บั้นปลายชีวิต

วิธีสื่อสารกับผู้ป่วยและครอบครัวของผู้ป่วย เมื่อผู้ป่วยเป็นโรคที่รักษาไม่ได้

บอกดีไม่บอกดี?
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
Palliative care how to tell m mini

1) จริงหรือไม่ที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ อยากรู้ความจริงถ้าเกิดตัวเองเป็น มะเร็งขึ้นมาจริงๆ?

2) จริงหรือไม่ที่ผู้ป่วยจะยิ่งเจ็บ ป่วยหนักขึ้นมีอารมณ์ซึมเศร้าจนหมดกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปหากรู้ความจริงว่าตัวเอง เป็นมะเร็ง?

เราพบว่าความรู้สึกทั้งสอง อย่างข้างต้น เป็นความจริงที่เกิด ขึ้นได้ แต่มักเป็นเพียงช่วงเวลาไม่ นานและไม่ได้เป็นตลอดไป  
ทุกๆ คนคงไม่มีใครอยากเป็น โรคร้ายที่รักษาไม่หาย แต่หากมัน ต้องเกิดขึ้นกับเราจริงๆ
ลองถามตัวเองดูสิคะว่า เราอยากรู้ความจริงเกี่ยวกับตัวเองไหม?

กระบวนการบอกและกระบวนการหลังการบอกที่ดีที่มีคนช่วยรับฟังและเข้าใจผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถผ่านช่วงเวลาลำบากนี้ไปได้ การสำรวจพบว่าผู้ป่วยร้อยทั้งร้อยอยากรู้ความจริงว่าตัวเองเป็นโรคอะไร แม้จะต้องเผชิญกับความรู้สึกหลายอย่างที่ประดังเข้า มาทั้งความกลัว ความกังวล และอารมณ์ซึมเศร้าก็ตาม บางครั้งผู้ป่วยอาจจะพูดว่า“ถ้าเป็นมะเร็งขอตายดีกว่า”แต่ความหมายที่แท้จริงในประโยคไม่ได้แปลว่าผู้ป่วยไม่อยากรู้ความจริง แต่แปลว่าผู้ป่วยไม่อยากทรมานจากอาการที่อาจจะเกิดจากโรคมะเร็งมากกว่า
สิ่งที่สำคัญกว่าการรู้หรือไม่รู้ว่าเป็นมะเร็งหรือโรคร้ายอื่นๆ คงจะเป็นเรื่องของ การวางแผนชีวิต ทั้งวางแผนการรักษาว่าจะเลือก การรักษาแบบใด และการวางแผนทำสิ่งที่อยากทำแล้วยังไม่ได้ทำ หากผู้ป่วยไม่รู้ว่าตัวเองเจ็บป่วยร้ายแรง มีเวลาเหลืออยู่จำกัด ผู้ป่วยอาจไม่ได้วางแผนชีวิต และหากต้องเสียชีวิตไปอย่างติดค้างที่ไม่ได้ทำสิ่งที่ต้องการทำ อาจจะทำให้ญาตรู้สึกผิดตามมาภายหลังได้

ห้ามบอกนะคะ!

ผู้ป่วยหลายๆ คนอาจบอกไว้กับญาติล่วงหน้าว่ากลัวเป็นโรคมะเร็ง หรือโรครา้ยแรง เพราะคนสว่นใหญ่เชื่อมโยงโรคมะเร็งกับความเจ็บปวดทรมาน และภาพที่น่ากลัวจากประสบการณ์ที่อาจจะเคยเห็นมาในอดีต เมื่อญาติได้รับข้อมูลว่าผู้ป่วย มีทัศนคติที่ไม่ดีกับโรคมะเร็ง มักทำให้เกิดความรู้สึกเป็นห่วงว่า ผู้ป่วยอาจจะทำใจไม่ได้หากรู้ความจริง จึงมีญาติของผู้ป่วยกลุ่มหนึ่งที่มักขอร้องแพทย์ไม่ให้บอกความจริงกับผู้ป่วย ในความเป็นจริงโรคมะเร็งแต่ละชนิดทำให้เกิดอาการไม่เหมือนกัน และถึงแม้จะเกิดอาการต่างๆ เช่น อาการปวด หอบเหนื่อย คลื่นไส้ อาเจียน จากโรคมะเร็งก็ สามารถทำการรักษาได้ มีญาติของผู้ป่วยโรคมะเร็งตับรายหนึ่งกำชับหมอหนักหนาว่า “คุณหมออย่าเผลอพูดไปเชียวนะคะ ว่าแม่เป็นมะเร็ง ถ้าเค้ารู้แล้วเค้าอาจจะตรอมใจจนอาการแย่ลงได้” หมอจึงพยายามระมัดระวังเรื่องนี้เต็มที่ เมื่อเข้าไปคุยกับผู้ป่วย ประโยคแรกที่ผู้ป่วยถามคือ “หมอ ฉันเตรียมพินัยกรรมอะไรเรียบร้อยหมดแล้วล่ะ แต่สงสัยแค่ว่าฉันจะอยู่ได้ทันงานบวชหลานไหมจ๊ะนี่” จะเห็นได้ว่าผู้ป่วยรู้ว่าตัวเองไม่สบายมาก มีสิ่งสำคัญในชีวิตที่ยังอยากทำอยู่และรู้ว่าต้องรีบทำให้สำเร็จ โดยไม่ได้สนใจว่าตัวเองป่วยเป็นโรคอะไร เมื่อถามผู้ป่วยว่ารู้ไหมว่าตัวเองเป็นอะไร ผู้ป่วยบอกว่าตนเองเป็นโรคตับและยังบอกหมออีกด้วยว่า “โชคดีนะ ที่ฉันไม่ได้เป็นมะเร็ง ไม่งั้นคงจะทรมานแย่เลย” ผู้ป่วยรายนี้เชื่อมโยงโรคมะเร็งกับความเจ็บปวด ทรมาน เนื่องจากเคยมีญาติพี่น้องป่วยเป็นมะเร็งหลายคน และทุกคนเสียชีวิตแบบทรมาน ในกรณีแบบนี้แพทย์ไม่จำเป็นต้องยัดเยียดให้ผู้ป่วยทราบ การวินิจฉัย เนื่องจากผู้ป่วยทราบว่าตัวเองไม่สบายมาก และได้วางแผนชีวิตที่เหลือของตัวเองเอาไว้หมดแล้ว

ต้องบอกนะคะ

เอาล่ะสิคะ! เมื่อผู้ป่วยกับญาติมี ความเห็นไม่ตรงกัน คราวนี้เราจะ ทำอย่างไรดี? ถ้าบอกผู้ป่วยไปญาติก็อาจจะเคืองได้ แต่ถ้าไม่บอกผู้ป่วยจะผิดจรรยาบรรณแพทย์ไหมคะ?

กลับมาที่ความรู้สึกพื้นฐานอีกทีนะคะ  

ที่ญาติไม่ให้บอกความจริงส่วนใหญ่เป็นเพราะห่วงความรู้สึกของผู้ป่วย กลัวว่าผู้ป่วยจะซึมเศร้าจนกระทั่งไม่มีกำลังใจจะมีชีวิตอยู่ต่อไป

ความจริง

เมื่อต้องรับรู้ข่าวไม่ดี แน่นอนว่าทุกคนคงไม่สามารถทำใจยอมรับได้ทันที บางคนอาจจะรู้สึกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องไม่จริง หมอน่าจะต้องวินิจฉัยผิดพลาด บางคนอาจจะรู้สึกโกรธที่ตัวเองต้องมาเป็นโรคร้าย ทั้งๆ ที่เป็นคนที่ดูแลสุขภาพตัวเองอย่างดีมาตลอด บางคนรู้สึกว่าจะต้องพยายามทำทุกอย่างให้สามารถรักษาโรคให้หายได้ และบางคนอาจจะรู้สึกซึมเศร้า หดหู่ ความรู้สึกหลากหลายดังกล่าวอาจจะเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นสลับไปมา ผู้ป่วยและครอบครัวอาจมีคำถามเกิดขึ้นมากมายพร้อมๆ กับความรู้สึกที่เกิดขึ้น แต่คงไม่มีใครที่จะรู้สึกโกรธ ไม่พอใจ หรือซึมเศร้าตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ วงจรความรู้สึกของผู้ป่วยอาจจะสลับไปมาจนกระทั่งค่อยๆ เปลี่ยนเป็นการยอมรับ ความรู้สึกไม่ดีดังกล่าว อาจจะเปลี่ยนแปลงด้วยการได้พูดคุยซักถามกับคนในครอบครัวเพื่อน หรือแพทย์ผู้ดูแล หรืออาจจะเกิดการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์การรักษาโรคของผู้ป่วยแต่ละคน

 

ที่มา: ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก หมอเป้ พญ.ดาริน จตุรภัทรพร
ผู้แต่งหนังสือ  สุข รัก เข้าใจ ในช่วงสุดท้ายของชีวิต | Facebook Page: รักก่อนกำเนิด เกิดก่อนกำหนด | @Lynlanara

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่