลอด 3 ชั่วโมง ซึ่งเกิดขึ้นในเด็ก 1 คนจากจำนวนเด็กทั้งหมด 1,000 คน
  • อาการชักเกิดขึ้นในเด็ก 1 คนจากจำนวนเด็กทั้งหมด 14,000 คน แต่ไม่เกิดอันตรายในระยะยาว

การเตรียมตัวพบแพทย์

แพทย์จะวินิจฉัยบาดทะยักโดยการตรวจร่างกาย การใช้ยา และประวัติการได้รับวัคซีน รวมถึงสัญญาณอาการของภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็ง ยึดตึง และความเจ็บปวด สำหรับการทดสอบในห้องปฏิบัติการณ์นั้นมักจะไม่จำเป็นในการหาบาดทะยัก

หากแผลของคุณมีขนาดเล็กและสะอาด แต่คุณก็ยังคงกังวลต่อการติดเชื้อหรือไม่ทราบว่าคุณจะมีภูมิคุ้มกันโรคบาดทะยักหรือไม่ คุณก็สามารถเข้าไปพบผู้ดูแลสุขภาพได้ หากแผลของคุณมีขนาดใหญ่หรือลูกของคุณแสดงอาการของการติดเชื้อบาดทะยัก ให้รีบไปพบแพทย์ในทันที

สิ่งที่คุณสามารถทำได้

หากเป็นไปได้ คุณควรแจ้งข้อมูลต่อไปนี้กับแพทย์ก่อน

  • คุณบาดเจ็บได้อย่างไร เมื่อไร และที่ไหน
  • สถานการณ์รับภูมิคุ้มกันของคุณ รวมไปถึงคุณได้รับวัคซีนกระตุ้นบาดทะยักเมื่อไร
  • คุณดูแลบาดแผลด้วยตัวเองอย่างไร
  • ภาวะหรือโรคเรื้อรังที่คุณเป็น เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ หรือกำลังตั้งครรภ์อยู่

ในกรณีที่ผู้บาดเจ็บหรือผู้ป่วยเป็นเด็กทารก ต้องแจ้งแพทย์เกี่ยวกับประเทศกำเนิดของมารดา สถานะภูมิต้านทาน และระยะเวลาที่อยู่ในประเทศ

สำหรับโรคบาดทะยักนั้น คำถามที่คุณควรจะถามแพทย์มีดังนี้

  • วิธีจัดการที่ดีที่สุดคืออะไร ?
  • วิธีรักษาอื่นที่แพทย์แนะนำคืออะไรบ้าง ?
  • จะจัดการภาวะสุขภาพอื่น ๆ ไปพร้อมกับการรักษาอย่างไร ?
  • จำเป็นต้องไปพบผู้เชี่ยวชาญหรือไม่ ?
  • มีข้อจำกัดอะไรบ้างที่ต้องปฏิบัติตาม ?
  • มีแผ่นพับข้อมูลของโรคหรือเว็บไซต์ไหนที่สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้บ้าง ?

สิ่งที่คุณควรคาดหวังจากแพทย์

หากแผลชัดเจนมาก แพทย์จะตรวจสอบแผลก่อนที่จะถามคำถามต่อไปนี้

  • คุณมีอาการของโรคบาดทะยักอย่างกล้ามเนื้อหดเกร็งหรือไม่ และหากมี เริ่มมีอาการนั้นเมื่อไร ?
  • อาการที่ประสบเป็นอย่างต่อเนื่องหรือเป็น ๆ หาย ๆ ?
  • อาการรุนแรงหรือไม่ ?
  • มีอะไรบ้างที่คุณทำแล้วอาการดีขึ้นหรือแย่ลง ?
  • คุณได้รับวัคซีนบาดทะยักครั้งสุดท้ายเมื่อไร และประเภทวัคซีนคืออะไร ?
  • คุณเคยมีแผลอื่นมาก่อนหรือไม่ (หากไม่สามารถมองเห็นได้) ?

การรักษาบาดทะยัก

ยังไม่มีวิธีรักษาบาดทะยักโดยตรง มีเพียงการรักษาบาดแผล การใช้ยาบรรเทาอาการ และการดูแลสนับสนุนเท่านั้น

การดูแลบาดแผลบาดทะยัก

การทำความสะอาดแผลเป็นกระบวนการสำคัญที่ใช้ป้องกันการติดสปอร์บาดทะยัก ซึ่งรวมไปถึงการกำจัดสิ่งสกปรก สิ่งแปลกปลอม และเนื้อเยื่อที่ตายแล้วจากบาดแผล

การใช้ยาบาดทะยัก

  • ยาต้านพิษ: แพทย์อาจจ่ายยาต้านพิษบาดทะยักให้ แต่ยาต้านพิษนี้จะช่วยจัดการเฉพาะสารพิษที่ไม่เกี่ยวกับเนื้อเยื่อเส้นประสาท
  • ยาปฏิชีวนะ: แพทย์อาจใช้ยาปฏิชีวนะที่อยู่ในรูปของยารับประทานหรือยาฉีดเพื่อใช้ในการต่อสู้กับแบคทีเรียที่เข้าสู่ร่างกาย
  • วัคซีน: ทุกคนควรได้รับวัคซีนป้องกันบาดทะยักทันทีที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นบาดทะยัก
  • ยากล่อมประสาท: แพทย์จะใช้ยากล่อมประสาทเพื่อควบคุมอาการกล้ามเนื้อหดเกร็ง
  • ยาอื่น ๆ : ยาอื่น ๆ ที่ใช้กับบาดทะยัก เช่น magnesium sulfate และ beta blockers บางชนิดสำหรับควบคุมกิจกรรมกล้ามเนื้อนอกเหนือจิตใจ เช่น การเต้นของหัวใจและการหายใจ อีกทั้งยังอาจมีการใช้ยามอร์ฟีนเพื่อกล่อมประสาทอีกด้วย

การบำบัดช่วยเหลือ

การติดเชื้อบาดทะยักรุนแรงอาจต้องเข้ารับการดูแลรักษาระยะยาวและเข้มข้น และเนื่องจากอาจมีการใช้ยากล่อมประสาทที่เข้าไปรบกวนการหายใจ ทำให้คุณอาจต้องใช้เครื่องช่วยหายใจร่วมด้วย

การใช้ชีวิตและการเยียวยาที่บ้าน

แผลโดนกรีด แผลกัด หรือแผลที่สกปรกจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อบาดทะยัก ทำให้ต้องรีบทำความสะอาดและเยียวยาแผลที่ได้รับทันที โดยเฉพาะในกรณีที่คุณยังไม่ได้หรือไม่มั่นใจว่าได้รับวัคซีนครั้งสุดท้ายเมื่อใด หากรีบปิดแผลโดยไม่ทำความสะอาดจะทำให้เป็นการขังเชื้อโรคไว้ภายใน

สำหรับการรักษากับแพทย์นั้น จะเริ่มจากการทำความสะอาดแผล จ่ายยาปฏิชีวนะ และฉีดวัคซีนกระตุ้นบาดทะยัก ซึ่งหากคุณมีภูมิต้านทานอยู่แล้ว ร่างกายของคุณจะผลิตแอนติบอดีสำหรับป้องกันบาดทะยักได้เร็วกว่าปกติ

ขั้นตอนป้องกันบาดทะยักในกรณีที่เป็นแผลเล็กน้อย 

  • ควบคุมการไหลของเลือด: กดผ้าหรือวัสดุซับเลือดที่สะอาดลงบนปากแผลโดยตรงเพื่อหยุดเลือด
  • ทำความสะอาดแผล: หลังจากเลือดหยุดไหล ล้างแผลด้วยการเปิดน้ำสะอาดให้ไหลผ่านแผลให้มาก ๆ ทำความสะอาดรอบบาดแผลด้วยสบู่และเช็ดให้แห้ง แต่หากมีสิ่งแปลกปลอดติดอยู่ที่แผล ให้รีบไปพบแพทย์ทันที
  • ใช้ยาปฏิชีวนะ: หลังจากทำความสะอาดบาดแผลแล้ว ให้ทาครีมปฏิชีวนะบาง ๆ อย่างนีโอสโพริน และโพลีสโพริน โดยยาปฏิชีวนะเหล่านี้ไม่ได้ช่วยให้แผลสมานตัวเร็วขึ้น แต่จะช่วยยับยั้งการเติบโตของเชื้อโรคและป้องกันการติดเชื้อ

แต่ต้องระมัดระวังการใช้ครีมปฏิชีวนะบางประเภท เนื่องจากแต่ละชนิดจะมีสารประกอบบางอย่างที่อาจก่อให้เกิดผื่นขึ้นกับบางคน หากคุณประสบกับผื่นหลังจากใช้ยาตัวนั้น ให้หยุดใช้ยาดังกล่าวทันที

  • ปิดแผล: การเปิดแผลให้สัมผัสกับอากาศจะช่วยเร่งกระบวนการสมานตัว แต่การปิดแผลจะช่วยป้องกันไม่ให้แผลสัมผัสกับเชื้อโรคได้ หากมีตุ่มหนองเกิดขึ้น ห้ามไปเขี่ยหรือทำให้ตุ่มหนองแตกเด็ดขาดจนกว่าตุ่มนั้นจะหายไปเอง
  • เปลี่ยนผ้าปิดแผล: พยายามเปลี่ยนผ้าหรือวัสดุที่ใช้ปิดแผลอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อวัน หรือทุกครั้งที่วัสดุเปียกหรือสกปรกเพื่อป้องกันการติดเชื้อ หากคุณแพ้กาวติดแผลที่อยู่กับเทปติดแผล ให้เปลี่ยนไปใช้ผ้าพันแผลกับเทปติดกระดาษแทน

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่