Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
สุขภาพผู้หญิง

การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Pap Smear)

มะเร็งปากมดลูกพบเป็นอันดับ 2 ของมะเร็งในผู้หญิงไทย แต่เป็นมะเร็งที่มีวิธีสามารถป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพถึง 80%
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,975,586 คน

การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Pap Smear)

"การตรวจแปปสเมียร์" เป็นวิธีคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูกที่ผู้หญิงทุกคนควรทำความรู้จักและทำความเข้าใจให้ดี เนื่องจากในบรรดามะเร็งที่พบมากในผู้หญิงทั่วโลกรวมทั้งผู้หญิงไทย มะเร็งปากมดลูกจัดอยู่อันดับที่ 2 รองมาจากมะเร็งเต้านม อีกทั้งมะเร็งปากมดลูกยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญของผู้หญิงไทยด้วย 

สถิติจาก พ.ศ.2561 พบว่า โรคมะเร็งปากมดลูกคร่าชีวิตผู้หญิงไทยเฉลี่ยถึงวันละ 14 คน และจะมีผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกรายใหม่ปีละ 8,600 ราย แม้ตัวเลขจะดูน่าตกใจ แต่ข่าวดีคือ มะเร็งชนิดนี้สามารถป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพถึง 80% 

อย่างไรก็ตาม แม้จะป้องกันตนเองจากโรคนี้แล้วแต่สิ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันก็คือ การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีแปปสเมียร์นั่นเอง 

มะเร็งปากมดลูกคืออะไร

มะเร็งปากมดลูกเกือบทั้งหมดมีสาเหตุจากการติดเชื้อไวรัสชื่อ HPV (Human Papilloma Virus) สามารถติดต่อได้จากการมีเพศสัมพันธ์กับชายที่มีเชื้อไวรัสนี้ที่อวัยวะเพศ พบบ่อยในผู้หญิงอายุ 18-28 ปี หรือผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์แล้ว 

ความน่ากลัวของโรคมะเร็งปากมดลูกคือ หลังจากติดเชื้อไวรัสแล้วจะยังไม่แสดงอาการใดๆ นานนับสิบปี นั่นทำให้ตัวเลขอายุผู้ป่วยโรคมะเร็งปากมดลูกจึงมักอยู่ระหว่าง 35-50 ปี ดังนั้นหากสามารถตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูกได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสและประสิทธิภาพในการรักษามากขึ้นเท่านั้น 

การตรวจ Pap Smear คืออะไร

การตรวจ Pap smear หรือ Pap test คือ การทดสอบทางการแพทย์ซึ่งจะช่วยให้แพทย์สามารถตรวจสอบว่า มีสิ่งใดผิดปกติบริเวณปากมดลูกหรือไม่

ความสำคัญของการตรวจ Pap smear คือ การตรวจหาความผิดปกติก่อนที่จะมีอาการของมะเร็งเกิดขึ้น การตรวจพบความผิดปกติของเซลล์ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยรักษาและป้องกันไม่ให้เซลล์พัฒนากลายเป็นเนื้อร้ายได้ นอกจากนี้ยังอาจสามารถรักษาเซลล์มะเร็งที่เพิ่งเริ่มเป็นให้หายเป็นปกติได้

ใครควรได้รับการตรวจ Pap Smear

  • เด็กผู้หญิงไม่จำเป็นต้องได้รับการตรวจ Pap smear จนกว่าแพทย์จะวินิจฉัยว่า มีความผิดปกติและมีความจำเป็นต้องได้รับการตรวจ 
  • ผู้หญิงอายุ 21 ปีขึ้นไป หรือ 3 ปีหลังมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก (ขึ้นกับอย่างใดอย่างหนึ่งมาถึงก่อน) ควรได้รับการตรวจ Pap smear เป็นประจำเหมือนทุกๆ 3 ปี แต่สำหรับบางท่านแพทย์อาจแนะนำให้ตรวจบ่อยกว่า ดังนั้นคุณจึงต้องปรึกษาแพทย์เรื่องนี้
  • ผู้หญิงอายุ 30 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจ Pap smear เป็นประจำทุกปี หากผลตรวจเป็นปกติติดต่อกัน 3 ปี สามารถเว้นระยะการตรวจให้เป็นตรวจทุกๆ 3 ปีได้
  • กลุ่มที่มีความเสี่ยงของโรคมะเร็งปากมดลูก เช่น การติดเชื้อ HIV การติดเชื้อ HPV มีโรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันต่ำ ต้องได้รับการตรวจ Pap smear เป็นประจำทุกปี
  • ผู้หญิงอายุ 70 ปีขึ้นไป หากผลตรวจเป็นปกติติดต่อกัน 3 ปี ไม่มีความเสี่ยง และไม่มีความผิดปกติใดๆ อาจไม่ต้องตรวจ Pap smear อีกต่อไป 

การตรวจ Pap smear ไม่ทำให้คุณรู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใด แต่คุณอาจรู้สึกอึดอัดและไม่สบายตัว ดีที่ว่าการตรวจนั้นใช้เวลาไม่นานนัก

จะเกิดอะไรขึ้นบ้างเมื่อตรวจ Pap Smear

แพทย์จะใช้แปรงขนาดเล็กเช็ดเอาตัวอย่างของมูกหรือเนื้อเยื่อจากปากมดลูก โดยตัวอย่างจะถูกส่งไปยังแล็ปตรวจที่ที่นักเทคนิคการแพทย์จะตรวจหาเซลล์ที่ผิดปกติ

การนำเนื้อเยื่อไปตรวจ แพทย์จะมีวิธีการเก็บตัวอย่างโดยการใช้เครื่องมือสำหรับตรวจคลอด (Speculum) เพื่อเปิดปากช่องคลอด เครื่องมือดังกล่าวมีลักษณะคล้ายปากเป็ดทำจากพลาสติกหรือโลหะ มีส่วนบานพับที่ปลายด้านหนึ่งซึ่งสามารถควบคุมให้เปิดหรือปิดได้ หากเครื่องมือเป็นโลหะ พยาบาลจะทำให้เครื่องมือดังกล่าวอุ่นขึ้นและจะแจ้งให้ผู้ตรวจทราบก่อนที่จะสอดเครื่องมือเข้าใปในช่องคลอด

เมื่อเครื่องมือสอดเข้าไป แพทย์จะค่อยๆ เปิดขยายเครื่องมือ ซึ่งจะไม่ทำให้คุณรู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใด ในขณะที่บางรายอาจบอกว่าการสอดเครื่องมือเข้าไปทำให้รู้สึกอึดอัดบริเวณนั้น

นั่นเพราะว่าช่องคลอดล้อมรอบไปด้วยกล้ามเนื้อที่สามารถยืดยุ่น หดรัดและคลายตัวได้ ดังนั้นการตรวจจะทำให้คุณรู้สึกสบายมากขึ้นหากคุณผ่อนคลายและไม่เกร็งช่องคลอด แนะนำให้หายใจเข้าออกลึกๆ และเพ่งความสนใจไปที่การผ่อนคลายกล้ามเนื้อช่องคลอด การฮัมเพลงที่ชอบหรือการพูดคุยกับแพทย์หรือพยาบาลก็สามารถช่วยให้คุณเองรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นได้

เมื่อ Speculum อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมแล้ว แพทย์จะเปิดแสงไฟให้ส่องภายในช่องคลอดเพื่อตรวจดูปากมดลูก จากนั้นแพทย์จะค่อยๆ แตะบริเวณปากมดลูกด้วยแปลงขนาดเล็กจิ๋วเพื่อเก็บตัวอย่างเซลล์จากบริเวณปากมดลูก สาวๆ บางคนที่เคยรับการตรวจต่างบอกว่าพวกเธอรู้สึกเหมือนโดนหยิก

หลังจากแพทย์เก็บตัวอย่างได้แล้วและนำอุปกรณ์ Speculum ออกมาแล้ว แพทย์และพยาบาลจะให้เวลาคุณได้สวมเสื้อผ้า บางคนพบว่ามีเลือดออกมาจากช่องคลอดเล็กน้อยหลังจากการตรวจ Pap smear ดังนั้นคุณอาจต้องใช้แผ่นอนามัยด้วย อย่างไรก็ตาม เลือดที่ออกมาไม่ได้เป็นอันตรายใดๆ และมันก็ไม่ได้เป็นเลือดประจำเดือนซึ่งจะออกมาเพียงชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น


ที่มาของข้อมูล

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
อาการคันและแสบในช่องคลอดไม่ใช่เรื่องปกติ
อาการคันและแสบในช่องคลอดไม่ใช่เรื่องปกติ

จุดซ่อนเร้นคือจุดสำคัญ ขอให้หมั่นสังเกตเพื่อแก้ไขก่อนที่อาการจะรุนแรงและยากต่อการรักษา

ดูในแอป