Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
สุขภาพผู้หญิง

เหาและโลน (Lice)

เหาและโลน เป็นปรสิตที่ติดต่อกันได้ระหว่างคนสู่คน แม้จะไม่ได้เป็นอันตรายมาก แต่ก็อาจสร้างความรำคาญได้ เพราะฉะนั้นจึงควรกำจัดให้หมดสิ้นทันทีที่รู้ตัวว่าติดเหาหรือโลนมา
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 964,868 คน

เหาและโลน (Lice)

เหาและโลน เป็นปรสิตที่ติดต่อกันได้ระหว่างคนสู่คน แม้จะไม่ได้เป็นอันตรายมาก แต่ก็อาจสร้างความรำคาญได้ เพราะฉะนั้นจึงควรกำจัดให้หมดสิ้นทันทีที่รู้ตัวว่าติดเหาหรือโลนมา

เหาและโลนเป็นปรสิตกลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่บนเส้นผมและดูดเลือดมนุษย์เป็นอาหาร เหาและโลนชนิดที่แพร่หลายที่สุด คือ เหาบนหนังศีรษะ โดยเหาตัวเมียสามารถวางไข่บนโคนเส้นผมของมนุษย์ได้มากถึงวันละ 6 ฟอง ไข่เหาจะติดแน่นอยู่บนเส้นผมจากสารชนิดหนึ่งที่หลั่งจากเหาตัวเมีย หลังจากที่วางไข่แล้ว จะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ในการฟักเป็นตัวอ่อน และจะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว

เหาที่โตเต็มวัยจะมีขนาดเท่ากับเมล็ดงาและมองเห็นได้ยาก เนื่องจากมีสีตั้งแต่สีขาวไปจนถึงสีน้ำตาลเข้ม เหาสามารถดูดเลือดได้วันละ 4-5 ครั้ง โดยใช้ส่วนหนึ่งของปากกัดเข้าไปในผิวหนังและหลั่งสารที่ทำหน้าที่ป้องกันการแข็งตัวเพื่อดูดเลือดอย่างต่อเนื่อง

โดยทั่วไปแล้ว มีเหาและโลนที่สามารถพบได้มากที่สุดในร่างกายมนุษย์ 3 ประเภท ได้แก่

  1. เหาบนหนังศีรษะ (Head Lice) : เหาบนหนังศีรษะจะเป็นปรสิตถาวร (Obligate Parasite) หรือสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถอยู่รอดได้หากปราศจากมนุษย์เพื่อทำการอาศัย และไม่สามารถมีชีวิตรอดบนสัตว์มีขนชนิดอื่นๆ ได้เลย เหาสามารถเติบโตได้ทุกที่บนหนังศีรษะ แต่โดยทั่วไปมักพบในบริเวณผมที่หลังคอและผมรอบหูซึ่งเป็นที่ที่อบอุ่นที่สุด
  2. เหาตามตัว (Body Lice) : เหาตามตัวจะวางไข่บนเสื้อผ้าแทนที่จะวางบนร่างกายโดยตรง และมักจะเข้ามาเกาะบนร่างกายในช่วงต้องการอาหารเท่านั้น เหาชนิดนี้สามารถเป็นพาหะของโรคได้หลายชนิด เช่น โรคไข้รากสาดใหญ่ (Scrub Typhus) โรคไข้กลับ (Relapsing fever) และโรคไข้เทรนช์ (Trench fever)
  3. โลนตามขนอวัยวะเพศ (Public Lice) : โลน เป็น กลุ่มของเหาชนิดหนึ่งที่มีขาหน้าขนาดใหญ่ จึงทำให้มีลักษณะคล้ายปู โลนเป็นเหาที่มีขนาดเล็กที่สุดและอาศัยอยู่บริเวณขนอวัยวะเพศ ซึ่งจะมีการติดต่อจากคนสู่คนในระหว่างการร่วมเพศ

การติดต่อของเหาและโลน

การติดเหาสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่มักเกิดขึ้นในเด็กวัยเรียนมากกว่ากว่าช่วงวัยอื่น เพราะพวกเขาอาศัยอยู่ใกล้กันและอาจนอนในเตียงเดียวกัน ปกติแล้วการติดเหาสามารถเกิดขึ้นได้ด้วยสองวิธีเท่านั้น คือ การสัมผัสแบบตัวต่อตัวโดยตรง เช่น การกอดกันหรือเอาหัวชนกันเพื่ออ่านหนังสือเล่มเดียวกัน และอีกวิธีคือการใช้หมวก ผ้าพันคอ หรือของใช้ส่วนตัวร่วมกัน

ส่วนตัวโลนมักแพร่กระจายการร่วมเพศ เพราะฉะนั้นหากพบว่าเด็กคนใดที่เป็นโรคโลน อาจหมายความได้ว่าเด็กคนนั้นตกเป็นเหยื่อของการถูกล่วงละเมิดทางเพศ

แม้การเป็นเหาจะไม่ได้เป็นอันตรายร้ายแรง แต่บางครั้งอาการแพ้ขี้เหาอาจทำให้เกิดอาการคัน โดยการเกาหนังศีรษะอย่างรุนแรงอาจนำไปสู่การทำลายชั้นผิวหนัง และอาจนำไปสู่การติดเชื้อเฉพาะที่ได้ และหากพบเหาที่อาศัยอยู่บนขนตา ก็อาจนำไปสู่การอักเสบของดวงตาและโรคตาแดง

การรักษาโรคเหา

มีหลายวิธีที่สามารถกำจัดเหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดเหาที่มีขายตามท้องตลาด เช่น แชมพูฆ่าเหา วิธีการทางธรรมชาติ เช่น การใช้ใบน้อยหน่า และยาตามใบสั่งแพทย์ ซึ่งล้วนแต่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสามขั้นตอน ได้แก่ การฆ่าเหาตัวเต็มวัย การกำจัดไข่ และการทำความสะอาดพื้นที่หรือเสื้อผ้าที่ติดเหาและโลน

นอกจากกำจัดเหาและโลนที่อยู่บนตัวแล้ว ควรมีการดูดฝุ่นในบ้านอย่างละเอียด เพราะอาจมีเส้นผมที่มีไข่เหาร่วงอยู่ ซึ่งอาจทำให้เกิดการติดเหาขึ้นมาใหม่ได้ และควรทำความสะอาดผ้าคลุมเตียง ผ้าห่ม หรือเสื้อผ้าใดๆ ที่สัมผัสกับเหาด้วยน้ำร้อน จนกว่าจะไม่เจอตัวเหาอีก

การป้องกันการติดเหาหรือโลน

ไม่มีผลิตภัณฑ์หรือวิธีการใดที่พิสูจน์ว่าจะสามารถป้องกันการแพร่กระจายของเหาได้อย่างสมบูรณ์ แต่มีบางวิธีที่สามารถทำได้เพื่อลดโอกาสในการติดต่อ เช่น

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสแบบตัวต่อตัวกับผู้อื่น
  • พยายามอย่าใช้เครื่องใช้สุขอนามัยส่วนบุคคล โดยเฉพาะหวีหรือแปรงร่วมกัน
  • พยายามหลีกเลี่ยงบริเวณพื้นที่สาธารณะที่มีการติดต่อได้ง่าย เช่น พื้นที่ล็อคเกอร์ที่ใช้ร่วมกัน ตะขอแขวนเสื้อ และตู้เสื้อผ้าในที่สาธารณะ

ที่มาของข้อมูล

Zora DeGrandpre and Kathryn Watson, What Causes Lice? (https://www.healthline.com/symptom/lice), April 24, 2017.


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป