Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
มะเร็งและโรคร้าย

มะเร็งอวัยวะเพศชาย / มะเร็งองคชาต (Penile cancer)

มะเร็งองคชาตอาการเป็นอย่างไร รักษาได้ไหม มีวิธีป้องกันอะไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบ
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,984,123 คน

มะเร็งอวัยวะเพศชาย / มะเร็งองคชาต (Penile cancer)

มะเร็งองคชาต(Penile cancer) คือ มะเร็งชนิดหนึ่งที่พบได้น้อย ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในชายอายุ 65 ปีขึ้นไป 

มะเร็งองคชาต (penile cancer) เป็นมะเร็งที่เกิดกับผิวหนังที่ห่อหุ้มอวัยวะเพศชาย (องคชาต) หรือเกิดขึ้นภายในอวัยวะเพศชาย ในประเทศสหราชอาณาจักร พบผู้ป่วยใหม่ที่ได้รับการวินิจฉัยมะเร็งชนิดนี้ประมาณ 550 คนต่อปี 

ในช่วงเวลา 30 ปีที่ผ่านมา จำนวนผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งอวัยวะเพศชายพบมากขึ้นกว่า 20% ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมในการมีเพศสัมพันธ์ อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัย การระบุระยะของโรค และการรักษาที่มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นช่วยลดจำนวนผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งองคชาตได้ โดยเชื่อว่าเกิดจากผู้คนรู้จักดูแลสุขอนามัยของตนเองและอวัยวะเพศชายได้ดีขึ้น

อาการและอาการแสดงของมะเร็งองคชาต

ลักษณะอาการมะเร็งองคชาต สามารถพบได้หลากหลายรูปแบบ โดยส่วนมากมักมาพบแพทย์ด้วยรอยโรคบนผิวหนัง ได้แก่

  • มีก้อน หรือมีแผล เกิดขึ้นที่อวัยวะเพศชาย แล้วไม่หายในระยะเวลา 4 สัปดาห์ อาจเจ็บหรือไม่เจ็บก็ได้
  • มีเลือดออกจากอวัยวะเพศชาย หรือ จากหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย (foreskin)
  • มีหนองไหล และมีกลิ่นเหม็น
  • ผิวหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายหนาตัว ทำให้ดึงกลับได้ยาก หรือเกิดหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายตีบ(phimosis)
  • มีการเปลี่ยนแปลงของสีผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศชายหรือหนังหุ้มปลาย
  • มีผื่นขึ้นที่อวัยวะเพศชาย

หากคุณมีอาการดังกล่าวข้างต้น เป็นเรื่องสำคัญที่คุณต้องเข้าพบแพทย์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แม้ว่าอาการที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้เกิดจากมะเร็งอวัยวะเพศชาย แต่ก็จำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัย

การไปรับการตรวจวินิจฉัยที่ช้าออกไปจะยิ่งลดโอกาสในการรักษาที่ประสบความสำเร็จ

ชนิดของมะเร็งองคชาต

โครงสร้างของอวัยวะเพศชาย ประกอบด้วยเนื้อเยื่อหลายชนิดที่แตกต่างกัน ซึ่งชนิดของมะเร็งอวัยวะเพศชายจะขึ้นกับชนิดของเซลล์ที่เป็นมะเร็ง

ชนิดของมะเร็งอวัยวะเพศชายที่พบบ่อย ได้แก่

  • มะเร็งอวัยวะเพศชายที่เกิดกับเซลล์สความัส (squamous cell penile cancer) พบได้มากกว่า 90% ของผู้ป่วยทั้งหมด ซึ่งเกิดขึ้นกับเซลล์เยื่อบุผิวของอวัยวะเพศชาย
  • มะเร็งชนิด carcinoma in situ (CIS) คือ มะเร็งชนิดที่เกิดกับเซลล์สความัสชนิดหนึ่ง แต่เกิดเฉพาะกับเซลล์ที่ผิวหนังของอวัยวะเพศชายและไม่แพร่กระจายไปในส่วนที่ลึกลงไป
  • มะเร็งชนิดอะดีโนคาร์ซิโนมา (adenocarcinoma) คือ มะเร็งที่เกิดขึ้นกับ glandular cells ของอวัยวะเพศชาย ที่ทำหน้าที่ผลิตเหงื่อ
  • มะเร็งเมลาโนมาที่อวัยวะเพศชาย (melanoma of the penis) คือ มะเร็งเกิดขึ้นที่เซลล์ผิวหนังที่กำหนดสีของผิวหนัง

อะไรคือสาเหตุของมะเร็งองคชาต?

สาเหตุของมะเร็งองคชาต ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่มีปัจจัยเสี่ยงหลายปัจจัยที่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งชนิดนี้ ได้แก่

  • ผู้ชายที่ติดเชื้อ human papilloma virus (HPV) หรือ ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV จะมีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งอวัยวะเพศชายมากขึ้น
    ข้อมูลจากการศึกษาพบว่าเกือบ 5 ใน 10 คน (47%) ของผู้ป่วยมะเร็งอวัยวะเพศชายจะมีการติดเชื้อเอชพีวีอยู่
  • อายุ คือ หนึ่งในปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งอวัยวะเพศชาย โดยโรคนี้ ส่วนใหญ่แล้วจะพบในผู้ชายอายุมากกว่า 60 ปี
  • การสูบบุหรี่ มีความสัมพันธ์กับมะเร็งอวัยวะเพศชาย โดยสารเคมีที่พบในบุหรี่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์อวัยวะเพศชาย ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งองคชาต
  • สภาวะโรคที่ส่งผลต่ออวัยวะเพศชาย เช่น หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายตีบ จะทำให้หนังหุ้มปลายไม่สามารถดึงกลับได้ ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากขึ้น เช่น ทำให้เกิดการอักเสบของปลายอวัยวะเพศชาย (balantis)
  • การติดเชื้อซ้ำๆ จะสัมพันธ์กับความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งอวัยวะเพศชายบางชนิดที่เพิ่มขึ้น เพราะจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง
  • ไม่ได้ขลิบหนังหุ้มปลาย อีกปัจจัยหนึ่งที่ก่อให้เกิดมะเร็งองคชาตได้ ซึ่งคาดว่าเกิดจากการระคายเคืองของ smegma และการมีสุขอนามัยที่ไม่ดี มีโอกาสเกิดมะเร็งองชาติได้มากขึ้นด้วย

การวินิจฉัยมะเร็งองคชาต

แพทย์จะสอบถามเกี่ยวกับอาการของคุณรวมถึงประวัติทางการแพทย์ของคุณด้วย และตรวจอวัยวะเพศเพื่อดูอาการที่บ่งชี้การเป็นมะเร็งซึ่งมองเห็นได้ภายนอก

หากแพทย์สงสัยว่าคุณเป็นมะเร็งอวัยวะเพศชาย คุณจะได้รับการส่งต่อไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมักเป็นแพทย์สาขาระบบทางเดินปัสสาวะ (urologist) ที่เชี่ยวชาญในการรักษาโรคในระบบทางเดินปัสสาวะและอวัยวะเพศ

อาจทำการตรวจเลือดเพื่อตรวจเช็คสภาวะสุขภาพโดยรวม และเพื่อตรวจวัดปริมาณเซลล์เม็ดเลือดในร่างกาย เพื่อยืนยันการวินิจฉัยมะเร็งอวัยวะเพศชาย และอาจจำเป็นต้องทำการตัดชิ้นเนื้อปริมาณเล็กน้อยไปตรวจภายใต้กล้องจุลทรรศน์

ระยะของมะเร็งองคชาต

จำแนกโดยใช้ระบบของ Jackson Classification for carcinoma of penis

  • ระยะที่ 1 :  มะเร็งอยู่เฉพาะที่บริเวณผิวขององคชาติ
  • ระยะที่ 2:  มะเร็งเริ่มลุกลามไปบริเวณลำตัว(shaft) หรือ corpora
  • ระยะที่ 3 : มะเร็งลุกลามไปบริเวณต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบ ที่สามารถผ่าตัดออกได้
  • ระยะที่ 4 : มะเร็งลุกลามไปบริเวณอวัยวะข้างเคียง ไม่สามารถผ่าตัดเอาต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบออกได้

การรักษามะเร็งองคชาต

การรักษามะเร็งองคชาตจะขึ้นกับขนาดของมะเร็ง และอัตราการแพร่กระจายของมะเร็ง

ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เป็นมะเร็งชนิด carcinoma in situ (CIS) จะเกิดมะเร็งเฉพาะเซลล์ผิวหนังที่อวัยวะเพศเท่านั้น การรักษาจึงมักเป็นการใช้ยาเคมีบำบัดชนิดครีม หรือการผ่าตัดด้วยเลเซอร์ (laser surgery) เพื่อตัดผิวหนังที่เป็นมะเร็งออก และได้รับการปลูกถ่ายผิวหนังภายหลังการผ่าตัดแล้ว

การรักษาหลักสำหรับมะเร็งองคชาตที่ไม่ได้อยู่ในระยะเริ่มต้น ได้แก่

  • การผ่าตัด
  • การฉายรังสี (radiotherapy)
  • การใช้ยาเคมีบำบัด (chemotherapy)

การผ่าตัด ทำเพื่อตัดเอาเซลล์มะเร็งออก รวมถึงเนื้อเยื่อข้างเคียงบางส่วนด้วย

ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ทำการผ่าตัดแล้ว จะมีความเปลี่ยนแปลงทางลักษณะภายนอกของอวัยวะเพศ สามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดเสริมสร้างอวัยวะเพศชายใหม่ (reconstructive surgery) โดยผิวหนังและกล้ามเนื้อที่นำมาผ่าตัดเสริมสร้าง สามารถนำมาจากส่วนอื่นๆ ของร่างกาย เพื่อให้อวัยวะเพศชายกลับมาทำงานได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม ด้วยการวินิจฉัยที่รวดเร็วตั้งแต่ระยะแรกๆ ของโรค และเทคนิคการผ่าตัดที่ทันสมัยจะช่วยให้ศัลยแพทย์รักษาเนื้อเยื่อของอวัยวะเพศชายไว้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ส่วนใหญ่ของการรักษามะเร็งอวัยวะเพศชาย ต่อมน้ำเหลือง (ต่อมขนาดเล็กซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกัน) ซึ่งอยู่ที่บริเวณขาหนีบจะได้รับการประเมินด้วยว่าเซลล์มะเร็งแพร่กระจายมาหรือไม่ ซึ่งอาจทำโดยเทคนิคการตัดชิ้นเนื้อ หรือทำการผ่าเอาต่อมน้ำเหลืองออก

เช่นเดียวกับมะเร็งชนิดอื่นๆ การพยากรณ์โรคของผู้ป่วยแต่ละคน จะขึ้นกับว่ามะเร็งมีการแพร่กระจายไปมากน้อยเพียงใดขณะทำการวินิจฉัย

การป้องกันมะเร็งองคชาต

ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะป้องกันมะเร็งอวัยวะเพศชายได้ 100% แต่คุณสามารถลดโอกาสในการเป็นมะเร็งชนิดนี้ได้ คือ 

  • การหยุดสูบบุหรี่ (ถ้าคุณ คือ ผู้ที่สูบบุหรี่)
  • การรักษาความสะอาดของอวัยวะเพศชายเป็นอย่างดี เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสที่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งอวัยวะเพศชาย
  • การใช้ถุงยางอนามัย เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชพีวี (HPV)
  • ล้างอวัยวะเพศชายด้วยน้ำอุ่นเป็นประจำ รวมถึงด้านในของหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายด้วย
  • การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย สามารถทำได้ง่ายในวัยเด็ก ซึ่งเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยรักษาความสะอาดและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ 
    แต่ถ้าคุณยังไม่เคยขลิบมาก่อน ก็สามารถขลิบตอนโตได้เช่นกัน 

มีหลักฐานน้อยมากที่บอกว่าการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายเมื่อเป็นผู้ใหญ่จะช่วยลดโอกาสในการเป็นมะเร็งอวัยวะเพศชาย อย่างไรก็ตามถ้าคุณมีแผลที่ไม่หาย หรือรู้สึกทำความสะอาดหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศได้ลำบากขึ้น ให้ไปพบแพทย์เพื่อขอรับคำแนะนำในการขลิบหนังหุ้มปลาย

จะเห็นได้ว่า มะเร็งองคชาต ไม่ได้อยู่ไกลตัวคุณผู้ชายเลย แต่เราก็สามารถป้องกันตนเองได้ง่ายๆ ด้วยการดูแลความสะอาดอวัยวะเพศ สวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง และหมั่นสังเกตอาการของตนเองว่ามีความผิดปกติอะไรหรือไม่ เพื่อที่จะได้เข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที


3 การอ้างอิง
HonestDocs มีแนวทางการจัดหาที่เข้มงวดและอาศัยการศึกษาแบบ peer-reviewed สถาบันการศึกษาและสมาคมการแพทย์ เราหลีกเลี่ยงการใช้การอ้างอิงระดับอุดมศึกษา คุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่เรามั่นใจว่าเนื้อหาของเรานั้นถูกต้องและเป็นปัจจุบันโดยอ่านนโยบายการแก้ไขของเรา

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป